โชว์ผลงานฟาร์มนกใหญ่เมล่อน ฝีมือเกษตรกรไทยรุ่นใหม่ยุค4.0 เพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยเทคโนโลยี

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 00:00:07 น.

นายไพศาล สังข์มงคล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่เน้นใช้องค์ความรู้ในเรื่องของเทคโนโลยี เข้ามาช่วยในการประกอบอาชีพ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยยกระดับพัฒนาการทำเกษตรในยุคปัจจุบันให้ก้าวไปสู่การทำเกษตรยุค 4.0 ได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประกอบอาชีพ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยยกระดับพัฒนาการทำเกษตรในยุคปัจจุบัน ดังฟาร์มนกใหญ่เมล่อน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งต้นแบบเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เน้นการผลิตพืชในโรงเรือน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตได้คุ้มค่ากับการลงทุน

น.ส.ขนิษฐา พัชราภิรักษ์ เจ้าของฟาร์มนกใหญ่เมล่อน ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เล่าว่า หลังจากลาออกจากอาชีพพนักงานประจำ ก็เริ่มมองหาอาชีพในบ้านเกิด และเริ่มปลูกเมล่อนมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งพบกับปัญหามากมายและต้นทุนการผลิตสูงมาก รวมทั้งไม่มีความรู้ในเรื่องของการตลาด รู้ จึงต้องส่งผลผลิตให้กับพ่อค้าคนกลางเพียงอย่างเดียว ต่อมาจึงมีแนวคิดที่จะปลูก เมล่อนในโรงเรือน รวมถึงเน้นการปลูกปลอดสารพิษ จนกระทั่งปี 2555-2556 ฟาร์มได้รับใบรับรองมาตรฐาน GAP จึงได้มีการพัฒนาผลผลิตและขยายการปลูกเมล่อนสายพันธุ์ที่หลากหลายขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด

สำหรับการปลูกเมล่อนปลูกในระบบปลอดภัยในโรงเรือนมาตรฐาน GAP ฟาร์มจะดูแลทุกขั้นตอนการผลิตหยุดสารเคมี เมื่ออยู่ในระยะปลอดภัยมีการวัดความหวานก่อนการเก็บเกี่ยวเพื่อจำหน่ายคัดสรรผลผลิตที่มีคุณภาพ นอกจากเมล่อนแล้วปัจจุบันฟาร์มนกใหญ่ยังมีแคนตาลูป มะเขือเทศเชอรี่เหลือง มะเขือเทศ สตรอเบอร์รี่ เป็นการปลูกมะเขือเทศเพื่อตัดวงจรของโรคในเมล่อนในช่วงที่พักดิน นอกจากนี้ก็จะมีผลิตภัณฑ์ แปรรูปต่างๆ เช่น เมล่อนอบกรอบ เป็นการต่อยอดการผลิตโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการถนอมอาหารขั้นสูง และการทำเมล่อนฟรีซดรายเป็นการอบเมล่อนโดยแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำ แล้วนำสู่กระบวนการ Freeze โดยที่คุณภาพของผลไม้ทั้งรส กลิ่น สี ยังคงเดิมสามารถเก็บรักษาได้นาน 25 ปี โดยไม่ใส่สารกันเสียไม่ใส่น้ำตาลธรรมชาติ 100% เมล่อนผงชงดื่มผงเมล่อนที่ได้ทำมาจากน้ำเมล่อนแท้ 100% ไม่ผสมน้ำตาล เค้กเมล่อน ไอศกรีมเมล่อน แตงโมนกใหญ่ เป็นต้น

"ทั้งนี้จากการเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตร และเข้าร่วมเป็นยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ทำให้ปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้ได้มีการตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนฟาร์มนกใหญ่เมล่อน จากการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตรให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในปีงบประมาณ'61 ซึ่งก็คาดหวังว่าคนในชุมชนจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากอาชีพการทำการเกษตร โดยในส่วนของตนเองและวิสาหกิจชุมชนก็วางแผนขยายสินค้าแปรรูปจากผลิตที่มีให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมต่อไป โดยผู้ที่สนใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ โทร. 08-5158-6142" น.ส.ขนิษฐา กล่าว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง