คอลัมน์: ส่อง...เกษตร: ข้าวสดใส...อย่าหลงกลผลาญชาติอีก

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 00:00:38 น.
สาโรช บุญแสง

ช่วงนี้ราคาข้าวเปลือกสดใสมาก โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิซึ่งตลาดรับซื้อราคาสูงขึ้นมากเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 17,000 -18,000 บาท จากปีก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 12,000 บาทเท่านั้น หรือราคาสูงกว่าปีก่อนถึงตันละ 5-6 พันบาท ขณะที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนประเมินแนวโน้มราคาข้าวปีนี้ว่า จะยังคง"ดี"อย่างต่อเนื่อง

การที่ปีนี้ข้าวไทยราคาดี ว่ากันรวมๆตาม ภาษาเศรษฐศาสตร์ก็เป็นด้วย "อุปสงค์"(Demand)หรือ "ความต้องการซื้อ" ของตลาดมีมาก ขณะที่ปริมาณ สินค้าที่จะตอบสนองคือ "อุปทาน(Supply) หรือ "ความต้องการขาย"มีน้อยลง เลยดันราคาให้สูงขึ้น

ที่"ซัพพลาย"น้อยลง มาจากหลายเหตุผล เช่น "ข้าวเก่า"ในสต๊อกรัฐจำนวนมหาศาลสิบกว่า ล้านตัน จากโครงการจำนำข้าวผลาญชาติที่สร้างปัญหา กดดันราคาข้าวไทยมาหลายปี ถูกระบายขายออกโดยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แทบเกลี้ยงแล้ว ขณะที่"ข้าวใหม่"ในฤดูการผลิตที่เพิ่งผ่านมา ก็มี บางส่วนได้รับความเสียหายไปไม่ใช่น้อยจากภาวะน้ำท่วม ที่นาในหลายสิบจังหวัด ประกอบกับนโยบายภาครัฐที่ออกมาตรการช่วยเหลือชาวนาตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่ง ในมาตรการก็คือ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2560/2561 หรือที่เรียกกันว่า "การรับจำนำยุ้งฉาง" ช่วยชะลอไม่ให้ปริมาณข้าวออกมาสู่ตลาดมากเกินไป ชาวนาก็ไม่ต้องรีบขายข้าวเปลือกในช่วงที่ราคายังไม่จูงใจพอ

โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2560/2561 ถือว่าประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายดีทีเดียว โดยมีรายงานข่าวว่า จากที่เปิดรับจำนำตั้งแต่ 1 พ.ย.2560 ถึง 28 ก.พ.2561 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นกว่า 2.2 แสนราย คิดเป็นปริมาณข้าวเปลือกที่รับจำนำไว้ 1.41 ล้านตัน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2 ล้านตัน ส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิมากถึงกว่า 9 แสนตัน โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือ ธ.ก.ส.ใช้เงินให้สินเชื่อหรือรับจำนำไปทั้งหมด 1.46 หมื่นล้านบาท และจะครบกำหนดการไถ่ถอนในเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี หรือการรับจำนำข้าวยุ้งฉางนี้ เกษตรกรจะได้รับสินเชื่อ 90% ของราคาตลาดในเวลานั้น กำหนดเป็นข้าวความชื้น 15% ซึ่งข้าวเหนียวและหอมมะลิอยู่ที่ราคาเดียวกันตกตันละ 10,800 บาท นอกจากนั้น รัฐบาลยังจ่ายค่าเก็บเกี่ยวและค่าปรับปรุงคุณภาพข้าวให้ 1,200 บาทต่อไร่ไม่เกิน 10 ไร่รวม 12,000 บาท รวมทั้งค่าเก็บรักษาข้าวเปลือกในยุ้งฉาง 1,500 บาทต่อตัน เมื่อรวมทุกอย่างนี้ ชาวนาจะได้ราคาจำนำ ยุ้งฉางกรณีข้าวหอมมะลิตกตันละ 15,300 บาท

หลังจากเข้าร่วมโครงการนี้แล้ว ปรากฏว่า เมื่อราคาข้าวเปลือกในตลาดพุ่งสูงขึ้น ก็มีชาวนามาไถ่ถอนก่อนกำหนดเพื่อนำข้าวไปขายในตลาด ซึ่งจนถึงวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา มีการไถ่ถอนก่อนกำหนดไปแล้ว 7.22 หมื่นราย เป็นปริมาณข้าวเปลือก 4.7 แสนตัน ธ.ก.ส.ได้รับเงินคืนแล้ว 4,753 ล้านบาท ส่วนที่ยังไม่ไถ่ถอนอีก 1.48 แสนราย เป็นปริมาณข้าว 9.48 แสนตัน คิดเป็นเงิน 9,913 ล้านบาท ซึ่งชาวนาสามารถที่จะไถ่ถอนได้จนถึงก.ค.นี้ โดยดูจังหวะที่เหมาะสม เพราะราคาข้าวเปลือกในตลาดยังมีโอกาสขยับสูงขึ้นได้อีก จากปริมาณข้าวในตลาดที่ยังมีน้อยอยู่

แนวทางการรับจำนำยุ้งฉางนี่แหละคือ รูปแบบการรับจำนำข้าวที่แท้จริงตามความหมายและวัตถุประสงค์ที่ควรเป็น โดยการรับจำนำข้าวที่ยุ้งฉางของชาวนาในราคาเหมาะสมที่ไม่สูงเกินราคาตลาด และรับจำนำในปริมาณที่เป็นเป้าหมายเพื่อดึง"ส่วนเกิน"ออกจากตลาดเท่านั้น ครั้นครบกำหนด หรือช่วงเวลาใดก่อนครบกำหนด เกิดราคาข้าวในตลาดดีขึ้นถึงระดับที่น่าพอใจ ชาวนาก็มีสิทธิมาไถ่ถอน เพื่อนำข้าวไปขายได้ ไม่เป็นการบิดเบือนกลไกตลาดอย่างเลวร้ายเหมือนกับโครงการจำนำข้าวผลาญชาติในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ตั้งราคาสูงเว่อร์ ประกาศรับจำนำทุกเมล็ด ซึ่งแท้ที่จริงไม่ใช่การจำนำ แต่เป็นการรับซื้อข้าวมาเก็บไว้ด้วยระบบที่ก่อให้เกิดการทุจริตโกงกินในทุกขั้นตอนตั้งแต่การการขึ้นทะเบียนชาวนา,การรับจำนำที่เกิดการสวมสิทธิ,การเก็บรักษาข้าวในสต๊อก ที่เกิดปัญหาสต๊อกลมและเวียนเทียนข้าว ไปจนถึงขั้นตอนการระบายขายข้าวออกไป ที่ทำให้เกิดการทุจริตมโหฬารจากการขายข้าวแบบจีทูจีเก๊ ขาดทุนยับเยิน ที่ศาลได้พิพากษาลงโทษหนักจำคุกทั้งอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนถึงอดีตรัฐมนตรีและแก๊งค้าข้าว เป็นที่ประจักษ์แล้ว

ดังนั้น หากพรรคการเมืองใดที่ยังประกาศจะนำประชานิยมผลาญชาติ"โครงการจำนำข้าวฉ้อฉล ยุคยิ่งลักษณ์" มาทำอีก ก็หวังว่า ชาวนาอย่ายอมตกเป็นเครื่องมือ เลือกให้มาทำชั่วต่อบ้านเมืองอีก

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง