ท้าพิสูจน์ เทคโนโลยีสกายแอ็คทีฟ ตามล่าแสงเหนือดินแดนอาร์กติก หนาวเย็นที่สุดในโลก

ข่าวยานยนต์ 28 กันยายน พ.ศ. 2561 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นิติ โมราวรรณ

มาสด้า สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง ด้วยการขนทัพสื่อมวลชน ร่วมทดสอบ Mazda CX-5 ในภารกิจพิชิตแสงเหนือ ภายใต้คอนเซ็ปต์ เปิดประสบการณ์ สุดขอบฟ้ากับมาสด้า "MAZDA PASSION DRIVE TO THE HORIZON" สู่เส้นทางดินแดนอาร์กติก ที่หนาวเย็นที่สุดในโลก เพื่อเป็นการพิสูจน์สมรรถนะของเทคโนโลยีสกายแอ็คทีฟ รวมระยะทางกว่า 6,500 กม.

โดยการเดินทางในครั้งนี้ เป็นการสานต่อจากช่วงที่ผ่านมา ซึ่งไปสิ้นสุดกันที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย แต่ในปีนี้คาราวานมาสด้า มุ่งหน้าสู่คาบสมุทรสแกนดิเนเวีย โดยมีทีมงานมาสด้า พร้อมด้วยทีมงาน ทรานเอเชียรูท ที่มีความชำนาญในการเดินต่างประเทศ ในรูปแบบคาราวานท่องเที่ยว มาช่วยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง โดยแบ่งออกเป็นสองกรุ๊ป (A -B) ผู้เขียนได้อยู่ในกรุ๊ป A ต้องบินลัดฟ้าไป เริ่มกัน ที่เมืองโคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) ก่อนที่จะขับรถต่อไป เมืองสตอกโฮม (สวีเดน) แล้วขึ้นเรือเฟอรี่ ข้ามฟากไปยัง เมืองเฮลซิงกิ (ฟินแลนด์) ดินแดนแห่งทะเลสาบ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ Nordkapp แผ่นดินเหนือสุด ในยุโรป (นอร์เวย์)ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน และเดินทางกลับประเทศไทยด้วยระยะทางกว่า 3,000 กม.

สำหรับมาสด้า CX-5 ที่นำมาร่วมคาราวานในครั้งนี้ เป็นรถยนต์มาจากกลุ่มประเทศยุโรป มาพร้อมกับ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์โคโดะดีไซน์ โฉบเฉี่ยว ล้ำสมัย ทั้งภายนอกและภายใน เพียบพร้อมด้วย เทคโนโลยี และฟังก์ชั่นต่างๆ ตลอดจนสมรรถนะที่โดดเด่น ของเครื่องยนต์สกายแอ็คทีฟ

โดยผู้เขียนและเพื่อนสื่อมวลชนอีกสามท่าน ได้พาหนะการเดินทางในทริปนี้ เป็นรถ Mazda CX-5 พวงมาลัยซ้าย รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D ขนาด 2,200 ซีซี มีแรงม้า 175 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD รวมทั้งติดตั้งระบบควบคุม สมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ GVC เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดภายใต้เทคโนโลยี SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ที่จะช่วยควบคุมสมรรถนะการขับขี่ให้แม่นยำ และสมดุลมากขึ้น โดยระบบ GVC จะประมวลผลจากการบังคับพวงมาลัย ของผู้ขับขี่ ความเร็วรถ รวมทั้งน้ำหนักของเท้าที่กดคันเร่ง จากนั้นระบบจะควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์ และ เกิดการถ่ายเทน้ำหนักที่เหมาะสมไปสู่แต่ละล้อ ทำให้ รถเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น

ก่อนที่จะเริ่มต้นเดินทาง ผู้เขียนต้องทำความคุ้นเคยกับรถพวงมาลัยซ้าย รวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ ตลอดจนวัฒนธรรมของชาวยุโรปกันนิดหน่อย เพราะในยุโรปจะต้องขับรถชิดขวา แซงซ้าย ไม่เหมือนในเมืองไทย ที่ขับชิดซ้าย แซงขวา ประชาชนส่วนใหญ่จะปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการจำกัดความเร็ว จะมีกล้องอัตโนมัติ คอยตรวจจับความเร็วเป็นระยะๆ หรือแม้แต่จอดรถในที่สาธารณะ จะมีแผ่นป้ายบอกเวลาที่ติดอยู่ด้านหน้าในกระจกรถ ซึ่งผู้ขับทุกคนจะต้องเลื่อน เข็มนาฬิกาตามเวลาที่มาถึง และชำระเงินตามความ เป็นจริงที่นำรถมาจอด ถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้แล้วเจอการ สุ่มตรวจ จะโดนปรับแพงมาก สำหรับสถานีบริการน้ำมัน จะไม่มีเด็กปั๊มเหมือนเมืองไทย ต้องเติมเองโดยการชำระเงินผ่านตู้อัตโนมัติ

มาสด้า ถือเป็นค่ายรถยนต์แรกในประเทศไทย ที่พาสื่อมวลชนมาทดสอบสมรรถนะ ในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ที่มีสภาพอากาศหนาวจัด ลมแรง เส้นทาง คดโค้ง ตามลักษณะภูมิประเทศที่เป็นคาบสมุทร ตลอดเส้นทางจะมีทั้งถนนคอนกรีต ลาดยาง ทางขรุขระ ตลอดจนเส้นทางชำรุด ให้ทดสอบสมรรถนะกันอย่างเต็มที่ ด้วยช่วงล่างและตัวถัง ที่ได้รับการปรับเซตใหม่ มีน้ำหนัก เบาขึ้น ทำให้มีความคล่องตัว สามารถเกาะถนนและให้การควบคุมรถดียิ่งขึ้น ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี สกายแอ็คทีฟ รุ่นใหม่ล่าสุด ไม่ทำให้ผิดหวังครับ แรงจัด ทุกย่านความเร็ว แต่ประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้น หรือแม้แต่ในบางวันที่สภาพอากาศหนาวจัด อุณหภูมิติดลบ เครื่องยนต์สกายแอ็คทีฟยังสามารถทำงานได้ดี รวมทั้งมีระบบอุ่นเบาะทั้งสี่ตำแหน่ง ระบบอุ่นพวงมาลัย และระบบละลายน้ำแข็งบริเวณที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้า ช่วย อำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้เป็นอย่างดี

สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ คณะคาราวานมาสด้า ได้ขับผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ อาทิ การขับเข้าอุโมงค์ ลอดใต้ทะเล ที่มีความยาวกว่า 6,870 เมตร ขึ้นเรือเฟอรี่ "ไวกิ้งไลน์" เพื่อข้ามทะเลบอลติก รวมถึงการเดินทาง ไปเมือง โรวาเนียมี (Rovaniemi) ประเทศฟินแลนด์ บ้านเกิดซานตาคลอส พร้อมแวะชมเส้นแบ่งเขตแดน ขั้วโลกเหนือ ARCTIC CIRCLE ตลอดจนทัศนียภาพ ความสวยงามของทิวทัศน์ระหว่างทางแบบไม่มีที่สิ้นสุด โดยมีจุดหมายปลายทางที่เมือง ฮอนนิงสโวก (Honningsvag) อยู่ทางทิศเหนือสุดของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่จะมีอาชีพทำประมง และมีกวางเรนเดียร์ เป็นสัตว์เลี้ยงท้องถิ่น สามารถพบเห็นได้ตลอดสองข้างทางที่ขบวนคาราวานผ่าน และปิดท้ายกับไฮไลท์สำคัญ คือ การไปชมแสงเหนือ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่สวยงามแห่งหนึ่ง ณ NORDKAPP แผ่นดินเหนือสุดในยุโรป

วันสุดท้ายของการเดินทาง คาราวานมาถึงออสโล (Oslo) เมืองหลวง ประเทศนอร์เวย์ ตั้งอยู่ ขอบด้านเหนือของ อ่าวฟยอร์ด (fjord) ที่มีเกาะรายล้อม กว่า 40 เกาะ และมีทะเลสาบน้ำจืดมากถึง 343 แห่ง ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินชมสถานที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่า จะเป็น สถาปัตยกรรม และสิ่งก่อสร้างสไตล์นอร์ริเจียน รวมทั้งได้เห็นวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมือง ที่นี่ ค่อนข้างจะมีวินัยจราจร ทุกคนจะปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะทางม้าลาย ถ้ามีคนจะข้ามถนน เพียงแค่ก้าวเท้าลงพื้นรถต้องจอดทันที เพื่อให้คนเดินข้ามไปก่อน น่าชื่นชมอย่างยิ่งครับ ขณะที่รถราง ไฟฟ้า ก็มีให้บริการครอบคลุมทั้งเมือง ถ้าประชาชนชาวไทย ทุกคน เคารพกฎจราจร และมีน้ำใจให้กับผู้ใช้รถ ใช้ถนนร่วมกันแบบนี้ คงจะดีไม่น้อยทีเดียว


แท็ก มาสด้า   mazda  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ