คอลัมน์: ส่อง...เกษตร: 'ปิดจ๊อบ'จำนำข้าวผลาญชาติ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 5 กันยายน 2561 00:00:10 น.
สาโรช บุญแสง

ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการ "ปิดจ๊อบ" โครงการรับจำนำข้าวผลาญชาติในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปเป็นที่เรียบร้อยเสียที เพราะข้าวลอตสุดท้ายที่เหลือจากโครงการรับจำนำ สามารถประมูลขายออกไปได้หมดสิ้นแล้ว...

ข้าวลอตสุดท้ายนี้จัดเป็นข้าวที่เรียกได้ว่า"เหลือเดน" เพราะ"เสื่อมสภาพ"จนไม่สามารถให้คนบริโภคได้ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่เรียกว่า ข้าวสำหรับเอาไปใช้ในอุตสาหกรรม ก็คือเอาไปทำเป็นอาหารสัตว์จำนวน 2.45 แสนตัน กับกลุ่มสำหรับเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคนและสัตว์ คือ ต้องเอาไปทำปุ๋ยหรือทำเชื้อเพลิง"เอทานอล" อีก 2.23 หมื่นตัน

แม้นางมนัสนิตย์ จิรวัฒน์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศระบุผลสำเร็จ ประมูลข้าวลอตสุดท้ายนี้ว่า สามารถประมูลขาย ได้หมดเกลี้ยง ในราคาที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ในข้อเท็จจริง ราคาที่ขายได้นี้ ก็ขาดทุนย่อยยับ...กล่าวคือ กลุ่มข้าวสำหรับใช้ในอุตสาหกรรม 2.45 แสนตันขายได้ราคาเฉลี่ยตันละ 6,670 บาท ส่วนกลุ่มข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคนและสัตว์ได้ราคาเฉลี่ยตันละ 4,584 บาทเท่านั้น เทียบกับราคาที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์รับจำนำ บวกค่าเก็บรักษาและ อื่นๆ ที่รวมแล้วต้นทุนตกอย่างน้อยตันละ 25,000 บาท เท่ากับข้าว "เหลือเดน" นี้ ขาดทุนย่อยยับตันละร่วม 2 หมื่นบาท!

ขณะที่โดยสรุปทั้งหมดแล้ว ข้าวที่รับจำนำยุค "ยิ่งลักษณ์"ก่อนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)จะเข้ามาบริหารนั้น มีตัวเลขทางบัญชีอยู่ที่ 18.7 ล้านตัน แต่คณะทำงานที่ คสช.ตั้งขึ้นได้เข้าไปตรวจสอบพบว่า มีข้าวในสต๊อกจริงอยู่ทั้งสิ้นเพียง 17.7 ล้านตัน (ข้าวหายไป 1 ล้านตัน!) ในจำนวนนี้มีข้าวที่ไม่มีภาระผูกพันให้กระทรวงพาณิชย์นำออกมาประมูลขายทั้งสิ้น 16.91 ล้านตัน รวมการประมูลครั้งสุดท้ายนี้ด้วย เท่ากับว่า เปิดประมูลขายไป 32 ครั้ง ได้เงินกลับคืนมารวม 146,176 ล้านบาท...เทียบกับเงินที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ควักกระเป๋า ธ.ก.ส.ใช้รับจำนำข้าวไปก่อน ร่วมๆ 7 แสนล้านบาท ก็คงขาดทุนมากกว่า 5 แสนล้านบาท...เป็นไปตามที่ผู้เชี่ยวชาญต่างๆเคยประเมินกันไว้

ซึ่งไม่ว่าจะขายข้าวที่รับจำนำนี้ไปอย่างไร ก็ต้องขาดทุนมโหฬารหลายแสนล้านบาททั้งนั้น เพราะต้นทุนที่รับจำนำไว้สูงลิ่ว บวกกับการทุจริตโกงกินทุกรูปแบบจากการรับจำนำยุคยิ่งลักษณ์ ยิ่งเพิ่มต้นทุนมหาศาล ขณะที่ขายในตลาดโลกหรือขายแบบประมูลก็ขาดทุนเกินครึ่งทั้งนั้น อย่างที่รองอธิบดี "มนัสนิตย์"บอก คือ หากเปรียบเทียบราคาที่ขายได้ทั้งหมด เมื่อเทียบกับราคาที่รับจำนำไว้ จะพบว่าขาดทุนตั้งแต่เริ่มรับจำนำ เพราะหากจะขายให้ได้คุ้มทุน ราคาเฉลี่ยต้องอยู่ที่ประมาณ 800 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ตอนนี้ราคาข้าวในตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ 411 เหรียญสหรัฐต่อตันเท่านั้น...และช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ราคาข้าวในตลาดโลกยิ่งตกต่ำกว่านี้มากอีกด้วย

ย้ำอีกครั้ง ตัวเลขทั้งหมดนี้ ถือเป็นการสรุป"ปิดจ๊อบ" สำหรับโครงการจำนำข้าวผลาญชาติยุค "ยิ่งลักษณ์" ที่รัฐบาล คสช.โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คงจะได้ตัวเลขที่ชัดเจนสำหรับเอาไปจัดการตามกระบวนการกฎหมาย เพื่อเรียกค่าเสียหายผู้ที่เกี่ยวข้องในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร(ตามที่ดำเนินการไปบ้างแล้วทั้งกรณี"ยิ่งลักษณ์"เอง ตลอดจนกลุ่มอดีตรมว.พาณิชย์-บุญทรง เตริยาภิรมย์กับพวก) ตลอดจนการไล่เบี้ยทวงคืนจากขบวนทุจริตตั้งแต่ "ต้นน้ำ" จนถึง"ปลายน้ำ"กันต่อไป เพราะคดีที่ยังคั่งค้างจากการทุจริตโครงการจำนำข้าวนั้น มีนับพันๆคดีที่ต้องไล่ เบี้ยกันตั้งแต่ โรงสี,โกดังเก็บสต๊อกข้าว,เซอร์เวย์เยอร์,เจ้าหน้าที่ หน่วยงานรัฐผู้รับผิดชอบอย่าง อ.ต.ก. อคส. เป็นต้น

และคงต้องย้ำกับพี่น้องเกษตรกรชาวนา ตลอดจนประชาชนชาวไทยทั้งประเทศด้วย ที่จะต้องจดจำบทเรียนอันเจ็บปวดจากนโยบายประชานิยม"เคลือบยาพิษ"อย่างโครงการจำนำข้าวนี้ไว้ให้ดีๆ อย่าได้หลงกลตกเป็นเหยื่อมัน อีก จนประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องวิกฤติพินาศซ้ำรอย ซ้ำซากๆ

ที่ต้องเตือนเช่นนี้ เพราะยิ่งใกล้เวลาเข้ามาเท่าไหร่ในการเลือกตั้งปีหน้า 2562 ตามโรดแมป ก็ดูเหมือน หลายๆ พรรคการเมือง ทั้งพรรคสามานย์เก่าๆ ตลอดจน พรรคแปลงโฉมเป็นพรรคใหม่ๆ ต่างก็ตั้งท่าที่จะขุดเอานโยบายประชานิยม "น้ำตาลเคลือบยาพิษ"โดยเฉพาะเรื่อง "ข้าว" ขึ้นมาหลอกล่อเรียกคะแนนนิยมกันอีกแล้วครับท่าน...

อย่างไรก็ตามสำหรับรัฐบาล คสช.และสนช.สภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดนี้ ก็กำลังจะออกพ.ร.บ.ข้าวฉบับใหม่ที่น่าสนใจยิ่ง ไว้โอกาสหน้า ผมจะนำมาเล่าให้ฟังต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง