คอลัมน์: Star RETRO: 'ตุ้ม-รสริน จันทรา'กับชีวิตเปี่ยมสุข มุ่งเทใจเพื่องานสังคมย้อนวันวานเส้นทางสู่วงการบันเทิง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2561 00:00:25 น.
กุหลาบสีเงิน

สตาร์เรโทรสัปดาห์นี้ ขอเปิดพื้นที่ทำความรู้จัก กับ "ตุ้ม-รสริน จันทรา" ดาราเจ้าบทบาท และ นักแสดงในดวงใจของแฟนหนังแฟนละครชาวไทย ผู้ผันผ่าน ทั้งงานเบื้องหน้า และเบื้องหลังในวงการบันเทิงมาแล้วมากมาย วันนี้ได้โอกาสย้อนวันวาน ช่วงเวลาที่เธอพยายามสานฝันจนประสบความสำเร็จ รวมถึงอัพเดทความเป็นไปในปัจจุบัน ที่เธอผันตัวเองไปทำงานเพื่อสังคม ในบทบาทของผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี มายาวนานกว่า 7 ปีแล้ว

งานแสดงเรื่องล่าสุด

ตอนนี้มีซิทคอมเรื่อง "รักปรุงรส" ทางช่อง 7 แล้วก็เรื่อง "คุณย่าดอทคอม" ทางช่อง True4U ค่ะ งานอื่นๆ ก็เป็นครูสอนการแสดงที่ "กันตนา เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์" และเป็นผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดปทุมธานี ทำเกี่ยวกับเด็กๆ เป็น ผู้ประนีประนอมค่ะ

ย้อนวันวานเส้นทางสู่วงการบันเทิง

จุดเริ่มต้นเลย ตุ้มเป็นดาราภาพยนตร์มาก่อน เมื่อเกือบ 40 ปีมาแล้ว ตอนเข้าวงการแรกๆ เลยคือ ตามคนรู้จักไปเที่ยวกองถ่าย เขาทำงานในนั้น ซึ่งเขาก็มาชวนเราว่าไปดูกองถ่ายไหม เราก็ตามประสาเด็กสาววัย 17 ที่อยากเห็นดารา อยากเห็นกองถ่าย เพราะความฝันจริงๆ ก็อยากเป็นดารานะ เวลาเราดูหนังแล้ว ก็จะมีความรู้สึกว่า อุ๊ย! อยากเป็นนางเอกแบบนี้ จังเลย พอได้ไปเที่ยวกองถ่ายปุ๊บ ผู้อำนวยการสร้างเขามาเห็นเรา แล้วก็ถามว่า หนูอยากเล่นหนังไหม แล้วมี ดีกรีอะไรมาบ้างไหม เช่นเคยประกวดความงามอะไรมาบ้าง สมัยก่อนความสวยจะมาอันดับแรก รองลงมาก็คือความงาม เคยเป็นนางงามเวทีอะไรยังไงบ้าง ซึ่งเราเป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี ผู้ใหญ่ก็จะพาไปประกวดนางนพมาศ นางฟ้าต้นเทียน นางสงกรานต์ เราก็ได้ที่หนึ่งหมดเลย พอผู้อำนวยการสร้างเห็นปุ๊บ เขาก็บอกว่า ถ้าสนใจที่จะเล่นหนัง ตอนนี้กองถ่ายอีกกองหนึ่งอยู่ที่โคราช ยังไม่มีนางเอก จะให้หนูเป็นนางเอกนะ เราก็ตกใจนิดนึง แล้วเขาก็บอกว่า ถ้าจะเล่นก็ต้องเดินทาง ไปกองถ่ายเลย ซึ่งตอนนั้นตุ้มมากับคุณแม่ คือนั่งรถจาก อุบลฯ มาดูกองถ่ายที่สระบุรี แล้วก็นั่งรถจากสระบุรี มาโคราชต่อเลย ไม่ได้กลับบ้าน (หัวเราะ)

ประเดิมบทนางเอกเรื่องแรกในชีวิต

ชื่อเรื่องว่า "นาล่ม" คู่กับ "จักร มหาชัย" ผู้กำกับ ตอนนั้นคือ "คุณพ่อวาสุเทพ โอศิริ" ท่านก็จะคอยสอนการแสดง สอนวิธีเล่น เรียนปุ๊บเล่นปั๊บในกองเลยทันที คือว่าง่ายๆ เราไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย แต่ว่าคุณพ่อท่านมีความพยายามมาก ที่จะสอนเรา เคี่ยวเข็ญ จากที่ เราไม่เป็นอะไรเลย จนเล่นได้ค่ะ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแรกของตุ้ม แต่เป็นหนังเรื่องที่ 2 ที่ออกฉาย เพราะพอถ่ายเรื่องนี้เสร็จก็ได้เล่นเรื่อง "สุภาพบุรุษเสือไทย" คู่กับ "คุณสมบัติ เมทะนี" ต่อเลย แล้วได้ฉายก่อน หลังจากนั้น ก็มีผลงานเรื่อยๆ และส่วนใหญ่เมื่อก่อนตุ้มก็จะได้เป็น นางเอกหนังบู๊นะคะ แต่บุคลิกไม่ให้ใช่ไหม (ยิ้ม) น่าจะ ออกแนวหวานๆ แต่กลายเป็นว่าเป็นนางเอกหนังบู๊ ซะงั้น ก็ต้องซ้อม ต้องฝึก ซ้อมเตะ ต่อย ตลอดค่ะ

ผลงานละครแจ้งเกิด

ละครเรื่อง "ตุ๊กแก" ทางช่อง 7 เป็นบทประพันธ์ ของ "คุณพ่อประดิษฐ์ กัลย์จาฤก" ซึ่งเป็นบทประพันธ์ที่ดังมาก พอเราได้มาเล่นแล้วละครก็ดัง เราต้องเล่นกับตุ๊กแกจริงๆ และเป็นเรื่องที่ทำให้เรามีชื่อเสียง เป็นเรื่องที่แจ้งเกิดในละครก็ว่าได้ค่ะ

สานฝันตัวเองได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว

ดีใจนะคะมันเป็นความฝันของเด็กสาวคนนึง แล้วตุ้มว่าก็เป็นความฝันของหลายคน ที่อยากเป็นอะไรแล้วได้เป็นตามฝัน ซึ่งเราเองก็โชคดีที่ว่าเราเข้ามาปุ๊บได้เป็นนางเอกเลย แล้วเราก็ไม่ต้องไปสมัครที่ไหนเลย เหมือนมีคนมาอุ้มชูเราให้เป็นเลย ตอนแรกที่เล่นเป็นนางเอกหนังบู๊ แต่บุคลิกไม่ให้ (หัวเราะ) ตอนนี้ก็รับได้ทุกแนวค่ะ สนุกที่ได้ทำในสิ่งที่เราชอบ

ถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับนักแสดงเลือดใหม่

ตอนนี้ตุ้มเป็นครูสอนการแสดงอยู่ที่ "กันตนา เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์" ซึ่งเราก็เอาประสบการณ์ของเราที่มีนี่แหละไปสอนเด็ก เพราะว่าเด็กเขาจะมาจากศูนย์ เขาจะไม่มีทักษะการแสดงมาเลย เหมือนเราต้องมาปั้นเขา เราต้องมีความใจเย็น ค่อยๆ ให้ความรู้เขาตั้งแต่แรกเริ่ม จนกว่าเขาจะแสดงออกมาได้ ก็เป็นงานที่ค่อนข้างยาก เพราะเราจะทำยังไง เด็กถึงจะมีความกล้า การที่เราสอนก็เพื่อที่จะให้เขามีความกล้าแสดงออก สมัยนี้กับสมัยเราก็ไม่เหมือนกัน แต่เด็กสมัยนี้ยอมรับนะคะว่าค่อนข้างจะเก่ง ฉลาด มีแววให้ทำอะไรทำได้หมด เขามี ความสามารถ

คำแนะนำสำหรับน้องๆ ดาวรุ่ง

การวางตัวค่ะ คุณจะต้องมีสัมมาคารวะ บางคน เขาไม่รู้จักเรา เขาก็ไม่ไหว้ เหมือนเราเป็นป้าคนหนึ่งในกองถ่าย เราก็ไม่ว่านะ แต่เรามองว่าไม่น่ารัก ซึ่งการที่เราเป็นเด็กกว่า เห็นผู้ใหญ่จะเป็นใครก็แล้วแต่ เราควรยกมือไหว้อ่อนน้อมถ่อมตนไว้ก่อน ถึงจะน่ารัก และต้องเป็นคนที่รับผิดชอบ ถ่ายละครให้คิวกองถ่ายแล้ว คุณก็ต้องมา จะเบี้ยวยังงั้นอย่างงี้ เพราะถ้ากองถ่ายยกกองไปแล้ว แต่นักแสดงไม่มา เสียหายมากนะคะ

ความฉาบฉวยที่พึงระวัง

สมัยนี้มาแป๊บเดียว เดี๋ยวก็หายนะ ความมี ชื่อเสียงก็อย่าหลงระเริง วันนี้คุณดังแต่พอวันนึงคุณไม่ดังก็ได้เหมือนกัน เพราะเราก็เห็นมาเยอะแล้ว ฉะนั้นการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนกับ ผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะน่ารักกว่า และอยู่ได้นาน ผู้ใหญ่เขาก็จะได้เมตตาเอ็นดู รวมถึงเรื่องการใช้เงินใช้ทองก็ต้องระมัดระวัง ไม่ใช่มีแล้วเอาไปใช้ฟุ่มเฟือย ต้องรู้จักเก็บรักษา เมื่อเป็นนักแสดงการมีงานถือว่าโชคดี

กว่า 40 ปีในวงการบันเทิง

วงการบันเทิงคือทั้งชีวิตของตุ้มเลยก็ว่าได้ ตลอด 40 ปี เราไม่ได้หายไปไหนเลย เกือบทั้งชีวิตทำ ทุกหน้าที่ ทั้งเบื้องหลัง เบื้องหน้า เดินแบบก็เคยตอนสาวๆ (หัวเราะร่วน) อะไรก็ทำที่ได้สตางค์ ถ่ายแบบลง ปกหนังสือ ทำมาหมดแล้ว ฉะนั้นวงการนี้จริงๆ แล้วตุ้มได้อะไรมาหลายอย่างมากเลยนะคะ ได้ความอดทน ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ การใช้ชีวิต การคบคนหลากหลายแบบ เรียกว่าให้ทุกอย่าง ที่เราอยู่มาได้ทุกวันนี้ ก็เพราะว่าเราอยู่ในวงการแสดงนี่แหละ สั่งสมเรามาให้เราอดทนอดกลั้น รู้จักการใช้ชีวิต มองคน รู้จักคนว่า แต่ละคนเป็นยังไงบ้าง

ก้าวเข้าสู่การปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาสมทบฯ

ตุ้มไปสมัครเองค่ะ คือเรามีความรู้สึกว่าอยากทำงานเพื่อสังคม จริงๆ เป็นงานจิตอาสา แล้วตัวตุ้มเองเป็นจิตอาสาอยู่แล้ว เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส เช่น ชอบเอาของไปบริจาคเด็กยากไร้ หรือชาวบ้านที่ยากจน ตำรวจ ทหาร ที่อยู่ชายแดน ตุ้มทำตรงนี้มาโดยตลอด เป็นคนที่ชอบให้ การได้ทำตรงนี้ เหมือนก็ได้สร้างกุศลนะ เป็นงานที่ไม่ได้เป็นเงินเดือน แต่มันเป็นการเสียสละเวลา เราเอาเวลาที่เรามีไปให้กับทางศาลเพื่อที่จะได้ดูแลเด็กๆ อบรม ช่วยเหลือเด็กๆ ให้เด็กที่คิดผิด กระทำผิด ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เขาเป็นคนดีกลับคืนสู่สังคม เป็นอีกหนึ่งงาน อีกหนึ่งหน้าที่ ที่ยากมากค่ะ ตอนนี้ทำมาเกือบ 7 ปี เราก็มีประสบการณ์ประมาณนึงที่จะช่วยเหลือให้เด็กๆ ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เขาไปในทางที่ดี จะได้มากหรือน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย

หน้าที่หลักๆ ที่ต้องทำ

เขาจะมีเป็นเวรค่ะ ท่านหัวหน้าศาลท่านจะจัดเวรให้เรา เดือนนึงอาจจะเข้า 2 หรือ 3 ครั้ง แต่ว่าก็ เข้ามากกว่านั้น เพราะทางศาลจะมีกิจกรรม เขาเรียกว่า บำบัด แก้ไข ฟื้นฟู พอเด็กเข้ามาก็จะเจอกับพวกเรา ผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งจะต้องมีหน้าที่อบรมเขา ให้คำปรึกษา คำแนะนำ ว่าเขาควรจะทำยังไงกับชีวิต อย่างเช่น เขาไป คบกับเพื่อนกลุ่มที่ไม่ดี เราก็ต้องบอกกับเขาว่า เราต้องหัดปฏิเสธนะ คือเพื่อนชวนเราไปเสพยาไปทำในทางที่ไม่ดี เราจะต้องหัดปฏิเสธเพื่อน เราต้องเลือกคบเพื่อน

สิ่งที่ได้จากการเป็นผู้พิพากษาสมทบฯ

เหมือนเป็นการทำบุญนะคะ เราอิ่มใจมากกว่าอะไรทั้งหมด มีความสุขที่ได้ทำ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ของเด็กค่ะ เพราะถือว่าเป็นงานที่เราต้องทำด้วยหัวใจถ้าคนที่ไม่รักแล้วไปทำ ตุ้มว่าก็ทำไม่ได้นะ ถ้าเป็นคนโลภ มากเห็นแก่เงินนะ ตุ้มเคยเจอบางคนบอกว่า ไปทำทำไมเงินทองไม่ได้เสียเวลา แต่ตุ้มมองว่าเราไปช่วยสังคม เราเป็นผู้เสียสละเวลาที่เรามีไปช่วยเขา แต่ว่าการไปทำหรือไปเป็นแบบนี้ไม่ใช่ว่าง่ายนะคะ เพราะต้องผ่านการคัดเลือก มีประวัติที่ดี อบรม สอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ และเอาประวัติเราไปให้สำนักงานตำรวจ แห่งชาติตรวจสอบ เขาสืบละเอียดมากนะคะ ไม่ใช่ว่าใครเป็นก็ได้ คนที่เข้าไปทำได้ต้องมีคุณภาพด้วย

ช่วงชีวิตที่ลงตัวทุกอย่าง

แฮปปี้ดีค่ะไม่มีเวลาว่างเลย (หัวเราะ) บางคนถามว่าเหงาไหม ไม่มีเวลาเหงาค่ะ เพราะเวลาที่มีก็ไปทำงานที่ศาล ให้คิวเขาหมดเลย คือเมื่อก่อนตุ้มว่างก็จะใช้เงิน เดินห้างช็อปปิ้ง ซื้อคอร์สทำหน้า ทำตัว สนุกแฮปปี้ ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันที่พอเดินทางมาถึงวันนี้แล้วเราคิดว่า เออ...เราเอาเวลามาทำประโยชน์มันดีกว่า ตั้งเยอะนะ (หัวเราะ) เสียดายเวลาไหมก็เสียดาย แต่ว่าตอนนั้นมันยังไม่ถึงเวลาที่เราจะมาทำงานแบบนี้ไง

ด้านครอบครัว

ปัจจุบันก็หย่ากับสามีแล้วค่ะ แต่ก็มีลูกชาย 2 คน "น้องเติร์ก" (คหบดี กัลย์จาฤก) กับ "น้องเตอร์" (รฤกฤกษ์ กัลย์จาฤก) เราไม่มีอะไรห่วงเขาแล้วล่ะ เพราะว่าเขาก็ไปอยู่ในแวดวงที่ดี อยู่ "บริษัท ป๊าสั่ง ย่าสอน จำกัด" ลูกๆ ทั้ง 2 คนเป็นคนที่มีความตั้งใจทำงาน เหมือนเป็นสายเลือดเขาน่ะ เขาเห็นพ่อเขาทำงานตรงนี้มา เขาก็เก็บแบบพ่อเขามาทุกอย่างเลย หายห่วงค่ะ เขาก็จะเก่งกันคนละด้าน คนโตน้องเติร์กเก่งติดต่องานประสานงาน เป็นโปรดิวเซอร์ เป็นคนดูแลควบคุม ส่วนตัวเล็กน้องเตอร์จะเก่งเรื่องงานกำกับ ซึ่งตุ้มเองก็ไม่ใช่แม่ที่เนี้ยบ สบายๆ ตุ้มมีความรู้สึกว่าการบังคับจิตใจคน ตุ้มไม่ชอบ เราเองยังไม่ชอบให้ใครมาบังคับเราเลย เราจะไปบังคับเขาก็ไม่ใช่ เราก็ แค่คอยมองเขา แม่พร้อมเสมอถ้าเขาต้องการให้แม่ ช่วยเหลืออะไร แต่เราจะไม่บงการชีวิตเขา ปล่อยเขาทำในสิ่งที่เขาชอบและถนัด

แพลนชีวิตในทุกวันให้มีความสุข

เราก็จะมีกลุ่มเพื่อนที่รักกัน ชวนกันไปเที่ยว ไปออกกำลังกาย เราอายุกันขนาดนี้แล้ว จะจากกันไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ (หัวเราะ) แต่ว่าการรักษาสุขภาพสำคัญที่สุด ตุ้มเป็นคนที่ไม่ค่อยป่วยเลย อาจจะเป็นเพราะว่า ตุ้มชอบกินสมุนไพร เช่น กินน้ำมะนาว กินน้ำอัญชัน น้ำใบบัว น้ำกระชาย ทำกินเองประจำค่ะ แล้วก็ผักนี่ชอบกินมาก แล้วพอมีวันหยุดก็จะจัดบ้านความสุขของตุ้มคือการจัดบ้าน แต่งบ้าน (หัวเราะ) จัดสวน ตัดแต่งต้นไม้ ซื้อต้นไม้มาปลูก หรือไม่ก็คัดเลือกของต่างๆ ที่มีในบ้านที่ไม่ใช้แล้วเตรียมไว้ไปบริจาค รวมทั้งของเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เขาเห็นว่าเรารับบริจาค เขาก็จะเอามาสมทบ เราก็ รวบรวมไว้ ตอนนี้บ้านหลังเล็กของตุ้มของบริจาคเพียบ ก็รอหาที่จะเอาไปบริจาคอยู่ ดูว่าที่ไหนเขาเดือดร้อนแล้วเอาไปให้ถึงมือเขาจริงๆ ตุ้มไม่ชอบผ่านคนอื่น หรือบางทีไปถ่ายละครก็เตรียมใส่รถไว้ เจอใครตุ้มก็แจก ข้างทางก็มีนะ (ยิ้ม)

ความประทับใจในแก๊งเพื่อนซี้

"แหม่ม-เทพยุดา ศรียาภัย, แหม่ม-เนาวรัตน์ ซื่อสัตย์, ตุ๋ย-นวลปรางค์ ตรีชิต, อ๋อย-สินาภรณ์ พิไลลักษณ์" เราคบกันมานานประมาณ 30 กว่าปีได้แล้วค่ะ ตั้งแต่เราเข้าวงการ ถ้าไม่รักกันก็คงคบกันไม่ได้มาจนถึงทุกวันนี้นะ (หัวเราะ) ทุกคนเป็นคนมีน้ำใจ แต่ละคน ไม่นินทากัน มีแต่ความจริงใจให้กัน เป็นกัลยาณมิตร มีแต่เรื่องดีๆ สิ่งดีๆ ให้กัน บางทีก็แชร์เรื่องลูกๆ กันบ้างตามประสาแม่ๆ

เวลาว่าง วันพักผ่อน

ชอบเที่ยวชนบท ไม่ชอบในเมือง ชอบออกต่างจังหวัด ทำอะไรง่ายๆ ของแพงไม่ชอบเลย บางทีเราเห็น ของเหมือนกันมาอยู่ตรงนี้แพงจัง แต่อยู่อีกที่นึงถูกจัง ตุ้มไม่ชอบชีวิตหรูหรา ชอบเหมือนที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านสอน เรื่องความพอเพียง เป็นคนไม่ได้อยากได้อะไรมากมายเป็นแบบนั้นจริงๆ ค่ะ

ฝากถึงแฟนละคร

ขอบคุณที่ติดตามผลงานตุ้มมาตลอด จากนี้ก็จะ อยู่ในวงการบันเทิง แสดงละครไปเรื่อยๆ ค่ะ และอยากจะ ฝากให้ทุกคนรู้จักแบ่งปัน เอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะตุ้ม ทำงานตรงนี้ เราเห็นคนที่ทะเลาะกัน มีแต่เรื่องโลภ ทั้งนั้น อยากได้อยากมี สิ่งที่ทำให้คนทะเลาะกันก็คือ ความโลภ นี่แหละค่ะ ความโลภไม่ใช่เรื่องดีเลย

แค่กำจัดความโลภได้ก็จะทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ อย่างมีคุณค่า และไม่เกิดการทำร้ายกันและกัน ที่สำคัญยังได้ความสงบสุขทางจิตใจ นำไปสู่การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพด้วยเช่นเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง