กสทช.ห่วง5จีทำคนตกงานกระทบกลุ่มผลิต-การเงิน-การแพทย์

ข่าวเศรษฐกิจ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ สำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เทคโนโลยี 5จี มีความสำคัญกับการพัฒนาประเทศไทย ในอนาคต แต่หลังจากการประชุมองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) พบว่า การเข้ามาของ 5จี ทั้งการใช้เทคโนโลยีไอโอที หรือ เอไอ คนจะตกงาน 10-30% ถือเป็นข้อห่วงใยของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ(ไอทียู) ถึงแม้จะไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในกลุ่มอุตสาหกรรม รัฐบาลจะเพิ่มองค์ความรู้ให้คนกลุ่มนี้ได้อย่างไร หลายๆ ประเทศต้องคิดว่าถ้าคนกลุ่มนี้ตกงาน ต้องใช้เงินเท่าไหร่

เมื่อ 5จี เข้ามาในไทยจะกระทบภาค การผลิตในไทย 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.ภาคการผลิต ที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมหมวดใช้แรงงานถึง 30-40% ที่ใช้ภาคการผลิต 2.ภาคการเงินการธนาคาร โดยธนาคารจะต้องปิดตัวลงเรื่อยๆ และ 3.ภาคการแพทย์ สาธารณสุข ที่จะต้องปิดตัวลงเช่นกัน นอกจากนี้ภาคการท่องเที่ยวก็กระทบเช่นกัน

ทั้งนี้สิ่งที่จะผลักดันให้เกิด 5จี คือรัฐบาลไม่ใช่ผู้ให้บริการหรือโอเปอเรเตอร์เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง รัฐบาลจะต้องเข้ามาช่วย เกิดการสร้างงาน สร้างเงิน สร้างอาชีพ 5จี จะมาหนุนภาคอุตสาหกรรม เกิดการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจในภาครวมประเทศ

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาฯ กสทช. กล่าวว่า กสทช.จะช่วยสนับสนุนคลื่นความถี่ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ถูกลง และเปิดประมูลคลื่นความถี่ในย่านต่ำพร้อมกับคลื่นความถี่สูง ยกตัวอย่าง ประเทศเยอรมนี เกาหลี อิตาลี ประมูลคลื่นใหม่ ถูกลง ทั่วโลกใช้วิธีเดียวกันคือ ประเมินราคาจาก ทั่วโลก ในการประมูลคลื่นความถี่รูปแบบการประมูลจะเอาหลายคลื่นมาประมูลพร้อมกัน ซึ่งกสทช.ยังมีเวลาคิดอีก 2 ปีกว่า


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ