คอลัมน์: ทันโลกทันเหตุการณ์ กับแพทยสภา: ไข้หวัดใหญ่ในเด็ก

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2561 00:00:53 น.
นาวาอากาศเอกหญิง พญ.จุฑารัตน์ เมฆมัลลิกา
กองกุมารเวชกรรม รพ.ภูมิพลอดุลยเดช

โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยในเด็กเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ มี 3 ชนิดที่ก่อ โรคในมนุษย์คือ เอ บี และ ซี ชนิดเอ (H1N1 และ H3N2) และบี (ตระกูลวิคตอเรีย และยามากาตะ) เป็นเชื้อที่พบบ่อย ส่วนชนิดซี พบได้น้อย โรคนี้พบได้ตลอดทั้งปี แต่มักพบบ่อยในช่วงหน้าฝน หรือหน้าหนาว

อาการของไข้หวัดใหญ่ที่สำคัญได้แก่ 1.ไข้อาจมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย 2.ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล 3.ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดหัว และอ่อนเพลีย และ 4.คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย (มักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่) อาการของไข้หวัดใหญ่นี้มีได้หลากหลายตั้งแต่น้อยไปจนถึงมาก ขึ้นกับว่าเคยมีภูมิคุ้มกันหรือได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อนหรือไม่ ส่วนใหญ่มักมีอาการ 2-3 วัน และไม่เกิน 2 สัปดาห์ อาการที่รุนแรงและควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนคือ หายใจเร็ว เจ็บหน้าอก ซึมลง และอาเจียนตลอดเวลา

โรคนี้สามารถแพร่เชื้อได้โดยละอองฝอยจากการไอ หรือจามรดกัน หรือผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น กระดาษทิสชูที่ใช้แล้ว ลูกบิดประตู ของเล่น แก้วน้ำ แล้วนำเข้าตา จมูก หรือ ปากของตัวเอง ผู้ที่ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้หนึ่งวันก่อนเริ่มมีอาการป่วย และแพร่เชื้อได้นาน 3-5 วัน แต่เด็กหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ จะแพร่เชื้อ ได้นานกว่านี้

เด็กที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ ไข้หวัดใหญ่คือ เด็กที่เป็นโรคหอบหืด โรคเรื้อรังต่างๆ ได้แก่ โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน โรคเมตาบอลิค โรคไต และโรคธาลัสซีเมีย โรคทางระบบประสาทที่มีปัญหาด้านการทำงานของปอด โรคภูมิคุ้มกัน บกพร่อง และเด็กที่ได้รับยาแอสไพรินเป็นระยะเวลายาวนาน

วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไข้หวัดใหญ่คือ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะเด็ก และผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจาก โรคไข้หวัดใหญ่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 ชนิดคือ 3 สายพันธุ์ (ชนิดเอ H1N1, H3N2 และชนิดบี 1 สายพันธุ์) และ 4 สายพันธุ์ (ชนิดเอ H1N1, H3N2 และชนิดบี 2 สายพันธุ์ คือ ตระกูลวิคตอเรีย และ ยามากาตะ) วัคซีนไข้หวัดใหญ่นี้มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ทุกๆ ปี เนื่องจากไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมวัคซีนใหม่นี้จะถูกเตรียมเพื่อให้เหมาะสมกับเชื้อที่คาดว่าจะระบาดในฤดูกาลของไข้หวัดใหญ่ที่จะมาถึงในทุกๆปี วัคซีนมีความปลอดภัยสูง อาจมีอาการปวดบวมบริเวณที่ฉีดบ้าง ซึ่งมักหายได้เอง การฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์นอกจากป้องกันตนเองแล้วสามารถป้องกันลูกในครรภ์หลังคลอดในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิตซึ่งยังไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ อีกด้วย สำหรับเด็กที่อายุน้อยกว่า 9 ปี หากเป็นการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ครั้งแรก ต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือนเ หลังจากนั้น ฉีดปีละ 1 ครั้ง

นอกจากนี้ การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไข้หวัดใหญ่ สามารถทำได้โดยดูแลอนามัยส่วนตนให้ดี โดยปิดปากปิดจมูกเมื่อมี การไอ หรือจาม แล้วทิ้งกระดาษทิสชูลงในถังขยะ ล้างมือให้สะอาดหลังไอหรือจาม สามารถใช้เจลล้างมือที่ผสมแอลกอฮอล์ได้ ควรอยู่กับบ้านจนกว่าอาการจะหายดี อย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังจากไข้ลง ไม่ควรให้เด็กที่ไม่สบายไปโรงเรียนหรือไปทำกิจกรรมนอกบ้าน

การวินิจฉัย สามารถให้การวินิจฉัยเบื้องต้นโดยอาศัยอาการทางคลินิกข้างต้น แต่บางครั้งหากจำเป็นต้องการการตรวจยืนยันการวินิจฉัยที่แน่นอนอาจจำเป็นต้องตรวจน้ำมูกหรือเสมหะ ซึ่งไม่ได้ ทำเป็น routine แต่มักจะตรวจเมื่อผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือมีความเสี่ยง ต่อภาวะแทรกซ้อน

การรักษา โดยการให้พักผ่อนอยู่กับบ้าน กินยาแก้ปวดลดไข้ ห้ามมิให้เด็กกินยาแอสไพรินเมื่อสงสัยว่าจะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อกลุ่มอาการไรน์ (Reye syndrome) ที่มีอาการตับวายและความผิดปกติของสมอง แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ คือ ยาโอเซลทามิเวียร์ ในผู้ป่วยที่มีความรุนแรง และมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน หากมี อาการรุนแรงมาก เช่น ปอดอักเสบ ขาดสารน้ำ หรือ ซึมลงต้อง ได้รับการรักษาใน รพ.อย่างรีบด่วน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง