คอลัมน์: รายงานพิเศษ: สมพงษ์ฟาร์ม เลี้ยงหมูพันธุ์กับซีพีเอฟทางเลือกอาชีพ สู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 7 มิถุนายน 2553 08:07:04 น.

"ถ้าจะพูดถึงชีวิตของตัวเองในอดีตมีคำเดียวที่จำได้คือคำว่าจน เรียกว่า จนจนจำ คือไม่เคยคิดหรอกว่าจะสลัดคำว่าจนให้หลุดออกไปจากชีวิตเราได้ เพราะตัวเองก็เรียนน้อย จบแค่ประมาณ 4 อาชีพที่พอจะทำได้ก็หนีไม่พ้น การรับจ้าง อย่างตัดอ้อย ทำนา ทำไรก็มีอยู่เท่านั้น รายได้ไม่ต้องพูดถึงเพราะวันๆ หนึ่ง ก็ทำแค่พออยู่ได้ไปวันๆ รายได้ก็น้อยแค่วันละ 70-80 บาท แถมต้องตะลอนไปตามแต่เขาจะจ้างให้ไปทำที่ไหน มีบ้านแต่ก็ไม่เคยได้อยู่บ้านพร้อมหน้ากับพ่อแม่ พออายุมากขึ้นก็หันกลับมามองว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างนี้ต่อไปหรือ เวลานั้นเองที่ 3 คนพี่น้องมาคุยกันอย่างจริงจังแล้วว่าควรจะหาอาชีพอะไรที่ทำอยู่กับบ้านได้ ตอนนั้นเองที่ซีพีเอฟเข้ามาคุยกับเราเกี่ยวกับการส่งเสริมเลี้ยงหมู พอดีกับเห็นว่าพี่น้องที่ทำอยู่ก่อนประสบความสำเร็จดีจึงตัดสินใจเลี้ยงหมูพันธุ์กับซีพีเอฟ เพราะเราเชื่อว่าจะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้มั่นคง และการได้อยู่กับครอบครัวไม่ต้องร่อนเร่ไปอยู่ที่ไหนเหมือนแต่ก่อนอีก"

คำบอกเล่าของสมพงษ์ เอี่ยมเมือง วัย 50 ปีอดีตแรงงานที่ต้องจากบ้านออกรับจ้างเพื่อหาเลี้ยงชีพไปวันๆ กระทั่งเลือกอาชีพที่พลิกชีวิตเธอแบบหน้ามือเป็นหลังมือในวันนี้ ด้วยอาชีพเกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรายย่อย ฟาร์มสุกรพันธุ์ ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ

สมพงษ์ฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 1 หมู่ 6 ต.สระกระโจม อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเมื่อ 10 ปีก่อน เธอตัดสินใจกู้เงินก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิตกว่า 5 แสนบาท เพื่อลงทุนสร้างโรงเรือนเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์จำนวน 120 ตัว โดยรูปแบบโรงเรือนขณะนั้นยังคงเป็นแบบเปิดโล่ง ต่อมาบริษัทจึงส่งเสริมให้ที่ปรับปรุงโรงเรือนเป็นระบบปิดปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำ (Evap-Evaporative Cooling System) ซึ่งทำให้เธอเห็นความแตกต่างของผลผลิตได้อย่างชัดเจน เพราะการเลี้ยงในระบบปิดนี้สามารถปรับอากาศให้เหมาะสมกับความต้องการของแม่สุกรได้เป็นอย่างดี เมื่อแม่สุกรอยู่สบายจึงกินอาหารได้ดีไม่เครียด มีสุขภาพแข็งแรง การให้ผลผลิตจึงดีตามไปด้วย ส่งผลให้เธอสามารถคืนเงินกู้ทั้งหมดได้ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปีเมื่อเห็นว่าอาชีพนี้ทำให้มีรายได้ที่แน่นอน จึงได้กู้เงินเพิ่มอีก 4 แสนบาท เพื่อขยายการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นแม่พันธุ์รวม 220 ตัวในปัจจุบัน สร้างรายได้เฉลี่ยเกือบ 1 แสนบาทต่อเดือน

"ตอนแรกที่เริ่มเลี้ยงหมูกับโครงการฯ เรา 3 คนพี่น้องทำอะไรไม่เป็นเลย ก็ได้สัตวบาลของซีพีเอสเป็นคนแนะนำ ตั้งแต่การสร้างโรงเรือนวิการเลี้ยงหมู การป้องกันโรค เรียกว่าเขาเป็นที่ปรึกษาในทุกๆ เรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องตลาดซึ่งทำให้เราไม่ต้องหนักใจว่าจะเอาลูกหมู่ที่ผลิตได้ไปขายให้ใคร หรือจะขายได้ราคาถูกหรือแพงเท่าไหร่ เพราะบริษัทเขาจะรับซื้อลูกหมูที่ได้มาตรฐานทั้งหมดไปส่งต่อให้เกษตรกรหมูขุนเลี้ยงต่อไปเรียกว่าหมดกังวลเรื่องตลาดไปได้เลย ส่วนเรื่องการผลิตก็จะมี Call Center คอยติดตามในทุกๆ เย็นเพื่อสอบถามว่าเลี้ยงหมูได้มาตรฐานหรือไม่ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะทำให้เราตื่นตัวและป้องกันปัญหาได้ทันท่วงทีเนื่องจากเมื่อเห็นความผิดปกติอะไรก็จะสามารถแก้ไขได้ทันทีก่อนที่จะเกิดปัญหา ส่วนเคล็ดลับในการทำอาชีพนี้ ก็ไม่มีอะไรมาก ขอเพียงสนใจตั้งใจ คอยดูแลหมูของเราด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด เพราะหมูท้องก็เหมือนคนท้องที่ต้องใส่ใจ ดูแลเป็นพิเศษ ส่วนลูกหมูก็เหมือนเด็ดที่ต้องประคบประหงมให้โตขึ้นอย่างมีคุณภาพถ้าทำได้อย่างนี้ ผลผลิตที่มีคุณภาพก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำได้อย่างแน่นอน" สมพงษ์ เล่าถึงการเริ่มต้นอาชีพเกษตรกรโดยมีซีพีเอฟเป็นดั่งพี่เลี้ยงที่ให้คำปรึกษา พร้อมเผยเคล็ดลับที่ทำให้ประสบความสำเร็จตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา

สุริยะ ชูตระกูล ผู้แทนซีพีเอฟ เสริมว่า นอกจากบริษัทจะมุ่งเน้นการสร้างงานสร้างอาชีพและถ่ายทอดเทคโนโลยีทันสมัย รวมทั้งความรู้และวิทยาการสมัยใหม่แก่เกษตรกร เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้เกษตรกรประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและสามารถประสบความสำเร็จในอาชีพ มีรายได้ดี มีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว บริษัทยังมีวิสัยทัศน์และนโยบายในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และใส่ใจต่อชุมชนรอบ โดยสนับสนุนให้เกษตรกรบำบัดของเสียภายในฟาร์มด้วยระบบไบโอแก๊ส อย่างที่สมพงษ์ฟาร์มแห่งนี้จะใช้ระบบไบโอแก๊สแบบ MC-UASB ขนาด 150 ลูกบาศก์เมตร ที่ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าจากเดิมต้องจ่ายค่าไฟในแต่ละเดือนสูงถึง 24,000 แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 12,000 หรือสามารถลดได้มากถึง 50% และยังเป็นการช่วยลดผลกระทบจากแก๊สมีแทนที่เป็นปัจจัยหนึ่งของปัญหาภาวะโลกร้อน

ความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพของคุณสมพงษ์ที่พยายามพัฒนาการผลิตของตนเองอย่างต่อเนื่อง และผลิตสุกรตามหลักวิชาการที่บริษัทมองให้ จึงได้ผลผลิตที่มีมาตรฐาน กระทั่งสมพงษ์ฟาร์มกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ ต่อไป ความสำเร็จของสมพงษ์ฟาร์ม คงจะเป็นประจักษ์พยานที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของซีพีเอฟในอันที่จะสร้างความยั่งยืนแก่ชีวิตเกษตรกรไทยได้อย่างแท้จริง

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง