คอลัมน์: สกู๊ปพิเศษ: 'โอปอ-ประพุทธ์' ยิ่งเข้าสตูฯ ยิ่งสนุก ไม่ขอหยุด แค่คนร้องเพลง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 17 มกราคม 2561 00:00:59 น.
ลูกหมู สัมภาษณ์
จุฑาทิพย์ เผินสูงเนิน เรียบเรียง

หนุ่มเสียงดีจาก เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 2 "โอปอประพุทธ์" ยังคงเดินหน้าไม่หยุด กับการสร้างสรรค์ผลงาน ในฐานะ ศิลปินเต็มตัว ภายใต้สังกัด ค่าย White Music โดยมีผลงานเพลงประกอบละครดังมาแล้วหลายเรื่อง อาทิสองหัวใจนี้เพื่อเธอ, บุษบาเร่ฝัน, คนละขอบฟ้า ฯลฯ รวมถึง ซิงเกิ้ลที่ตั้งใจผลิตเพื่อแฟนๆ ที่รัก และดูเหมือนว่า นับวันเขาจะยิ่งรักงานดนตรีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเจอกันล่าสุดเขาเผยถึงการมีส่วนร่วมในงานเพลงของตนเอง ว่าอาจถึงขั้น ร่วมโปรดิวซ์!?

"ปีที่แล้วผมมีซิงเกิ้ลซิงแรก ชื่อเพลง "ต้องห้าม" ที่กลับมาทำกับ White Music ส่วนเพลงที่สองเป็น โปรเจกท์พิเศษที่ทางไทยประกันชีวิตเอาหนังโฆษณามาให้ผม ทำเพลง แต่ว่าปีนี้จะเป็นเพลงของผมล้วนๆ ครับ ลักษณะเพลงของผม ก็จะเป็นแนวป๊อป อย่างเช่นเพลงละครที่ผ่านมา ก็มีคน พูดถึง แต่ไม่มีคนจำผมได้ พอไปร้อง เขาถึงจะรู้ว่าคนนี้นะ ร้องเพลงนี้ แต่แค่นี้ผมก็ดีใจนะ ที่มีคนชอบเพลง โดยไม่รู้จักเรา แสดงว่า เราทำงานโอเค ถือว่าเป็นกำลังใจในส่วนหนึ่งครับ แต่ในปีนี้พอจะเป็นเพลงของเราเอง ก็ต้องคิดเยอะขึ้น เมื่อเราอยู่ภายใต้องค์กรใหญ่ๆ ที่มีศิลปินเยอะ ค่ายที่ทำงานกันเป็นระบบจริงจัง เราก็ต้องมีความเป็น Professional มากขึ้น ซึ่งสองซิงเกิ้ลที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสอัดกีตาร์เอง นอกจากแต่งเพลง ใส่เนื้อร้องแล้ว ตอนนี้ก็ได้เข้าไปในสตูฯ บ่อยขึ้นพอสมควร และปีนี้อาจจะเยอะขึ้นกว่าเดิม หรืออาจถึงขั้นโปรดิวซ์ แต่ผมไม่ได้มองว่ามันเหนื่อยนะครับ ผมเต็มใจที่จะทำมัน เหมือนกับว่าเราได้เรียนรู้ในส่วนของงานที่เราชอบด้วย"

เตรียมปล่อยซิงเกิ้ลใหม่
"หลังจากนี้ผมคิดว่าจะมีความตื่นเต้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ

ถ้าได้ปล่อยเพลงออกมาจริงๆ เพราะว่าผมมีส่วนร่วมเยอะ แล้วอยากจะแชร์ในหลายๆ ด้าน ซึ่งคนปกติทั่วไป จะฟังเนื้อหาเพลง แต่ว่าพอเราทำดนตรีเอง ก็จะมีอีกกลุ่มหนึ่งพูดถึง คอยมาคอมเม้นท์เกี่ยวกับเรื่องของดนตรี แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเพลงของเราในด้านอื่นๆ ด้วย ส่วนชื่อเพลงที่จะปล่อยออกมา ยังบอกไม่ได้ครับ แต่เนื้อหาในเพลง มาจากการที่ผมอยู่คนเดียวในยุคนี้เราจะรู้สึกว่าเรามีโทรศัพท์ มีโซเชียลมีเดียที่เราสามารถเชื่อมต่อกับคนอื่นได้ แต่พอมองจริงๆ อยู่ในจุดที่เราเหงาจริงๆ เราจะรู้ว่าเรามัวแต่นั่งดูโทรศัพท์ จนหันมามองข้างๆ ตัวแล้ว ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ เรา ผมเลยอยากจะเขียนอะไรที่รวมตัวเราลงไปด้วย แล้วก็ร่วมกับยุคสมัย พอเวลาผ่านไปหลายสิบปี คนที่เขากลับมาฟัง จะได้มองเห็นอะไรจากเพลงเรา ว่าในช่วงเวลานั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง น่าที่จะมีคุณค่า เพราะส่วนตัวผมอยากจะทำเพลงให้มีคุณค่าในหลายๆ ด้าน"

ดึงความเป็นตัวเองมาไว้ในเพลง

"เพลงนี้ออกมาจากความรู้สึกผม ในตอนที่เราอยู่คนเดียว ไม่รู้จะทำอะไร นอกจากพูดออกมาในเพลง ความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนไม่มีใคร ไม่มีแฟน แต่เราได้ทบทวนตัวเองค่อนข้างเยอะ ในช่วงเวลานั้นก็พยายามเปิดใจรับใครเข้ามา แต่ว่าด้วยอะไรก็ตาม พอเราโตขึ้น เพื่อนหรือแฟนก็มีหน้าที่ มีอะไรที่ต่างกันออกไป พอเราได้อยู่คนเดียวจริงๆ ทำให้ได้ความรู้สึกนั้นมา ผมเลยได้เพลงนี้ขึ้นมา น่าจะเหมาะกับคนที่กำลังเจออยู่ตอนนี้ มีทั้งคนที่ซึมเศร้าบ้างอะไรบ้าง ผมว่าเพลงนี้มันใกล้ๆ กับความรู้สึกที่ว่าคุณจะได้ระบายจากตรงนี้จากเพลงของผม น่าจะช่วยหลายๆ คนได้อยู่ครับ เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมแต่งไว้ตั้งแต่ช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม แต่ตอนนี้ความรู้สึกดีขึ้นแล้ว จากตอนนั้นที่เราดิ่งไปในโลกส่วนตัวของเรา ส่วนเพลงที่สอง เป็นเพลงที่จะต้องปล่อยออกมาตั้งแต่แรก แต่ว่าจังหวะมันไม่ได้ ก็เลยจะเป็นเพลงที่อยู่ในอัลบั้มนี้เหมือนกันครับ"

ความพิเศษด้านดนตรี

"ก็จะมีทั้งกีตาร์โปร่ง กีตาร์ไฟฟ้า แล้วก็มีดนตรีที่เด็กสมัยนี้ เขาฟังกันอย่างพวกเสียงสังเคราะห์ อาจจะไม่ได้ตามเทรนด์แบบยุค 80 แต่เป็นธีมผสมผสานกันมากกว่า เพราะผมเชื่อว่าดนตรีก็เปลี่ยนไปเหมือนแฟชั่นแน่นอน เพียงแต่ว่าแกนหลัก คือเนื้อหาของเพลงและเมโลดี้ หรือเคมีต่างๆ ที่เราใส่ลงไป รวมถึงฟิลลิ่ง แล้วด้วยความที่เราเป็นเด็กต่างจังหวัด วิธีการออกเสียงอะไรมันน่าจะไปอยู่ตรงนั้นมากกว่า"

ทิ้งท้ายถึงแฟนเพลง

"ฝากติดตามโอปอ-ประพุทธ์ ด้วยนะครับ อยากจะให้แฟนๆ แนวหน้า แฟนๆ โอปอ-ประพุทธ์ หรือนักฟังเพลงทั้งหลาย ลองติดตามเพลงผมดูนะครับ เพราะว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครทำ ผมคิดว่าจะทำอะไรที่เป็นผม แล้วก็เป็นทางเลือกให้กับหลายๆ คน ชอบก็บอกกันได้ คอมเม้นท์กันได้ครับ แล้วอีกมีมิติใหม่ของผมคือจัดรายการวิทยุ ปีนี้จะเข้าปีที่สองแล้วครับ กับคลื่น EFM 88.5 เหมือนกับว่าดนตรีได้พาผมไปในหลายๆ ที่อยู่เหมือนกัน รวมทั้งวิทยุนี้ด้วยครับ"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง