คอลัมน์: ส่อง...เกษตร: 'ข้าว'สดใส...แต่ต้องระวัง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 16 พฤษภาคม 2561 00:00:26 น.
สาโรช บุญแสง

วันพืชมงคล พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ผ่านพ้นเรียบร้อยด้วยดีแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นสัญญาณเริ่มต้นฤดูเพาะปลูกทำนาปี 2561 อย่างเป็นทางการ ด้วยความเป็นสิริมงคลยิ่ง

สำหรับการเสี่ยงทายพยากรณ์ในปีนี้ "พระโค"เสี่ยงทายแรกนาขวัญ กินน้ำ หญ้า เหล้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์ พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ การคมนาคมจะสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

ผลเสี่ยงทายของพระโคที่ว่า "การเกษตรจะอุดมสมบูรณ์ เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง" ทำให้ท่านนายกฯบิ๊กตู่ประยุทธ์ จันทร์โอชาที่ร่วมอยู่ในพระราชพิธี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงยิ้มให้สัมภาษณ์ว่า"สบายใจขึ้น" แต่ก็เตือนให้เกษตรกรอย่าประมาทในการผลิตต้องเตรียมความพร้อมไว้ด้วย เพราะการพยากรณ์มีโอกาสคลาดเคลื่อน เนื่องจากสภาวะอากาศโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก ขอให้ระมัดระวัง เตรียมการรองรับความเสี่ยงทั้งเรื่องน้ำท่วม ฝนแล้ง ตามที่รัฐบาลได้แนะนำไป

ท่านนายกฯบิ๊กตู่ยังกล่าวให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรทุกคนและขอให้เรียนรู้ รับฟังสิ่งที่รัฐบาลทำไว้ให้ มันอาจจะไม่รวดเร็วอย่างที่หลายคนต้องการ แต่จะเกิดความยั่งยืนในภายหลัง ก็ย่อมดีกว่าการที่ทำให้รวดเร็วขึ้น แล้วล้มพังลงมาเหมือนเดิม ทั้งยังย้ำแนวทาง"การตลาดนำการเกษตร"เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่การเกษตรต้องคำนึงถึง ผู้บริโภค คำนึงถึงการตลาดก่อนเสมอ ใช้การตลาดเป็นตัวนำ ทุกอย่างก็จะสำเร็จ ไม่ใช่เพาะปลูกมากจนเกินความต้องการของตลาด

คำเตือนนายกฯบิ๊กตู่ในเรื่องนี้ นับว่าสมควรที่เกษตรกรต้องรับฟังและดำเนินการ เพาะปลูกด้วยความระมัดระวัง รอบคอบอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับสถานการณ์การทำนาในปีนี้

ทั้งนี้เพราะปัจจัยต่างๆในปีนี้ เอื้ออำนวยยิ่งที่จะทำให้มีการแห่ทำนา ทำการเกษตรเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ผลผลิตต่างๆ โดยเฉพาะ"ข้าว"มีแนวโน้มที่ปริมาณจะกลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการผลิตคือ "น้ำ" ทั้งปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามากเป็นพิเศษตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าฤดูฝนเต็มตัว จนปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆทั่วประเทศอยู่ในระดับสูง ทำให้กรมชลประทานกล้าการันตีว่า ปีนี้จะมีน้ำสำหรับการเพาะปลูกทำการเกษตรได้อย่างเพียงพอแน่

ขณะที่ราคา"ข้าว"ก็ยืนอยู่ในระดับที่"ดี" ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.)-วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ระบุว่า ราคาข้าวที่เกษตรกรขายได้ช่วงมกราคม-พฤษภาคม 2561 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 โดยข้าวเปลือกหอมมะลิราคาเฉลี่ยตันละ 13,529 บาท สูงขึ้นจากปีก่อนที่มีราคาเฉลี่ยตันละ 9,207 บาท ส่วนราคาข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% เฉลี่ยตันละ 7,785 บาท สูงขึ้นจากปีก่อนที่ราคาเฉลี่ยตันละ 7,514 บาท

ทำให้รายได้ชาวนามีแนวโน้มดีขึ้นกว่าสินค้าเกษตรอื่นๆ โดยดัชนีรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือก 4 เดือนแรกปี 2561 (ม.ค.-เม.ย.) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 50.44% เป็นผลจากดัชนีผลผลิตข้าวเปลือกเพิ่มขึ้น 30.61%และดัชนีราคาข้าวเปลือกเพิ่มขึ้น 15.18%โดยรายได้ชาวนาผู้ปลูกข้าวเปลือกหอมมะลิเพิ่มขึ้น 61.55% ส่วนผู้ปลูกข้าวเจ้า เพิ่มขึ้น 35.35%

"ที่รายได้ชาวนาดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการที่ภาครัฐออกมาเป็นระยะๆ และพยายามบริหารจัดการสินค้าเกษตรทั้งระบบ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านราคาในอนาคต โดยเฉพาะข้าว ที่ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือชาวนาตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรอย่างต่อเนื่อง ขยายการทำนาแบบแปลงใหญ่ให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนเป็นแปลงข้าวอินทรีย์ให้มากขึ้น เชื่อมโยงตลาดกับการผลิตล่วงหน้า ยกระดับมาตรฐานคุณภาพข้าว ลดการปลูก ข้าวรอบ 2 ดึง Supply ส่วนเกินออกในช่วงผลผลิตมาก ผลักดันการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการแปรรูปข้าว และพัฒนาระบบ E-Agriculture เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว"

ถ้าว่าตามเลขาฯ สศก.ก็ต้องถือว่า นโยบายรัฐเรื่อง"ข้าว" เริ่มเห็นผลดีบ้างแล้ว แต่ถ้าชาวนาที่อัดอั้นกันมาหลายปี เห็นปีนี้ "ข้าว"ราคาดี แล้วกลับมาแห่ปลูกจนผลผลิตมากเกินไป ราคาข้าวก็จะมีความเสี่ยงขึ้นมาได้อีก

ยิ่งโดยเฉพาะปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง และนักการเมืองพรรคที่เคยใช้นโยบายประชานิยมผลาญชาติจนล่มจมมาแล้ว เริ่มออกมาแบะท่าว่า จะผลักดันโครงการจำนำข้าวอีกครั้งด้วย มันก็ยิ่งเป็นความเสี่ยงที่ชาวนาควรพิจารณากันให้รอบคอบยิ่งขึ้น!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง