หยุดเบียดเบียนเกษตรกร...สู้เพื่อ5.66 บาทและโควตาที่เป็นธรรม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 11 มีนาคม 2560 00:00:56 น.

สหกรณ์ภาคการเกษตรทั่วประเทศ มากกว่า 1,000 แห่งยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ ฯพณฯ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านทางตัวแทนรับมอบโดยขอให้ยืนราคารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ภาคการเกษตรที่ 5.66 บาทต่อหน่วย และขอให้นำโควตาราชการที่ไม่สามารถดำเนินการได้มาให้เกษตรกร ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้เกษตรกร ทั่วประเทศ จะได้มีสวัสดิการและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 นายปฏิพล เกตุรัตนัง ประธานสหกรณ์ภาคการเกษตรนาบอน จำกัด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย แกนนำเกษตรกรจาก ทุกภาคของประเทศไทยและนายบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานเครือข่ายปราบโกงแห่งชาติ พร้อมด้วยเครือข่ายและครอบครัวของสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรจาก ทั่วทุกภาคของประเทศไทยร่วมเดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.), คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และที่สุดท้ายได้ร่วมกันเดินทางไป มอบจดหมายร้องเรียนขอความเป็นธรรม กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ณ กระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต จากนั้นช่วงบ่ายได้ร่วมกันแถลงข่าว กับ ศ. ดร. สุนทร บุญญาธิการ ประธานมูลนิธิลดโลกร้อนฯ

ในหัวข้อ "หยุดเบียดเบียนเกษตรกร...สู้เพื่อ 5.66 บาท และโควตาที่เป็นธรรม" ที่ห้องทรัพย์ไพลิน โรงแรมทาวน์อินทาวน์ เรียกร้องให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนบทบาทของ สนพ. กระทรวงพลังงานโดยเร็วเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม!!

นายปฏิพล กล่าวว่า สหกรณ์ภาคการเกษตรทั่วประเทศขอเรียกร้อง 3 ข้อคือ

1.ขอให้คงราคารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มในราคาเดิมคือ 5.66 บาท/หน่วยเช่นเดียวกับในระยะที่ 1 เพราะเป็นโครงการเดียวกัน!เพื่อความต่อเนื่องเพราะมีกลุ่มเป้าหมายเดียวกันคือสหกรณ์ภาคการเกษตร จึงควรมีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อความเสมอภาค และลดความเหลื่อมล้ำสำหรับสหกรณ์ในภาคต่างๆ ทั้ง 2 ระยะเพื่อความเท่าเทียมกัน

2.ขอให้นำโควตาของหน่วยงานราชการที่เหลือเนื่องจากไม่สามารถดำเนินการได้ มาให้กับเกษตรกร เพราะจากการประกาศระบุว่าให้ 2 กลุ่มเป้าหมายคือ สหกรณ์ภาคการ เกษตรและราชการ ในเมื่อราชการเข้าร่วมโครงการไม่ได้ ก็ควรคืนมาให้ สหกรณ์ฯ (ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาฯ)

3.ขอให้คงระเบียบการคัดเลือกด้วยวิธีการจับสลากเหมือนในระยะ ที่ 1 เพื่อความโปร่งใส เสมอภาคและยุติธรรม ซึ่งมีผลดีอยู่แล้วและทุกฝ่ายก็ยอมรับได้ "ถ้าทางสนพ.ยังยืนยันเหมือนเดิม เครือข่ายเกษตรกรอาจมีการล่ารายชื่อเกษตรกรทั่วประเทศ 1 ล้านคน เพื่อเรียกร้องท่านนายกฯให้ทบทวนบทบาทความโปร่งใสของสนพ.ต่อไป"

ศ.ดร.สุนทร กล่าวว่า การแบ่งโควตาสหกรณ์ 400 เมกะวัตต์ ราชการ 400 เมกะวัตต์ ไม่เป็นธรรม เพราะเกษตรกรมีจำนวนถึง 30-40 ล้านคน ที่ไม่มีสวัสดิการ ราชการมี 2-3 ล้านคน มีสวัสดิการมากกว่า ดังนั้นการแบ่งโควตาควรให้สหกรณ์ฯมากกว่า ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่กระทรวงพลังงานจะโอนโควตาราชการไปทำอย่างอื่น และควรยืนราคาเดิมคือ 5.66 บาทต่อหน่วย เพราะโครงการที่ 1 ก็รับซื้อราคานี้ เพราะต้องเผื่อเป็นสวัสดิการของเกษตรกร ไม่ใช่คิดเชิงพาณิชย์ในราคา 4.12 บาท ต่อหน่วย เป็นการคิดเฉพาะต้นทุนกำไรในการก่อสร้างเท่านั้น

"โครงการนี้มี 800 เมกะวัตต์ ในรัฐบาลเก่าตั้งใจให้เกษตรกรทั้งหมด 800 โครงการระยะที่ 1 ที่ใช้วิธีจับสลากดีอยู่แล้ว โปร่งใส เป็นธรรม !!! หากยังมีข้าราชการบางกลุ่มที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมก็ขอสนับสนุนเสนอแนะให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ใช้ ม.44 เพื่อจัดการกับข้าราชการที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม เพื่อความสงบสุขและเกษตรกรทั่วประเทศจะได้มีชีวิตความเป็นอยู่และสวัสดิการที่ดีขึ้น ดั่งที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ทั่วประเทศให้มีรายได้มีคุณภาพชีวิตและสวัสดิการที่ดีขึ้น อย่างยั่งยืน ทั้งนี้มีรายงานว่าหากปัญหาที่เกิดขึ้นยังคงไม่ได้รับการพิจารณาแก้ไขให้เรียบร้อยตามที่ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไป"

สหกรณ์ภาคการเกษตรและเครือข่ายทั่วประเทศ เตรียมรวบรวมรายชื่อเกษตรกรฯ จากทั่วทุกภาคของประเทศ มากกว่าหนึ่งล้านรายชื่อ (ภาคใต้ 300,000, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 400,000, ภาคเหนือและภาคกลางมากกว่า 300,000 รายชื่อ) เพื่อขอให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้ ม.44 จัดการกับข้าราชการบางกลุ่มที่ประพฤติมิชอบ และเตรียมยื่นร้องเรียนและถอดถอนฯ ต่อไป หากยังคงมีพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใสส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้นายทุนที่ไม่มีความจริงใจที่จะช่วยเหลือ เกษตรกรและลูกหลานฯกว่า 50 ล้านคน ทั่วประเทศ ให้มีชีวิตความเป็นอยู่และสวัสดิการที่ดีขึ้น อย่างยั่งยืน !!!

บรรยายใต้ภาพ
ศ.ดร. สุนทร บุญญาธิการ  ประธานมูลนิธิลดโลกร้อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง