ข่าวอินโฟเควสท์
01:47 ตำรวจฮุสตันวิสามัญฯผู้ต้องสงสัยพกปืน ด้านนอกโรงเรียนประถมรัฐเท็กซัส   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ตำรวจในเมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส ได้วิสามัญฆาตกรรมผู้ต…
01:34 "ดอยซ์แบงก์"หั่นคาดการณ์ no-deal Brexit เหลือเพียง 35% จากเดิม 50%   ดอยซ์แบงก์ระบุในวันนี้ว่า ทางธนาคารได้ปรับลดความเป็นไปได้ที่อังกฤษจะแยกตัว…
00:52 กลุ่มกบฏฮูตีเตือนยังคงเล็งโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันของ"ซาอุดี อารามโค"   กลุ่มกบฏฮูตีของเยเมนออกโรงเตือนว่า ทางกลุ่มยังคงเล็งโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันของ…
00:26 กูรูชู iPhone 11 สุดฮอต หลังยอดจอง Pre-order ทะลักเกินคาดในจีน   นายกั๊วะ หมิง ฉี นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับบริษัทแอปเปิล อิงค์ กล่าวว่า…
23:27 เกิดแผ่นดินไหว 5 แมกนิจูดในมณฑลกานสูของจีน ยังไม่มีรายงานความเสียหาย   ศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวของจีน (CENC) รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหว 5 แมก…

คอลัมน์: ส่อง..เกษตร: ต้นตอความทุกข์ยากของเกษตรกร

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 17 พฤษภาคม 2560 00:00:06 น.
สาโรช บุญแสง

วันพืชมงคลหรือวันเกษตรกร ศุกร์ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมนั่งคิดเล่นๆว่า ทำไม?เกษตรกรไทยยังมีชีวิตที่ยากลำบากอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ประเทศไทยของเราก็อุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าประเทศใดๆในโลก จนในอดีตเราได้ชื่อว่าเป็น"เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ" แม้ในยุคปัจจุบันไทยเราก็ยังได้รับการขนาดนามเป็น"ครัวของโลก"

มีอยู่หลายๆ สาเหตุที่คนทั่วไปย่อมคิดกันได้ด้วยสามัญสำนึก เช่น อาจ

กับเป็นเพราะสภาพดินฟ้าอากาศที่วิปริตจากภาวะโลกร้อน ทำให้พี่น้องเกษตรกรไทยต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทำลายพืชผลการเกษตรถี่มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์พายุฝนฟ้าตกหนักมากเกินต้องการ จนท่วมท้นทำลายเรือกสวนไร่นา หรือฝนไม่ตกต่อเนื่องยาวนาน แล้งจัดทำพืชผลเสียหาย นอกจากนั้นยังต้องเผชิญภาวะการระบาดของแมลงศัตรูพืชบ้าง การเกิดโรคระบาดใหม่ๆ ทั้งในพืชและสัตว์เลี้ยงการเกษตรบ้าง เป็นต้น...สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุจากธรรมชาติที่ยากจะควบคุมได้

นอกจากเรื่องธรรมชาติแล้ว ยังมีสาเหตุจากเรื่องของ "คน" อย่างการเอารัดเอาเปรียบของ"คนที่เป็นพ่อค้าคนกลาง" ในการกดราคารับซื้อผลผลิตต่างๆอย่างไม่เป็นธรรม โดยอ้างเรื่องกลไกการตลาดบ้าง หรือไม่อ้างอะไรเลยแต่จะกดราคากันดื้อๆ ซะอย่าง ตลอดจนถึง "คนที่เป็นข้าราชการ" ที่มีหน้าที่ช่วยเหลือเกษตรกร สนับสนุนให้ทำการเกษตรอย่างมีคุณภาพและแก้ไขเยียวยาให้เกษตรกรเมื่อเกิดปัญหาต่างๆขึ้นมา แต่กลับไม่ทำตามหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพพอ อีกทั้งเลวร้ายกว่านั้นคือ กลับฉวยโอกาส"โกงกิน"หาผลประโยชน์โดยมิชอบ ยิ่งซ้ำเติมความเดือดร้อน เพิ่มความทุกข์ยากให้แก่เกษตรกรมากขึ้นไปอีก

ประเด็น "การทุจริตโกงกิน" ที่ซ้ำเติมความทุกข์ยากเดือดร้อนให้เกษตรกรนั้น มีตัวอย่างให้เห็นเป็นที่ประจักษ์มาตลอดหลายสิบที่ผมทำงานเป็นสื่อมวลชนมา ซึ่งถ้าจำแนกคร่าวๆก็พอจะแบ่งได้เป็น 2 หมวดหมู่ คือ 1.เรื่องทุจริตการจัดซื้อปัจจัยการเกษตรต่างๆเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และ2.เรื่องทุจริตในการแทรกแซงราคาพืชผลเพื่อ ช่วยเหลือเกษตรกร

ตัวอย่างคดีครึกโครมทั้งส่อทุจริตและพิสูจน์แล้วว่าทุจริตจริงในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตช่วยเกษตรกรอย่างเช่น การจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ผักที่แพงกว่าท้องตลาด 2 ถึง 10 เท่าตัวในโครงการ "ผักสวนครัวรั้วกินได้" ยุครัฐบาลชวน 2 ช่วงปี 2541 ที่รมช.เกษตรฯเจ้าของโครงการคือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ์ ต้องลาออกและมีข้าราชการกว่า 40 คนถูกลงโทษทางวินัย,โครงการจัดซื้อกล้ายาง 90 ล้านต้น มูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาทยุครัฐบาลทักษิณปี 2545 ที่พบเงื่อนงำส่อฮั้วประมูลมากมาย แม้ในที่สุดอดีตรมช.เนวิน ชิดชอบกับพวกจะรอดตัว ศาลฎีกาฯพิพากษายกฟ้องก็ตาม, คดีทุจริตจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์มูลค่ากว่า 367 ล้านยุครัฐบาลทักษิณปี 2545 ซึ่งทั้ง"ฮั้วประมูล"และซื้อปุ๋ยไร้คุณภาพ เกษตรกรได้รับแจกก็ กองทิ้ง ในที่สุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพิ่งพิพากษา จำคุกนายชูชีพ หาญสวัสดิ์ รมว.เกษตรฯยุคนั้นกับนายวิทยา เทียนทอง เลขาฯรมว.เกษตรฯคนละ 6 ปี เป็นต้น

นี่แค่เรื่องทุจริตที่เป็นคดีขึ้นมา เปรียบดัง "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" เท่านั้น แต่เชื่อได้ว่า ยังมีการจัดซื้อที่ไม่สุจริตอีกมากมายกองโตดัง "ภูเขาน้ำแข็ง" ที่ยังอยู่ใต้ทะเล

แต่ที่สร้างความเสียหายแก่งบประมาณแผ่นดินมโหฬารยิ่งกว่าทุจริตจัดซื้อปัจจัยการผลิต ก็คือ โครงการแทรกแซงราคาผลผลิตต่างๆ ที่มีปัญหามาตลอดเช่น โครงการลำไยยุครัฐบาลทักษิณปี 2545 ที่เสียหายนับหมื่นล้าน การแทรกแซงรับซื้อผลผลิตอีกหลายอย่าง ทั้งมันสำปะหลัง, ยางพารา ฯลฯ และที่เสียหายมโหฬารใหญ่โตมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ คือ โครงการรับจำนำข้าวยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรียกว่า เป็น อภิมหาโครงการผลาญชาติเลยทีเดียว เพราะเสียหายไปหลายแสนล้านบาท

ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ประเมินว่า จนถึงล่าสุดในขณะนี้ ผลขาดทุนจากโครงการจำนำข้าวมีโอกาสเพิ่มเป็น 6.2 แสนล้านบาทจากเดิมที่ประเมินไว้ถึงสิ้นปี 2559 เสียหาย 5.8 แสนล้าน ส่วนนายสุวิชาญ โรจนวานิช ผอ.สำนักงานบริหาร หนี้สาธารณะระบุว่า รัฐบาลได้ทยอยชำระหนี้โครงการจำนำข้าวคืน ธ.ก.ส.จนถึง ณ สิ้นปี 2559 (สิ้นก.ย.2559) ยังเหลืออีก 386,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยตั้งงบประมาณแผ่นดินมาใช้หนี้ดังกล่าวหมดภายในอีก 15 ปี

ถ้างบประมาณแผ่นดินที่จะนำไปช่วยเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ไม่ถูกเบียดบังไปกับการทุจริตโกงกินมโหฬารอย่างที่เป็นมาและยังคงเป็นอยู่ เชื่อได้ว่า คุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยจะต้องดีขึ้น ไม่ต้องตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ที่ยากลำบากอย่างที่เป็นอยู่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง