ข่าวอินโฟเควสท์
17:56 ศาลปกครองกลาง พิพากษาเพิกถอนมติบอร์ด ป.ป.ท.เลือก"กรทิพย์ ดาโรจน์"เป็นเลขาฯ   ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบป…
17:44 ตลท.ให้ DNA ,DNA-W1 ใช้เกณฑ์ Cash Balance ตั้งแต่ 20 ส.ค.-28 ก.ย.61   ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตร…

จับตา'บาทอ่อน'ดันน้ำมันขึ้น

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 21 กรกฎาคม 2561 00:00:10 น.

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาขายปลีกน้ำมันของไทย ว่า ในขณะนี้ ราคาขายน้ำมันที่มีการปรับตัวขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากการปรับขึ้นของ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก รวมไปถึงเงินบาท ที่อ่อนค่าลงจากระดับเฉลี่ย 31.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็นเฉลี่ย 33.5 บาท ต่อเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยกดดัน ราคาน้ำมันในช่วงนี้ ได้แก่ การที่ผู้ผลิตทั้งใน และนอกกลุ่มโอเปกปรับเพิ่มกำลังการผลิต อีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อทดแทนการ ผลิตน้ำมันดิบที่หายไปของเวเนซุเอลาและ อิหร่าน โดย สนพ.จะติดตามการเปลี่ยนแปลง ของราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด

สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินในกลุ่มอาเซียนปัจจุบันส่วนใหญ่คงที่ ทั้งไทย บรูไน มาเลเซีย เมียนมา และสิงคโปร์ เมื่อเทียบกับค่าเงินแต่ละสกุลพบว่าราคาขายปลีกน้ำมันของไทยคงที่ติดต่อกัน 4 สัปดาห์อยู่ที่ 29.25 บาทต่อลิตร มีเพียงอินโดนีเซียที่ปรับเพิ่ม 300 รูเปียต่อลิตรหรือ 1.05 บาทต่อลิตร เช่นเดียวกับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลส่วนใหญ่คงที่ โดยไทยราคายังคงเดิมต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ที่ 28.79 บาทต่อลิตร โดยอินโดนีเซียมีราคาเพิ่มขึ้น 300 รูเปียต่อลิตร หรือคิดเป็น 1.05 บาทต่อลิตร เช่นกัน

นายทวารัฐกล่าวถึงสถานการณ์ราคา ก๊าซ LPG ว่า มีความผันผวนมาก ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน(กบง.) เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติให้กำหนดบัญชี LPG ของ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สามารถติดลบได้ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท เพื่อรักษาระดับราคา LPG ขายปลีกขนาดถัง 15 กิโลกรัม ให้คงอยู่ที่ 363 บาทต่อถัง ซึ่งต้องใช้เงินอุดหนุน 560 ล้านบาท/เดือน เพื่อรักษาระดับราคาให้อยู่ในระดับนี้ได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง