'กำนัน'ย้ำชัดต้านกกต.จัดเลือกตั้ง 20เม.ย.นัดเดินสีลม-เจริญกรุง

19 เม.ย.57 เมื่อเวลา 20.25 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีสวนลุมพินี ว่า คนในระบอบทักษิณ ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองทำผิด ถ้าถูกตัดสินว่าผิดก็ด่าศาลว่าไม่ยุติธรรม สองมาตรฐาน และยังเหิมเกริมเอาปืนไปยิงใส่ศาล ตำรวจไม่เคยจับได้ เป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษไม่เคยผิด ไม่ต้องติดคุก...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ทำไมเด็กไทยไม่เข้าวัด

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2553 00:00:28 น.

เมื่อสมัยก่อนจะเห็นได้ว่าวัดและสังคมไทยไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือชนบทต่างมีความใกล้ชิดผูกพันกันเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่เพียงแต่วัดจะเป็นสถานที่ทำบุญ แหล่งผ่อนคลายสงบจิตสงบใจ แต่จะเห็นได้ว่าเด็กไทยสมัยก่อน มองว่าวัดเปรียบเสมือนแหล่งศึกษาหาความรู้ หรือแม้แต่การเรียนหนังสือเอง ผู้สอนก็เป็นพระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ในวัด     แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลก เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น การติดต่อสื่อสารระหว่างกันมีความสะดวกง่ายดาย รวดเร็วกว่าสมัย 30-40 ปีที่แล้วไม่รู้กี่เท่าตัว แต่ขณะเดียวกัน โลกไอทีก็เป็นตัวเพิ่มช่องว่างและระยะห่างระหว่างคนกับวัด โดยเฉพาะพุทธศาสนามากขึ้น

ยิ่งเยาวชนคนรุ่นใหม่ วัดกับชีวิตเด็กหรือวัยรุ่นดูจะเป็นเรื่องห่างไกลยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพราะเมื่อถามถึงวัด พวกเขาก็จะมองว่าการไปวัดเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก ซึ่งปรากฏการณ์นี้เป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก ในแง่ที่ว่าหากวันหนึ่งในอนาคต พวกเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่และไม่ได้ปลูกฝังต่อถึงความสำคัญของวัดให้กับคนรุ่นลูกรุ่นหลาน "วัด" ในความคิดของคนรุ่นต่อๆ ไปก็อาจเป็นจะสิ่งที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากระบบความคิด การรับรู้และเห็นความสำคัญ

ในขณะนี้แม้จะมีหลายหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องออกมากระตุ้นความสนใจของเยาวชนให้เข้ากับยุคสมัยผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตและเกมคอมพิวเตอร์แล้วก็ตามที เช่น เว็บไซต์ www.thammapedia.com ที่สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา หรือแม้แต่การฟังธรรมแบบออนไลน์ เกมเณรสิกขา พิชิต 5 มาร ที่ทำโดย ม.รังสิต เพื่อส่งเสริมให้ลดความรุนแรงพร้อมสอดแทรกพระธรรม หรือแม้แต่เกมโลกพระพุทธศาสนาเสมือนจริง (Avatar) ที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็มุ่งหวังสอดแทรกธรรมะส่งผ่านไปยังคนรุ่นใหม่ด้วยเช่นกัน

ถึงกระนั้น ยังมีข้อสงสัยว่าธรรมะออนไลน์เหล่านี้จะสามารถทำให้เด็ก "เข้าถึง" ศาสนาและพากันเข้าวัดมากขึ้นหรือไม่

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ว.วชิรเมธี ให้ความเห็นว่า การที่เด็กไทยเราเข้าวัดน้อยลง เนื่องมาจากการที่สังคมและยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป จากที่สมัยก่อนในยุคเกษตรกรรม ที่ที่เด็กจะไปพักผ่อนหาความรู้ก็มีแต่วัด แต่พอมาในยุคปัจจุบัน คู่แข่งของวัดก็มีมากขึ้น เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงหนัง สปอร์ตคลับ สถานเริงรมย์ ผับ บาร์ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไอโฟน แบล็คเบอร์รี่ จึงทำให้เหล่าเยาวชนต่างก็หมกมุ่นอยู่กับความสุขความรื่นรมย์ทางจิตวิญญาณจนลืมว่ายังมีวัดอยู่ รวมถึงคนรุ่นใหม่เองก็ยังถือได้ว่าใหม่ต่อโลก จึงเลือกสนใจในสิ่งใหม่ๆ ของโลกมากกว่าการเลือกสนใจทางธรรม

อย่างไรก็ตาม ทางสถาบันสงฆ์เองก็ยังมีพิธีการที่ยืดเยื้อเรื้อรัง การเทศน์ที่ยังไม่เข้ากับยุคสมัย ไม่สามารถตอบโจทย์การใช้จริงในชีวิตประจำวันได้ และในศาสนสถานบางแห่งยังได้มีการนำในเรื่องของไสยศาสตร์มาปน จึงมองเสมือนว่าพุทธศาสนาเป็นเรื่องล้าหลังไป ทำให้คนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงจึงหันไปพึ่งเทคโนโลยีแทนที่จะพึ่งพระสงฆ์

"เช่น ในสมัยก่อนคนที่อยากรู้เรื่องอะไรก็จะไปที่วัด ไปหากูรูอย่างพระสงฆ์ แต่สมัยนี้อยากรู้เรื่องอะไรก็ไปหากูเกิลแทน เพียงใช้เวลาแค่ 5 นาทีก็รู้ได้ สิ่งเหล่านี้จึงทำให้คนรุ่นใหม่ตัดความสำคัญของวัดทิ้งไป"

พระอาจารย์ ว.วชิรเมธียังกล่าวอีกว่า การที่เด็กไทยห่างเหินวัดไปจึงเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะเด็กไทยจะไม่มีรากฐานทางศีลธรรม พร้อมทั้งจะทำให้ก่อเกิดพฤติกรรมเห็นแก่ตัว โกงกิน คิดแคบ มองแคบ ขาดจิตสำนึก ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในกับสถานการณ์ปัจจุบันก็สะท้อนออกมาแล้วในทางที่ไม่ค่อยจะดีนัก และการที่คนรุ่นใหม่ไม่มีรากแก้วทางศีลธรรม บ้านเมืองในอนาคตก็จะบอบช้ำมากขึ้น ไม่ต่างอะไรเลยกับในยุคสมัยนี้"     เด็กไปวัดดีอย่างไร พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี กล่าวว่า การไปวัดจะทำให้พวกเขาได้ค้นพบต้นแบบในการดำรงชีวิตที่ดี ได้แรงบันดาลใจในทางธรรม สามารถนำมาปรับใช้ได้ ได้สมาคมกับคนที่ดูเป็นผู้ทรงศีลทรงปัญญา รวมทั้งได้คุณธรรมพื้นฐาน เช่น ความรู้ด้านพระพุทธศาสตนา ความกตัญญู เสียสละ ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ การเป็นผู้ให้ และจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา

สำหรับวิธีที่จะทำให้เยาวชนหันกลับมาเข้าวัดได้ดีที่สุด ประการที่ 1.ต้องเริ่มจากให้วัดปรับตัว ปรับภูมิทัศน์ให้ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ องค์ประกอบอาคารสถานที่ไม่รกรุงรัง ตลอดจนความสะอาดของห้องน้ำ และไม่ยกพื้นที่ของวัดให้เป็นลานจอดรถเสียหมด 2.พัฒนาพระสงฆ์ให้มีความรู้ทางโลกและทางธรรม พร้อมทั้งศักยภาพในการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาอย่างดีเยี่ยม 3.คณะสงฆ์ควรปรับยุทธศาสตร์ในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้ก้าวทันต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปในสังคมอย่างสมเหตุสมผล และ 4.งดข่าวคราวที่เสียหายที่เกิดขึ้นจากการ กระทำของพระสงฆ์บางรูปให้ลดน้อยลง ทำให้ทุกคนในสังคมเมื่อเห็นพระจะรู้สึกเหมือนเห็นดอกไม้ที่ผลิบาน ไม่ใช่เห็นพระแล้วปวดหัวใจ     ส่วนการกระตุ้นให้เด็กเข้าวัดด้วยการใช้ไอทีเข้าช่วย พระอาจารย์ ว.วชิรเมธีมองว่า แม้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ยังมีบรรยากาศของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เจือปนอยู่ เลยไม่ต้องตาต้องใจของพวกเขามากนัก ส่วนการที่จะเริ่มปลูกฝังค่านิยมจากการที่พ่อแม่พาลูกไปเข้าวัด ก็จะสามารถช่วยได้แค่เพียงส่วนหนึ่ง แต่ก็ควรเลือกวัดดี หลวงพ่อไม่ดุ มีกิจกรรมของทางวัดที่ไม่น่าเบื่อ มิเช่นนั้นเด็กก็จะจดจำภาพความน่าเบื่อของวัดไปตลอด     "หากสถาบันสงฆ์ต้องการอยู่ในสังคมสมัยใหม่อย่างมีความหมาย ก็ต้องเริ่มแล้วที่จะปฏิรูปตัวเอง ไม่ใช้ต้องรอให้สังคมมาบีบถึงจะปฏิรูปได้ ให้วัดสามารถเกื้อกูลสังคมในยามวิกฤติ และหยัดยืนตามการเปลี่ยนแปลงของกระแสวิวัฒนาการโลกได้ เท่านี้ในอนาคตวัดก็จะหยัดยืนอยู่ได้ในสังคมอย่างมีความหมาย" พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี กล่าว     ด้านเด็กที่ผูกพันกับวัดมาตั้งแต่เด็กอย่างธนาวุฒิ ขวัญสุข หรือ ริว นักเรียนชั้น ป.6 รร.วัดสันติธรรมราชบำรุง จ.นครนายก บอกว่า

เมื่อมีเวลาว่างในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่วัดทุกครั้งตั้งแต่เช้าจรดเย็น มาร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับวัด เพราะการที่ไปวัดแล้วไม่เพียงแค่ได้ทำบุญ แต่ยังได้ความรู้จากพระอาจารย์ ได้เจอเพื่อน ได้หัวเราะสนุกสนานอีกด้วย ต่างจากการไปเดินห้างหรือเล่นเกมที่ดูจะไม่ค่อยได้สาระอะไร

รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า การใช้สื่อออนไลน์ให้คนเข้าถึงศาสนานั้น กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและกิจกรรมทางวัฒนธรรมผ่านเว็บไซต์ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะเท่ากับเป็นจุดเชื่อมโยงเด็กกับพระพุทธศาสนาให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ถ้าเลือกได้ก็ควรปฏิบัติจริงมากกว่า

เพราะถ้าไม่ระวังจะเป็นการเวียนเทียนเชิงสัญลักษณ์ เป็นพระพุทธศาสนาออนไลน์ ทำเพียงแก้ขัดตามกระแส เป็นการเรียนรู้ประเพณีเพียงผิวเผิน ไม่ทำให้เกิดจิตสำนึกที่ดีขึ้น     "การที่เด็กได้ปฏิบัติจริงจะทำให้เกิดการซึมซับ ซึ่งวันสำคัญทางพุทธศาสนามีเพียงไม่กี่วัน เด็กควรจะได้หลุดออกจากโลกออนไลน์ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเด็กใช้ชีวิตยึดติดกับอินเทอร์เน็ตไป

ทุกเรื่อง แทนที่จะสัมผัสกับชีวิต
จริง การเวียนเทียนหรือทำ
กิจกรรมทางวัฒนธรรมผ่านโลกไซเบอร์มันเหมือนเป็น
จินตนาการ ไม่ใช่ชีวิตจริง" รศ.ดร.สมพงษ์กล่าว

ส่วน ธีรภัทร ไทยธีระเสถียร หรือ แฮม นักเรียนชั้น ม.3 จาก รร.สาธิต มศว ปทุมวัน บอกว่า ตัวเขาเองนั้นถือได้ว่าเข้าวัด ไหว้พระ ถวายสังฆทานค่อนข้างบ่อย เฉลี่ยเดือนละครั้งได้ โดยเฉพาะกับการเดินทางตระเวนไปไหว้พระ 9-10 วัดตามต่างจังหวัด ซึ่งการไปวัดไหว้พระ ทำบุญแต่ละครั้งจะมีคุณพ่อเป็นคนพาไปแทบทุกครั้ง ทั้งนี้ ข้อดีของการไปวัด เพราะไม่เพียงแต่ไปแล้วจะได้บุญ การเข้าวัดยังช่วยทำให้จิตใจสงบ และยังช่วยทำให้ผลการเรียนดีขึ้นได้     อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการรณรงค์ถึงความสำคัญของพุทธศาสนา และวัดสำคัญต่างๆ ตามสื่อออนไลน์ให้เข้ายุคสมัย แม้จะเป็นเรื่องดี แต่คงช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะถ้าพวกเขามาเล่นสื่อออนไลน์พวกนี้อยู่ แล้วพวกเขาก็คงไม่คิดไปวัดกัน     "สำหรับสาเหตุที่ทำให้เด็กไทยห่างวัดมากขึ้นเมื่อเทียบกับในสมัยก่อน ก็เพราะว่าปัจจุบันเรามีความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุมากยิ่งขึ้นกว่าสมัยก่อน อย่างแต่ก่อนไม่มีห้าง เด็กก็เลยต้องเข้าวัดกัน แต่สมัยนี้สามารถเลือกได้ว่าจะไปเที่ยวไหน" แฮมกล่าว

ชยานันต์ บูรณศิริ หรือ เป้า นักเรียนชั้น ม.3 รร.สามเสนวิทยาลัย ยอมรับว่า ตัวเองนั้นไม่ค่อยได้ไปวัดเท่าไร เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาว่าง หากไปก็จะไปแค่เป็นการไปทำบุญตอนวันเกิดเท่านั้น เนื่องจากว่าการไปวัดเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าเบื่อ เมื่อเทียบกับการได้ออกมาเดินเที่ยวเล่นตามห้างสรรพสินค้า และการนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์ สิ่งเหล่าดูจะเป็นอะไรที่น่าสนใจและน่าสนุกกว่าการมาวัดมากๆ

"แม้ผมจะเคยเห็นบ้างตามสื่อต่างๆ ที่มารณรงค์ให้เห็นถึงความสำคัญทางศาสนา ตามโทรทัศน์หรืออินเทอร์เน็ต ที่จะมีการเชิญชวนให้ไปทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญทางศาสนาไทยอยู่บ้าง แต่ก็คงไม่ได้มามีส่วนช่วยให้ผมอยากไปวัดทำกิจกรรมต่างๆ พวกนั้นมากขึ้นอยู่ดี"  เป้ากล่าว

วาสนา คงขวัญยืน หรือ ไก่ นักเรียนชั้น ม.4 รร.บางมดวิทยา บอกว่า ปกติแล้วแทบไม่เคยได้เข้าวัดเลย จะไปก็ต่อเมื่อไปร่วมงานศพ หรือไม่ก็นานๆ ครั้งถึงจะเข้าไปทำบุญบ้าง เพราะว่าการไปวัดเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก ถึงไปก็มีแต่กิจกรรมที่น่าเบื่อ อย่างการเวียนเทียน สวดมนต์ นั่งสมาธิ หรือการนั่งฟังพระเทศน์ ซึ่งหากมีเวลาว่างจากการเรียนเมื่อไรจะเลือกที่ไปเดินช็อปปิ้งซื้อของตามย่านสยามหรือห้างสรรพสินค้า หรืออยู่บ้านนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์มากกว่าการจะไปวัด.

บรรยายใต้ภาพ
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี
ไก่-วาสนา และเพื่อน
แฮม-ธีรภัทร
น้องริวและเพื่อนๆ
เกมโลกพระพุทธศาสนาเสมือนจริง Avatar
เกมเณรสิกขา พิชิต 5 มาร
ตัวอย่างเว็บไซต์ธรรมะออนไลน์
พระพุทธเทวราชปฏิมากร
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง