ปลัดสธ.”ลั่นมีศักดิ์ศรี ชนศอ.รส. อย่าบีบขรก.เลือกข้าง

ชนศอ.รส. อย่าบีบขรก.เลือกข้าง ยันมีสิทธิ์ร่วมหาทางออก ย้ำ17เมษาฯไม่เข้าประชุม “นิพัทธ์”อ้างคำสั่งต้องไป พท.จี้สอบวินัยพวกหัวแข็ง นพ.ณรงค์  สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)  ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 เมษายน ยืนยันที่จะไม่ไปร่วมประชุมกับศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ในวันที่...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

สธ.เปิดโครงการเรียนรู้นอกตำราถุงยางอนามัยดี มีคุณภาพ (สากล)

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 29 กันยายน 2553 00:00:25 น.

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดโครงการเรียนรู้นอกตำรา "ถุงยาอนามัยดี มีคุณภาพ (สากล)" โดยให้นักเรียนนักศึกษาและผู้สนใจเข้าชมห้องปฏิบัติการและพิพิธภัณฑ์ถุงยางอนามัยของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มุ่งปลูกฝังและเสริมสร้างทัศนคติและพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง โดยเพาะในกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา พร้อมเผยผลการตรวจสอบคุณภาพถุงยางอนามัยในปี 2551-2553 พบมีมาตรฐานลดลง ร้อยละ 99.6, 99.4 และ 99.1 ตามลำดับ

ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยยังมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการใช้ถุงยางอนามัย เช่น ใครใช้ถุงยางอนามัย เป็นคนไม่ดี หากใช้แล้วจะไม่สนุก ใช้แล้วขาดตอนไม่ต่อเนื่อง หรือกังวลว่าไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้จึงเลือกใช้ยาคุมกำเนิด และไม่ใช่นักเที่ยวไม่ต้องใช้ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีวิธีการใช้ไม่ถูกต้องเพราะความเข้าใจผิด เช่น กรณีข่าววัยรุ่นใช้เบบี้ออยล์ทาถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์เนื่องจากเข้าใจว่าใช่ถุงยางอนามัยราคาถูกจะไม่มีสารหล่อลื่น แสดงให้เห็นว่ายังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องวิธีการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง รวมทั้งไม่เข้าใจว่าถุงยางอนามัยทุกรุ่นที่วางจำหน่ายและถุงยางอนามัยแจกฟรีของกระทรวงสาธารณสุขมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ด้วยเหตุนี้กระทรวงสาธารณสุขโดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้จัดโครงการเรียนรู้นอกตำรา "ถุงยางอนามัยดี มีคุณภาพ (สากล)" ขึ้น เพื่อให้กลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มที่เป็นกำลงัสำคัญในการเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อถุงยางอนามัย มีโอกาสเรียนรู้นอกตำราและมีความรู้ความเข้าใจเรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับถุงยางอนามัย ประโยชน์ วิธีการใช้ การเก็บรักษา ตลอดจนศึกษาดูงานห้องปฏิบัติการทดสอบคุณภาพถุงยางอนามัยตามาตรฐานสากลและพิพิธภัณฑ์ถุงยางอนามัยของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างทัศนคติที่ดีและมีพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่ออีกว่า ห้องปฏิบัติการทดสอบถุงยางอนามัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2529 หลังจากที่มีการระบาดของโรคเอดส์ในประเทศไทยประมาณปี 2527 และได้รับการรับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการจาก National Association of Testing Authorities (NATA) ประเทศออสเตรเลีย ปี 2538 และจากสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปี 2550 ซึ่งได้ดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภค โดยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย ของการใช้ถุงยางอนามัยและให้บริการตรวจสอบคุณภาพถุงยางอนามัยก่อนจำหน่ายทุกรุ่นการผลิตและสุ่มตรวจถุงยางอนามัยที่วางจำหน่ายในท้องตลาดจากข้อมุลตรวจสอบคุณภาพถุงยางอนามัย หัวข้อความดันและปริมาณขณะแตก ตามมาตรฐานประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 28 พ.ศ.2545 ซึ่งอ้างอิงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.625-2548 และมาตรฐานสากล ISO 4074 : 2002 ในปีงบประมาณ 2551-2553 เก็บตัวอย่างจากร้านขายยา ผู้แทนจำหน่ายหน่วยงานราชการ เป็นต้น โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานอื่นๆ จำนวน 266, 467 และ 218 ตัวอย่างพบผลการทดสอบเข้ามาตรฐานร้อยละ 99.6, 99.4 และ 99.1 ตามลำดับ

นายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ถุงยางอนามัยเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่ประกาศเป็นเครื่องมือแพทย์ ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2531 (ปัจจุบัน พ.ศ.2551) ซึ่งมีมาตรฐานข้อกำหนดชัดเจนในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 5 พ.ศ.2532 (ปัจจุบัน ฉบับที่ 28 พ.ศ.2545) และมาตรฐานระหว่างชาติ คือ ISO 4074 เป็นการทดสอบทางกายภาพ/กล เกี่ยวกับคุณภาพของถุงยางอนามัย และมาตรฐาน ISO 2859-1 เกี่ยวกับแผนการชักตัวอย่างและ เกณฑ์การยอมรับชิ้นบกพร่องนอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือแพทย์ชนิดเดียวที่นอกจากต้องมีใบอนุญาตการผลิตหรือนำเข้าแล้ว ยังต้องให้มีการตรวจคุณภาพทุกรุ่นก่อนออกจำหน่ายในท้องตลาด โดยห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถ้าพบว่าถุงยางอนามัยรุ่นผลิตใดไม่เข้ามาตรฐาน ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะไม่สามารถนำออกจำหน่ายได้การรับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบถุงยางอนามัยจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผลการทดสอบน่าเชื่อถือ ทำให้เกิดการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตามในการเลือกใช้ถุงยางอนามัยควรเลือกใช้ถุงยางอนามัยใหม่ที่ไม่หมดอายุ มีความเหนียว ไม่เปื่อย สามารถใช้สารหล่อลื่นซิลิโคลนออยล์หรือสารหล่อลื่นที่ละลายในน้ำ เช่น K-Y jelly กลีเซอรีน ไม่ควรใช้สารหล่อลื่น เช่น เบบี้ออยล์ปิโตรเลียม เจลลี น้ำมันพืช เพราะจะทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และควรเก็บถุงยางอนามัยไว้ในที่แห้ง และเย็น ระวังอย่าให้ถูแสงแดดหรือความร้อน อย่าเก็บถุงยางอนามัยไว้ในช่องเก็บของรถยนต์ กระเป๋าสตางค์หรือกระเป๋ากางเกงด้านหลัง เพราะหากมีการกดทับจะทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาด

บรรยายใต้ภาพ

ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สธ. เป็นประธานในการเปิดงาน "ถุงยางอนามัยดี มีคุณภาพ(สากล)" โดยมี นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

รมช.สธ. เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ถุงยางอนามัยของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง