คอลัมน์: รายงานพิเศษ: 'อำนาจเจริญ'เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันลดพื้นที่ทำนามาปลูกอ้อยแปลงใหญ่สมัยใหม่

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- ศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2560 00:00:48 น.

กรมส่งเสริมการเกษตรโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ เดินหน้า เกษตรสมัยใหม่ ขับเคลื่อนโครงการ "สานพลังประชารัฐ เกษตรสมัยใหม่อ้อย จ.อำนาจเจริญ" เพื่อแก้ปัญหาให้เกษตรกร 3 เรื่อง คือ ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน โดยยึดแนวนโยบายกระทรวงเกษตรฯ คือ ลดต้นทุน เพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน

นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นหนึ่งในนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งปรับเปลี่ยนระบบการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรรายย่อย มาสู่การรวมกลุ่มที่สามารถใช้เครื่องมือเครื่องจักรกลมาช่วยในการผลิตเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น มีความสามารถจัดการการผลิตผลผลิตอย่างมืออาชีพ ทำให้คุณภาพสินค้าได้มาตรฐานเท่าเทียมกัน สามารถเข้าถึงการตลาดและมีอำนาจต่อรองทางการตลาดสูงขึ้น จากจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่นำไปสู่การส่งเสริมการเกษตรรูปแบบใหม่หรือเกษตรสมัยใหม่ที่บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสู่การพัฒนาขยายผลเกิดเป็นแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ เพื่อการพัฒนาระบบการผลิต ซึ่งเกษตรสมัยใหม่ก็คือการใช้นวัตกรรม การวิจัยและความเจริญก้าวหน้า ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิต และวิธีการปลูกอย่างแม่นยำเพื่อการเพิ่มผลผลิต รวมทั้งการรวมกลุ่มการผลิต เพื่อให้มีขนาดแปลงที่เหมาะสมเชิงเศรษฐกิจ ยังผลให้ประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น ต้นทุนลดลง

โดยปัจจุบันความคืบหน้านโยบายประชารัฐเกษตรสมัยใหม่ ที่แบ่งกลุ่มสินค้าเป็น 5 กลุ่ม อาทิ พืชเศรษฐกิจหลัก สัตว์บก ประมง เกษตรสร้างรายได้เร็ว (Chash Crop) หนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักที่เกษตรกรสามารถลดพื้นที่ปลูกข้าวคือ อ้อย มีราคารับซื้อที่แน่นอนและสิ่งที่รัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พยายามผลักดันคือ แปลงใหญ่ประชารัฐ เพราะมีเอกชนดูตลาด รัฐให้ความรู้โดยศูนย์ ศพก. 882 ศูนย์ทั่วประเทศจะเป็นเสาหลักแนะนำเกษตรกร ซึ่งเมื่อพูดถึงลักษณะเกษตรแปลงใหญ่อ้อย หลายคนคงคิดถึงไร่อ้อยโรงงานที่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ผืนเดียวกัน แต่จริงๆแล้ว เกษตรแปลงใหญ่คือการรวมกลุ่มของเกษตรกรในหลายพื้นที่เข้าด้วยกัน เช่น ที่ต.กุดปลาดุก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ที่รวมกลุ่มเกษตรกร 10 ราย เนื้อที่รวมกัน 121 ไร่

สำหรับแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ (อ้อยโรงงาน) จ.อำนาจเจริญ เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำเกษตรไม่เหมาะสม จากเดิมทำนาแต่ไม่ได้ผลแล้วหันมาปลูกอ้อยแทน ซึ่งมีพื้นที่รวม 7,323 ไร่ รวมอำเภอพื้นที่เหมาะสมพื้นที่ N ของข้าว 3,450 ไร่ ปรับเปลี่ยนปลูกอ้อย 3,047 ไร่ แปลงมีเกษตรกรสมาชิก 534 ราย กลุ่มใหญ่ 3 กลุ่มมี Smart Farmer 200 คน สินค้าอ้อยโรงงานและพันธุ์อ้อย ผลผลิตรวม 8,678.4 ตัน มีการดำเนินงานจัดเตรียมข้อมูลพื้นฐานสมาชิกแปลงใหญ่ ถ่ายทอดความรู้บริหารจัดการองค์กรเกษตรในแต่ละแปลง/การรวมกลุ่มเกษตรกร ถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร หลักสูตรบริหารจัดการการตลาด/เชื่อมโยงการตลาด โดยมี เป้าหมายในการลดต้นทุนการผลิต ร้อยละ 7.18 ลดต้นทุนจาก 11,150 บาท/ไร่ เป็น 10,350 บาท/ไร่ เพิ่มผลผลิตร้อยละ 20 จาก 10 ตัน/ไร่ เป็น 12 ตัด/ไร่ กิจกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายในการลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชตระกูลถั่ว หรือปอเทืองบำรุงดิน ไม่เผาใบอ้อย ลดการอัดแน่นของเครื่องจักรเหยียบย่ำ(Control Traffic) ลดการไถพรวนเพื่อรักษาโครงสร้างดิน เพิ่มผลผลิตใช้พันธุ์คุณภาพดีใช้ปุ๋ยเหมาะสม จัดระยะปลูกรองรับรถตัดอ้อย 1.65 เมตรขึ้นไป ไถดะลึก 40 เซนติเมตร ลงริบเปอร์ฝังปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มมูลค่าผลผลิต ปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัทและดูแลรักษาต่อเนื่องบริหารจัดการ บริหารจัดการแปลงแบบ Mitrphol Modern Farm มาตรฐาน Bonsucro เป็นต้น

ด้านนายชาญชัย สุภิวงศ์ ประธานแปลงใหญ่อ้อย อ.เมืองอำนาจเจริญ กล่าวว่า เริ่มปรับพื้นที่นาที่ไม่เหมาะสมมาปลูกอ้อยและเข้าร่วมโครงการเกษตรสมัยใหม่ นำรูปแบบเทคโนโลยีมิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม มาปรับใช้เมื่อปลายปี 2559 เนื่องจากเดิมทำนา แต่ได้ผลผลิตไม่แน่นอน ไม่มีกำไร จึงนำเอารูปแบบเทคโนโลยี Mitrphol Modern Farm มาปรับใช้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านบริหารการจัดการไร่อ้อย ตามแบบฉบับของกลุ่มมิตรผลที่ได้รับการพัฒนามาจากองค์ความรู้และเทคโนโลยีโดยใช้หลัก 4 เสา นำมาปฏิบัติ คือ 1.พักดินและปลูกพืชปรุงบำรุงดิน 2.การควบคุมแนวล้อวิ่งของแทรกเตอร์และเครื่องจักรกล 3.ลดการไถพรวน และ 4.การทิ้งใบอ้อยคลุมดิน ซึ่งพบว่าช่วยเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 25 จากผลผลิตเดิม 12 ตัน/ไร่ เพิ่มเป็น 15 ตัน/ไร่ พร้อมทั้งมิตรผลเข้ามาประกันราคาตลาดที่แน่นอน ตามราคาอ้อยโรงงาน 1,050 บาท/ไร่ และอ้อยพันธุ์ 1,200 บาท/ตัน และค่า C.C.S. ความหวานเกิน 10 ราคาเพิ่ม C.C.S.ละ 63 บาท

"ก่อนการรวมกลุ่มแบบเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อนเกษตรกรยังไม่มั่นใจ เพราะอาจยังไม่มีศักยภาพเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่เมื่อเห็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการนำเทคโนโลยีมิตรผลโมเดิร์นฟาร์มมาใช้จึงเป็นแรงจูงใจ เพราะช่วงรอเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อยยังมีรายได้จากพืชตระกูลถั่ว ปอเทือง ที่รัฐและเอกชนเข้ามาสนับสนุนอีกทางหนึ่ง อีกทั้ง ปัจจุบันยังมีระบบจัดการลดต้นทุนการผลิต โดยไม่ใช้สารเคมี พึ่งพาตนเองโดยการใช้ปุ๋ยสั่งตัด และนำเทคโนโลยีเครื่องจักรกลขนาดใหญ่มาช่วยในการผลิต ช่วยลดค่าใช้จ่ายทำเกษตรกรรมและมีรายได้เหลือเพิ่มขึ้น"นายชาญชัย กล่าวทิ้งท้าย

บรรยายใต้ภาพ
สำราญ สาราบรรณ์
ชาญชัย สุภิวงศ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง