คอลัมน์: รอบรั้วเมืองใต้

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2560 00:00:48 น.
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์

รอบรั้วเมืองใต้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับนี้ผู้เขียนขอเข้าเวร ร่ายข่าวสังคม "ชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม" ตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไรก็เขียนไปอย่างนั้น...การปรับ ครม.ครั้งที่ 5 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ครั้งนี้ ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้ กฤษฎา บุญราช อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นักปกครอง "มือดี" ของกรมการปกครอง มาเป็น รมว. ...พร้อมทั้ง 2 รมช. ที่มีความรู้ และมีสายสัมพันธ์กับเอ็นจีโอ...แต่ก็อย่าลืมว่า "กฤษฎา" เก่งในเรื่อง "ปกครอง" ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการเกษตรมาแต่ต้น การที่จะหวังว่า "กฤษฎา" จะใช้ความเป็น "เหลืองจ๋า" สยบ "ม็อบ" สวนยาง ของภาคใต้ อาจจะไม่เป็นตามนั้นก็ได้ เพราะวันนี้กับวันนั้นเปลี่ยนไปแล้ว ปัญหาของเกษตรกรที่รุมเร้า ทั้งยาง, ปาล์ม, ประมง และความยากจนที่แผ่เข้าถมทับ ทำให้ "คนใต้" ไม่ได้สนใจเรื่อง "เหลือง" เรื่อง"นกหวีด" มากไปกว่า ทำอย่างไรให้มีความเป็นอยู่ที่ "พออยู่ได้" โดยไม่ "เสดสา" วันนี้อย่าว่าแต่ "กฤษฎา" เลย แม้แต่ "กำนันสุเทพ" ก็ "เอาไม่อยู่" ถ้ารัฐบาลและรมต.เกษตรฯยังไม่สามารถทำให้ราคาพืชผล ทางการเกษตรกระเตื้องขึ้น...ยิ่งเห็นนโยบาย ที่ผ่าน "ไก่อู" ชาวสวนยาง ยิ่งสิ้นหวัง "ชะลอการกรีด" อย่างนี้ ถามว่าเมื่อชะลอการกรีดแล้วชาวสวนยางต้องชะลอการกินด้วยใช่มั้ย และปลูกพืชอย่างอื่นคืออะไร ปลูกแล้วขายได้ไหม...อย่าลืมว่าจุดแข็งของการปลูกยางพาราคือน้ำยาง ขี้ยาง ยางแผ่น กรีดแล้วนำไปขายที่ไหนก็มีคนซื้อ เจ้าของสวน ลูกจ้างกรีดยางได้กินข้าว ได้มีเงินให้ลูกไปโรงเรียนแน่นอน แต่ถ้าปลูกพืชอื่น ถ้าขายไม่ได้แล้วจะเอาอะไรกิน ฉะนั้นก่อนที่จะทำเป็นนโยบายต้องคิดให้ครบทุก "มิติ" และในบรรดาผู้ทำนโยบายต้องมี "คนสวนยาง" ร่วมอยู่ในนั้น จึงจะรู้ว่า "ของจริง" เป็นอย่างไร...ที่ดีๆ ก็บอกว่าดี น้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ กองทัพภาคที่ 4 โดยเฉพาะตัวแม่ทัพ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช ลงลุยน้ำในทุกพื้นที่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ได้รับการชื่นชมจากทุกภาคส่วน...ในขณะที่หลายพื้นที่ก็เห็นได้ชัดว่าขาดความพร้อม เช่นในหลายอำเภอของ จ.ตรัง ที่ไม่มีการแจ้งเตือน ไม่มีการประเมินสถานการณ์ จนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จบจากการช่วยเหลือชาวบ้าน ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ต้อง "สะสาง" กับเจ้าหน้าที่ระดับ อำเภอ จังหวัด ที่ "ห่วยแตก" เหล่านี้...ส่วนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ระดับน้ำเพียงแค่ทำให้ ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรี เสียวๆ แต่ก็มีการป้องกันรับมือสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่ถ้าไม่มีการขยายคลอง ร.1 ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าจะ "เอาอยู่" ควันหลงจาก "ครม.สัญจร" ที่ จ.สงขลา มีหลายเรื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่ "ลุงตู่" ได้พูดถึงคือเรื่องน้ำมันเถื่อน แต่หลังจาก "ลุงตู่" กลับกทม. เจ้าหน้าที่ก็ปล่อยให้น้ำมันเถื่อน ขนกันอย่างสนุกสนานตามเดิม ผ่านด่านศุลกากรสะเดา, ปาดัง และ ประกอบ ก่อนที่จะกระจายไปส่งให้ลูกค้าในหลายจังหวัด ก็ต้องถาม พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าอีกนั่นแหละว่าทำไมชุดจับกุม "ภัยแทรกซ้อน" ของท่าน จึงไม่ ทำหน้าที่เหมือนกับในอดีต...พูดถึงเรื่องน้ำมันเถื่อนใน อ.สะเดากันสักนิด วันนี้ทั้งตำรวจ และนักการเมืองท้องถิ่นต่างกลายเป็นพ่อค้าน้ำมันเถื่อน ทั้งขนทั้งเป็น "นายหน้า" ติดต่อขายน้ำมันให้ผู้ต้องการ...ที่ สภ.คลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา แค่เห็นมีคนไปสร้างปั๊มน้ำมัน ยังไม่ทันได้เปิด ตำรวจก็ไปขอเก็บ "ส่วย" แล้ว เรื่องอย่างนี้ พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี ผบก.ภ. จว.สงขลา ควรทราบเป็นอย่างยิ่ง...เห็นใจ พิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศบาลเมืองปัตตานี ที่ครั้งนี้ "เอาไม่อยู่" เพราะ "น้องน้ำ" จากจ.ยะลา และนราธิวาส บางส่วน ทะลักเข้าท่วมเขตเทศบาลจนสุดที่จะป้องกัน และกอบกู้ จนต้อง "พ่ายศึก" เสียเมืองให้กับ "น้องน้ำ" วันนี้สิ่งที่ทำได้และต้องทำให้ดีคือ การช่วยเหลือชาวบ้านที่ยัง "จมอยู่ในน้ำ" และการ "เยียวยา" หลังน้ำลด...ข้อสังเกตในการเกิดอุทกภัยครั้งนี้คือความเงียบสนิทของ ภาคเอกชน ไม่เหมือนกับน้ำท่วมในครั้งก่อนที่ ภาคเอกชน ประชาชน มีการระดมสิ่งของช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย ก่อนหน่วยงานของรัฐที่มัวแต่ "งุ่มง่าม" กับระเบียบการ "จัดซื้อ" และอื่นๆ แต่ครั้งนี้องค์กรเอกชน ประชาชน เงียบมาก เหตุผลคือความยากจน เศรษฐกิจที่ฟุบติดพื้น ทำให้กระทบกระเทือนถึงการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้เดือดร้อน...และนี้คือผลกระทบที่เกิดจากความล้มเหลวของการบริหารประเทศ ของนายกรัฐมนตรี และเสนาบดีที่มาจากทหาร ซึ่งไม่มีประสบการณ์ในเรื่องของการเมือง แต่อย่างใด

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง