'สุเทพ'กระทืบแถลงการณ์ศอ.รส.โชว์มวลชน ไม่หวั่นโดนตั้งข้อหากบฏ

24 เม.ย.57 เมื่อเวลา 20.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีสวนลุมพินีว่า วันนี้ ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 มาแล้ว โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดี นายสุเทพ และแกนนำ กปปส. ฐานเป็นกบฏ รวมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการชุมนุม ซึ่งตนเห็นว่า ตั้งแต่ตั้ง ศอ.รส.ขึ้นมา ก็ไม่เห็นว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งถูกลืม ต้องรีบแก้หรือปล่อยตามกรรม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 7 มิถุนายน 2553 00:00:00 น.
สราวุฒิ ศรีธนานันท์ รายงาน

ปัจจุบันปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งมีอยู่จำนวนมากในทุกจังหวัดทั่วประเทศ แม้รัฐบาลบอกว่าจะไม่ทอดทิ้ง แต่ก็ให้การช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึง เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้ข้อมูลตกหล่น ผู้สูงอายุหลายคนจึงต้องอยู่อย่างเดือดร้อนตามลำพัง ด้วยการอาศัยเพื่อนบ้าน หรือผู้มีน้ำใจและศรัทธาให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

อย่างที่ จ.สมุทรสงคราม หรือเมืองแม่กลอง ที่มีประชากรแค่เกือบ 2 แสนคน แต่มีผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งสูงมาก เนื่องมาจากเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ปัญหาความยากจน ปัญหาในครอบครัวและปัญหาสังคม ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นคือ ลูกหลานติดยาเสพติด หากไม่ถูกจับก็ร่อนเร่พเนจรไปมั่วสุมไม่กลับบ้าน จนกว่าจะจนตรอกจริงๆ จึงย้อนมาหาเพื่อขอเงินไปเกี่ยวข้องกับอบายมุขต่อไป

อีกปัญหาหนึ่งก็คือ ลูกหลานไปทำงานนอกบ้านต่างเมือง เนื่องมาจาก จ.สมุทรสงคราม ถูกจำกัดพื้นที่ในเรื่องของการจัดสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ให้อุตสาหกรรมขนาดใหญ่เข้ามาอย่างเด็ดขาด วัยแรงหนุ่มสาวส่วนใหญ่จึงพากันไปขายแรงงานในต่างจังหวัด บางรายไปเช้าเย็นกลับ บางรายอาจไปค้างแรมเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน หรือเป็นปี ผู้สูงอายุจึงถูกทอดทิ้งให้เฝ้าบ้าน บางทีต้องเลี้ยงหลานเหลนจนไม่มีเวลาพักผ่อน ภาพที่ต้องมานั่งไกวเปลจึงปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไป

น.ส.อัจฉรา พุ่มมณีกร หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า ใน จ.สมุทรสงคราม มีผู้สูงอายุและคนชราประมาณกว่า 3 หมื่นคน เกือบทุกคนได้รับเบี้ยยังชีพไม่ต่ำกว่าเดือนละ 500 บาท ต้องยอมรับว่าไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย หากไม่ได้รับการดูแลจากครอบครัวที่เป็นพี่น้องหรือบุตรหลาน บางรายอาจต้องอาศัยข้าววัดกิน อาศัยที่วัดอยู่ หากสำนักงานพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์พบเห็นหรือได้รับข้อมูลแจ้งมา ก็จะให้การช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ

สำหรับเรื่องเบี้ยยังชีพอย่ามองว่าน้อย เพราะยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก เช่น คนชราและผู้สูงอายุที่อยู่ในเขตเทศบาลต่างก็จะได้รับเบี้ยยังชีพของเทศบาล ส่วนที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. ก็มีเบี้ยยังชีพให้เช่นกัน นอกจากนี้ยังได้รับเครื่องบริโภคอุปโภคอีกด้วย และบางรายยังได้รับความเมตตา ความสงสารจากเพื่อนบ้านและผู้ที่พบเห็น เชื่อว่าผู้สูงอายุบางรายอาจเพียงพอต่อการดำรงชีวิต หากไม่ฟุ่มเฟือยหรือเอาเงินไปดื่มสุราและเล่นการพนัน

ปัญหาต่อมาก็เรื่องการขาดแคลนและอดอยาก ที่หน่วยงานซึ่งรับผิดชอบต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เรื่องดังกล่าวก็เกิดซ้ำซากจนบางรายลูกหลานเอือมระอาและทอดทิ้งไปในที่สุด จึงอยากให้ผู้สูงอายุประคับประคองตัวเองให้อยู่รอด หากมีปัญหาก็ติดต่อมาได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สมุทรสงคราม ได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของผู้สูงอายุยังไม่ได้มีเพียงแค่นี้ เพราะเท่าที่ได้รับการร้องเรียนมีหลายตำบลระบุว่า เบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุเดือนละ 500 บาทนั้น ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง บาง อบต.จ่ายเป็นรายเดือน บาง อบต.ก็จายเป็นราย 6 เดือน หรือ 1 ปี บัญชีเบิกไม่ชัดเจน มีการขูดขีดฆ่าหรือปลอมแปลงเอกสาร การเบิกจ่ายมีการเซ็นชื่อมอบฉันทะให้คนอื่นไปรับแทน สิ่งเหล่านี้หากเกิดขึ้นจริงก็เท่ากับเป็นการทุจริตในวงราชการ ข้อสำคัญคือเป็นการทำนาบนหลังคน และคนเหล่านั้นเป็นผู้ชราอีกด้วย

ผู้สูงอายุรายหนึ่งในเขต อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ในปี 2552 ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพียง 6 เดือน อีก 6 เดือนหายไป เจ้าหน้าที่อ้างว่ารัฐบาลจ่ายให้แค่ 6 เดือนเท่านั้น แต่หลังจากนั้นก็ได้รับเดือนละ 500 บาทตลอด ไม่ทราบเงิน 6 เดือนที่ไม่ได้รับนั้นหายไหน อยากให้มีการตรวจสอบด้วย

ขณะที่ผู้สูงอายุอีกรายในอำเภอเดียวกันก็บ่นว่า สมัยก่อนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ดูแลเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ฝนก็ตกไม่ทั่วฟ้า คือได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เพราะกำนันและผู้ใหญ่บ้านบางรายจะจ่ายให้กับผู้สูงอายุที่เป็นเครือญาติก่อน ถ้าเงินเหลือก็จะจ่ายให้กับลูกบ้านคนอื่นๆ ปัจจุบันการจ่ายเบี้ยยังชีพโอนไปให้ อบต.รับผิดชอบก็เข้ากรอบเดิม เท่ากับว่าผู้สูงอายุหนีเสือปะจระเข้

ทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกที่หดหู่ น่าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.สมุทรสงคราม รวมไปถึงจังหวัดอื่นควรจะลงพื้นที่ตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริง เพราะปัญหาเหล่านี้มีอยู่จริงในทุกท้องที่ทั่วประเทศ และอย่าตรวจสอบเฉพาะข้อมูล เอกสารการเบิกจ่าย และการเซ็นชื่อรับเบี้ยยังชีพเท่านั้น แต่ต้องลงไปดูให้ถึงที่ เนื่องจากมีตัวอย่างมาแล้ว เช่น การสำรวจ จปฐ.ของหน่วยงานใน จ.สมุทรสงคราม ที่จ้างคนสำรวจบ้าง เจ้าหน้าที่ออกสำรวจเองบ้าง ข้อมูลส่วนใหญ่จะไม่ตรงกัน เพราะเจ้าหน้าที่และผู้รับจ้างส่วนใหญ่ไปสำรวจแค่บ้านกำนัน บ้านผู้ใหญ่บ้าน และบ้าน อบต. ลอกเอาข้อมูลมา หรือที่แนบเนียนที่สุดก็ไปเอาข้อมูลที่สถานีอนามัยในตำบล ส่งผลให้การสำรวจ จปฐ.ใน จ.สมุทรสงคราม ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ตรงกับความเป็นจริงมากนัก

ปัจจุบันยังมีคนสมุทรสงครามอีกมากมายที่ตกสำรวจ จปฐ. เช่นเดียวกับผู้สูงอายุ คนชราและผู้ด้อยโอกาส และคนเหล่านี้จำนวนไม่น้อยยังไม่เคยได้รับเบี้ยยังชีพแม้แต่บาทเดียว.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง