ภูมิบ้าน ภูมิเมือง: 'ศาสตร์พระราชา' ภูมิตาราพัฒนาคุณภาพชีวิต

ข่าวทั่วไป 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โดย : พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ Paladisai@siamrecorder.com

ด้วย "ศาสตร์พระราชา" นั้น คณะรัฐบาล ได้กำหนดให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเรียนรู้และนำไปสู่การสืบต่อความรู้ในอนาคต ด้วยเป็นตำราจากนวัตกรรมและความรู้ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากโครงการใหญ่น้อยในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ทรงงานเพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ มาตลอดเวลา จนทำให้มีโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริอยู่ทั่วประเทศถึง ๔,๔๑๑ โครงการ ซึ่งแต่ละโครงการนั้นล้วนเป็นตำราของชีวิตที่สามารถเรียนรู้ได้เอง และปฏิบัติแล้วมีผลให้มีความมั่นคงในชีวิต จากงานนิทรรศการพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง ที่จัดให้ชมอยู่ขณะนี้ นอกจากแสดงถึงงานศิลปกรรมชิ้นเยี่ยมของไทยแล้วได้มีการนำ "ศาสตร์พระราชา" มาเป็นฐานความรู้ในภาพเขียน ฉากบังเพลิงและภาพเขียนของพระที่นั่งทรงธรรมเพื่อให้ทุกคน ได้สำนึกใน "ศาสตร์พระราชา" จนมีการศึกษาเรียนรู้ต่อในอนาคต

"ศาสตร์พระราชา" ทั้งหมดนั้นเป็นพระราชดำริที่ทำให้เกิดการคิดค้น ทดลอง และสร้างความรู้ไปสู่ประชาชน ซึ่งสามารถแยกงานได้ตามหมวดที่เกี่ยวข้อง คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ โดยมีแหล่งเรียนรู้อยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศได้แก่ หมวดน้ำ มีพระราชดำริด้านน้ำที่ทำให้เกิดฝนหลวง ใช้แก้ปัญหาความแห้งแล้งในภาคอีสาน อุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่ ฝายต้นน้ำ เพื่อชะลอน้ำที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนา ห้วยฮ่องไคร้ เชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า ที่ประจวบคีรีขันธ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ยามขาดแคลนน้ำ ประตูน้ำโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง กังหันน้ำ ชัยพัฒนา เครื่องกลเติมอากาศ บำบัดน้ำเสียในทุกแห่ง หมวดดิน มีพระราชดำริด้านดินที่ทำให้เกิดความรู้เรื่องดิน ได้แก่ ดินกรวด ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ ดินเค็ม ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ดินทราย ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน และโครงการ หุบกะพง-ดอนห้วยขุน ดินดานลูกรัง ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย ดินพรุที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง และดินเปรี้ยวที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง หมวดลมมีพระราชดำริด้านลมทำให้มีการใช้กังหันลม ที่โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ บ้านหนองคอไก่ จ.เพชรบุรี โครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูงตามพระราชดำริดอยม่อนล้าน จ.เชียงใหม่ กังหันลม ที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลมและกังหันลมสูบน้ำ ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช และบางกระเจ้า ซึ่งมีพระราชดำริให้พื้นที่บางกระเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นพื้นที่สีเขียวและเป็นปอดของกรุงเทพฯ ด้วยลมมรสุมจาก อ่าวไทยนั้นได้พัดเอาอากาศบริสุทธิ์จากพื้นที่แห่งนี้เข้ามาฟอกอากาศเสียในกรุงเทพฯ ตลอดเวลามากกว่าปีละ ๙ เดือน หมวดไฟ มีพระราชดำริด้านไฟทำให้เกิดการเรียนรู้พลังงานและเชื้อเพลิงทางเลือก ได้แก่ การใช้สบู่ดำ ปลูกเพื่อสกัดน้ำมัน สามารถใช้แทนน้ำมันดีเซล ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน โรงงานผลิตไบโอดีเซล ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง เชื้อเพลิงอัดแท่ง แกลบอัดแท่ง ที่โครงการ ส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ก๊าซชีวภาพ ที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ ผลิตกระแสไฟฟ้า ใช้ไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์รับส่งสัญญาณดาวเทียม ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ และกังหันน้ำผลิตไฟฟ้าที่ประตูน้ำคลองลัดโพธิ์ เป็นต้น

"ศาสตร์พระราชา" ในรัชกาลที่ ๙ ทั้งหมดนั้นถือเป็นตำราที่เกิดจากการแก้ปัญหาในพื้นที่ โดยรวบรวมข้อมูลศึกษา ทดลองและคิดค้นนวัตกรรมเพื่อใช้แก้ปัญหา จนนำไป สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในที่สุด และยังเพิ่มผลผลิตทางเกษตรให้กับผู้ที่นำไปปฏิบัติตามพระราชดำริ จนเป็นที่ยอมรับกันในนานาประเทศว่าเป็น "ศาสตร์" ที่ทำให้เกิดความสำเร็จได้จริง ซึ่งที่ประชุมยูเนสโกได้ถวายราชสดุดีว่า "นี่เป็นการยืนยันว่าการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต ถึงความรู้ที่สำคัญทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษาระดับสูงนั้น จะเป็นกุญแจสำคัญของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจระดับโลก ที่จะผลักดันโดยนวัตกรรม ความรู้การวิจัย อันเป็นวิสัยทัศน์ของยุทธศาสตร์ทั้งปวง ที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้" นับเป็นภูมิตำรา "ศาสตร์ พระราชา" จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ผู้เป็นกษัตริย์ นักพัฒนาของโลก

บรรยายใต้ภาพ

กังหันชัยพัฒนา

เสด็จฯ ทรงตรวจแหล่งน้ำในป่าพรุ

พระราชทานความรู้เรื่องน้ำ

เสด็จฯ ที่ทุรกันดารไม่มีเว้น

ทรงศึกษาทุกพื้นที่

ทรงศึกษาภูมิประเทศทุกแห่ง

ทรงสอนนักเรียน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ