คอลัมน์: สถานีพัฒนาสังคม: การพัฒนาเด็กและเยาวชน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561 00:00:41 น.
คณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา
(ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว)

ประเด็นการระดมสรรพกำลังแบบจตุภาคีในการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยมีตัวอย่างรูปแบบการทำงานพัฒนาเด็กและเยาวชนแบบจตุภาคีที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นโครงการและกระบวนการพัฒนาเด็กและเยาวชนมากมายที่ใช้แนวทางการระดมสรรพกำลังแบบจตุภาคีเป็นกรอบของการทำงาน โดยมีภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งเป็นผู้ริเริ่มหรือเป็นแกนนำและมีภาคส่วนอื่นๆ เข้าร่วมเป็นภาคีในการดำเนินงาน ซึ่งทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทวีคูณกับการทำงาน และโครงการประชารัฐ

ประเด็นบทบาทของสื่อในการพัฒนาเด็กและเยาวชน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กและเยาวชนทางด้านสื่อได้ มีโครงการหรือกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาให้เด็กและเยาวชน รู้เท่าทันสื่อ และให้สื่อได้ตระหนักถึงความสำคัญในบทบาทต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตัวอย่าง ดังนี้ 1.สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 2.โครงการศูนย์ข่าวเด็กและเยาวชนอาเซียนเพื่อเสริมทักษะเด็กและเยาวชนให้รู้เท่าทันสื่อรับAEC กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3.เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ 4.สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สำนัก 5) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีโครงการสนับสนุนทุนในการดำเนินงานพื้นที่และสื่อสร้างสรรค์สำหรับเด็ก เยาวชน ในชุมชนแออัดและ 5.สมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) จัดโครงการสร้างสื่อคุณภาพสำหรับเด็กและครอบครัวเพื่อสร้างสังคมที่ดี

ประเด็นบทบาทของอาสาสมัครในการพัฒนาเด็กและ เยาวชน กรณีตัวอย่างของอาสาสมัครที่มีบทบาทต่อการพัฒนาเด็ก และเยาวชน ได้แก่ 1.มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) 2.โครงการสร้างเยาวชนเพื่อการพัฒนา (Youth in Development Project)และ 3.สมาคมอาสาสมัครนานาชาติเพื่อการพัฒนาสังคม (ดาหลา)

ในส่วนของงบประมาณการพัฒนาเด็กและเยาวชน เชิงยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 พบว่ามียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับการพัฒนาเด็ก คือ ยุทธศาสตร์ที่ 4 ยุทธศาสตร์การศึกษา สาธารณสุข คุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิต ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 989,295 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 36.4 ของวงเงินงบประมาณซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ.2558 พบว่า มีจำนวนงบประมาณที่เพิ่มขึ้น แต่ร้อยละลดลง คือ ในปี พ.ศ.2558 ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 955,921 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 37.1 ของวงเงินงบประมาณ ทั้งนี้ เมื่อการจำแนกตามลักษณะงาน อาจกล่าวได้ว่า งบประมาณที่น่าจะลงสู่เด็กและเยาวชนโดยตรง คือ งบประมาณด้านการศึกษา ซึ่ง ในปีงบประมาณ 2559 มีจำนวน 549,708.1 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 20.2 ของงบประมาณรายจ่ายทั้งสิ้นโดยเมื่อเทียบกับ จำนวนเงินของ 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2556-2558) พบว่า มีแนวโน้ม เพิ่มมากขึ้นเพียงเล็กน้อย นั่นคือ ปีงบประมาณ 2558 มีจำนวน 531,044.8 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.6 ของงบประมาณ รายจ่ายทั้งสิ้น ปีงบประมาณ 2557 มีจำนวน 518,519.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.5 ของงบประมาณรายจ่ายทั้งสิ้น และปีงบประมาณ 2556 เท่ากับ 493,927.1 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น ร้อยละ 20.6 ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมดเช่นกัน

สรุป ทิศทางการทำงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ดูจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการเข้ามามีส่วนของภาคส่วนต่างๆ มากขึ้น และเป็นที่น่าสังเกตว่า ท่ามกลางปัญหาเด็กและเยาวชนที่มากมายในแทบทุกช่วงวัย แม้ว่าหลายๆ ปัญหายังไม่สามารถจัดการให้หมดไปได้ แต่ก็ดูเหมือนจะมีแนวโน้มที่จะมีทิศทางที่ดีขึ้น และมีระบบมากขึ้น

ปัญหาสำคัญและควรดำเนินการอย่างเร่งด่วนเป็น ลำดับแรก ได้แก่ ปัญหาการกระจัดกระจายของข้อมูล เนื่องจากแต่ละหน่วยงานทำงานในลักษณะต่างคนต่างทำ ทำให้การจัดเก็บข้อมูลไม่เป็นระบบ ไม่มีความต่อเนื่อง และไม่มีหน่วยงานในการจัดเก็บและดูแลฐานข้อมูลกลาง ทำให้การนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ไม่ได้เท่าที่ควร

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 1.การพัฒนาคนควรเริ่มต้นตั้งแต่เด็กในระดับปฐมวัย และหากเด็กได้รับการดูแลอย่างดีตั้งแต่ช่วงปฐมวัยก็จะสามารถแก้ไข ปัญหาต่างๆ ได้ อาทิ ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การตั้งครรภ์ วัยรุ่นการทะเลาะวิวาท ฯลฯ ดังนั้น มาตรการที่ควรดำเนินการเร่งด่วนคือการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้มีคุณภาพและเป็นมาตรฐาน ทั่วประเทศ

2.ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนา "ฐานใจ" ไปพร้อมๆ กับ "ฐานกาย" โดยเฉพาะเด็กในระดับประถมศึกษา เนื่องจากการสร้างความเข้มแข็งในจิตใจของเด็กและเยาวชนในช่วงเริ่มต้นของชีวิต ถือเป็นเรื่องสำคัญและควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการปลูกฝังให้รู้จักการยับยั้งชั่งใจ การรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี การคิดเชิงบวก และความรับผิดชอบ ดังนั้น การพัฒนา "ฐานใจ" ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยที่ควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน

3.รัฐบาลควรกำหนดนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนในทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงเด็กที่ต้องการการคุ้มครองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรง ซึ่ง หากปัญหาความรุนแรงยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว คาดว่ารูปแบบ ความรุนแรงจะมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงควรเร่งพิจารณากำหนดแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว อย่างเร่งด่วน

4.ควรพิจารณาขยายอายุของสมาชิกสภาเด็กและเยาวชน จากเดิมกำหนดไว้ 25 ปี เป็นอายุ 28 ปี เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น

5.ควรมีการจัดการและสร้างฐานข้อมูลของเด็กและเยาวชนเชิงบวกเพื่อนำมาใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาเด็กและเยาวชน เช่น ฐานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในแต่ละปีซึ่งมีจำนวนมากแต่ข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาและเสริมพลังทางบวกให้กับเด็กและเยาวชนของประเทศต่อไป

6.ควรวิเคราะห์งบประมาณที่จัดสรรเพื่อไปพัฒนาเด็กและเยาวชนของแต่ละคนให้ได้ เนื่องจากปัจจุบันงบประมาณ ได้ถูกจัดสรรไปตามแต่ละหน่วยงานที่มีภารกิจในการพัฒนาเด็ก ในลักษณะต่างคนต่างทำ ดังนั้น จึงควรวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ทราบว่าเด็ก 1 คน ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาเป็นจำนวนเงินเท่าใด

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ1.กรมกิจการเด็กและเยาวชนต้องเป็นศูนย์กลางในการจัดการระบบฐานข้อมูลด้านเด็กและเยาวชนของประเทศ เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนและกำหนดทิศทางการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ชัดเจนในระยะยาว

2.การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูลในภาพรวมของเด็กและเยาวชนและจัดลำดับความสำคัญเพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายและโครงการต่างๆ ตามความเร่งด่วนในแต่ละปี เพื่อกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนรายปีอย่างเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศทุ่มเททรัพยากรไปกับงานสำคัญที่มีผลกระทบในระดับวงกว้างมากกว่าที่จะเลือกทำในทุกเรื่อง

3.กรมกิจการเด็กและเยาวชนควรพิจารณาปรับเงื่อนไขบางประการของการมาเป็นสมาชิกสภาเด็กและเยาวชน อาทิ อายุของผู้เข้าร่วมในสภาเด็กและเยาวชนที่ขยายจาก 25 ปี เป็น 28 ปี ซึ่งจะทำให้การทำงานสภาเด็กและเยาวชนมีความต่อเนื่อง นอกจากนี้ เนื่องจากสภาเด็กและเยาวชนมีศักยภาพในการดำเนินการเพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของบุคคลต่างๆ อยู่แล้ว ดังนั้น หากสภาเด็กและเยาวชนจะพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรพัฒนางานจากการแก้ปัญหามาสู่งานต้นทางเช่น การป้องกันปัญหา ก็จะทำให้ปัญหาเด็กและเยาวชนได้รับการดูแลมากยิ่งขึ้น

ข้อเสนอแนะจากที่ประชุม1.ควรนำรายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๙ มาใช้เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์เด็กและเยาวชนในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การวางแผนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

2.ควรเห็นความสำคัญกับการพัฒนากลุ่มคนที่อยู่รอบตัวเด็กและเยาวชนไปพร้อมๆกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน เนื่องจาก เป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดและส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน

3.ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กให้มีความเหมาะสมตามแต่ละวัย รวมทั้งการเลี้ยงดูให้เหมาะสมตามวัย
4.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ควรเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลและพัฒนาเด็กและเยาวชน

5.ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ครอบครัว สภาพแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ ล้วนมีผลกระทบต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน และปัญหาสำคัญในปัจจุบันคือพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูกเนื่องจากต้องออกจากบ้านมาประกอบอาชีพ ดังนั้น หากปัจจัยต่างๆ เหล่านั้นมีความสอดคล้องกันก็จะสามารถดูแลและพัฒนาเด็กและเยาวชนของประเทศให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม

6.เนื่องจากสภาพสังคมปัจจุบัน พบว่าพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาอบรมสั่งสอนลูกเท่าที่ควร ดังนั้นโรงเรียนจึงถือเป็นแหล่งการเรียนรู้ ที่สำคัญสำหรับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านวิชาการ คุณธรรม และ จริยธรรม ดังนั้น ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของครู จึงถือเป็น สิ่งจำเป็น นอกจากนี้ ยังควรส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วม ในการดูแลและพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกัน ในสังคมอย่างมีความสุขและยั่งยืน

7.ข้อเสนอในการจัดทำรายงานฯ ในฉบับถัดไป คือเสนอให้วิเคราะห์ข้อมูลของเด็กโดยแยกหญิงชาย เพื่อนำมาวิเคราะห์แนวทางในการพัฒนาเด็กและเยาวชนแต่ละคนอย่างเหมาะสม

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่คณะกรรมาธิการการสังคม เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โทร.02-8319225-6 โทรสาร 02-8319226

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง