คอลัมน์: รายงานพิเศษ: อุทกภัยภาคใต้...บรรเทาได้ด้วยพระบารมี

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- ศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2561 00:00:57 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 มีพระราชกระแส ให้ติดตาม ขับเคลื่อนและเร่งรัด รวมทั้งแก้ปัญหาอุปสรรค การดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ให้ครบถ้วนสมบูรณ์เกิดประโยชน์สูงสุดกับราษฎร และเพื่อให้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสำเร็จตามวัตถุประสงค์ รวมทั้งนำศาสตร์พระราชามาใช้บริหารจัดการน้ำของประเทศ

ภาคใต้ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรที่มีทะเลขนาบอยู่ 2 ด้านประกอบกับภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อนจึงมีฝนตกตลอดปี ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมเกือบทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ

ปีนี้เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากหลายพื้นที่ทำให้ทรัพย์สินของประชาชนเสียหายจำนวนมาก เกิดขึ้นซ้ำซากเกือบทุกปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้หลายโครงการ บางโครงการดำเนินการเสร็จระยะแรกเรียบร้อยแล้ว ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนโครงการบรรเทาอุทกภัยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่กรมชลประทานกำลังดำเนินการขับเคลื่อน และเร่งรัดก่อสร้างในขณะนี้ ที่สำคัญๆ อาทิ

โครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการนี้เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยราษฎร จ.เพชรบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปี 2546 และเกิดขึ้นเป็นประจำเกือบทุกปี จึงมีพระราชดำริให้พิจารณาการระบายน้ำให้เป็นระบบโดยใช้คลองส่งน้ำช่วยระบายน้ำด้วยเมื่อน้ำหลาก และให้ทำแผนผังการระบายน้ำขยายคลองธรรมชาติ คลองระบายให้ระบายน้ำออกทะเลได้เร็วและมีประสิทธิภาพ

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า กรมชลประทานน้อมนำพระราชดำริดังกล่าวมาดำเนินการศึกษาได้ผลสรุปว่า โครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างฯ จะประกอบด้วยงานสำคัญๆได้แก่ การขุดขยายคลองระบายน้ำ สาย D1 เชื่อมแม่น้ำเพชรบุรีเพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเล ก่อนจะผ่านเขื่อนเพชรบุรี โดยก่อสร้างเป็นคลองคอนกรีตกำแพงตั้ง ความยาว 20 กิโลเมตร สามารถตัดยอดน้ำออกสู่อ่าวไทยได้ 550 ลบ.ม./วินาที พร้อมทั้งปรับปรุงคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา 3 ของเขื่อนเพชร (RMC3) และคลองส่งน้ำฝั่งขวา ระบายน้ำสาย 3 (1R-RMC3) โดยก่อสร้างเป็นคลองคอนกรีตกำแพงตั้งความยาว 8 กิโลเมตร เชื่อมไปยังคลองระบายน้ำสายD9ที่เป็นคลองดิน ความยาว 19 กิโลเมตร สามารถระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยได้ 100 ลบ.ม./วินาที ใช้งบประมาณ 8,500 ล้านบาท

"ในอนาคตกรมชลประทานยังวางแผนดำเนินโครงการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำห้วยสาลิกา และอ่างเก็บน้ำแม่ประจันต์ตอนล่าง เพื่อตัดยอดน้ำหลากในลุ่มน้ำแม่ประจันต์ ซึ่งนอกจากจะลดปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำเพชรบุรีได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ด้วย" อธิบดีกรมชลประทานกล่าว

โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอบางสะพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมชลประทานนำผลการศึกษาเมื่อปี 2555 มาดำเนินการสำรวจ ออกแบบ เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 2 แห่งคือ อ่างเก็บน้ำไทรทองความจุ 13.36 ล้าน ลบ.ม. จะเริ่มก่อสร้างปี 2562 และอ่างเก็บน้ำคลองลอยตอนล่างความจุ 17.46 ล้าน ลบ.ม. จะเริ่มก่อสร้างปี 2564 เพื่อตัดยอดน้ำในลำน้ำสาขาก่อนไหลลงคลองบางสะพาน พร้อมทั้งขุดขยายคลองเดิมคือ คลองบางสะพาน คลองแม่รำพึง และคลองปัตตามัง-เขาม้าร้อง รวมทั้งก่อสร้างคลองผันน้ำสายใหม่อีก 3 สาย เพื่อรองรับการระบายน้ำให้ได้มากกว่า 1,000 ลบ.ม./วินาที

สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินโครงการนั้น อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า อยู่ระหว่างขุดลอก ขยายคลองเดิมให้ระบายน้ำได้ 525 ลบ.ม./วินาที พร้อมก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ 3 แห่ง ส่วนคลองผันน้ำสายใหม่อยู่ระหว่างการจ่ายค่าชดเชยที่ดิน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ปี 2563 ทั้งนี้ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการจะระบายน้ำได้ 1,025 ลบ.ม./ วินาที ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในอ.บางสะพานที่เกิดขึ้นเป็นประจำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักจากเดิมได้อีกประมาณ 30.82 ล้าน ลบ.ม. ใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในพื้นที่ได้อย่างพอเพียง

โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราช ดำริเกี่ยวกับการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ในเขตจังหวัดภาคใต้ ดังความตอนหนึ่งว่า

"เนื่องจากน้ำจำนวนมากจากคลองท่าดีมักจะรวมกับน้ำหลากจากคลองเสาธง ซึ่งมีพื้นที่ลุ่มน้ำอยู่เคียงข้าง เมื่อไหลบ่าลงสู่ทะเลพร้อมๆ กัน จะทำให้เกิดน้ำท่วมตัวจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างรุนแรง ดังเช่นอุทกภัยที่เกิดกับตัวเมืองเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2531 ที่ผ่านมา สมควรพิจารณาขุดลอกลำน้ำที่ผ่านตัวเมืองให้ลึกพร้อมกับขยายลำน้ำเหล่านั้นให้มีความกว้างมากขึ้น รวมทั้งการพิจารณาขุดทางระบายน้ำใหม่เพิ่มอีกตามความเหมาะสม ก็จะช่วยระบายน้ำที่ไหลลงมายังตัวเมืองให้ผ่านลงสู่อ่าวไทยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น"

นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวประกอบด้วยงานสำคัญคือ ขุดคลองระบายน้ำสายใหม่ 3 สายระบายน้ำได้ 650-750 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อวินาที พร้อมกับปรับคลองวังวัว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำเป็น 850 ลบ.ม.ต่อวินาที และปรังปรุงคลองหัวตรุดให้ระบายน้ำได้ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที เมื่อแล้วเสร็จจะบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองนครศรีธรรมราชและลดพื้นที่น้ำท่วมได้ประมาณร้อยละ 90 ครอบคลุม 12 ตำบล มีประชาชนได้รับประโยชน์ 32,253 ครัวเรือน และยังกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ประมาณ 5.5 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 17,400 ไร่

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ กรมศึกษาวางโครงการและการสำรวจ-ออกแบบแล้วเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ ซึ่งรัฐบาลเร่งดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี (ปี 2561-2563) ตามมติคณะรัฐมนตรี วงเงินงบประมาณโครงการทั้งสิ้น 9,580 ล้านบาท

โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพรตามแนวพระราชดำริ (คลองผันน้ำคลองชุมพร) หลังกรมชลประทานดำเนินโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร ตามพระราชดำริ (ลุ่มน้ำคลองท่าตะเภา) และโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริแล้ว ขณะนี้กรมกำลังทำโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพรฯ ซึ่งเป็นการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองชุมพรเต็มรูปแบบและยั่งยืน รวมทั้งมีระบบส่งน้ำ ระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง

นายศุภชัย วรรณะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชุมพร กรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพรฯ (คลองผันน้ำคลองชุมพร) ประกอบด้วยงานสำคัญคือ งานขุดลอกขยายคลองต่างๆ พร้อมอาคารประกอบ เพื่อให้รับน้ำได้มากขึ้น แม้งานค่อนข้างล่าช้ากว่าแผนเนื่องจากติดปัญหาที่ดิน แต่ขณะนี้ออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนแล้ว ซึ่งกรมจะเร่งดำเนินการให้ได้ตามแผน เมื่อแล้วเสร็จผลประโยชน์ที่ชาวชุมพรจะได้รับ นอกจากบรรเทาอุทกภัยในเมืองชุมพรและพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 37,500 ไร่แล้ว ยังแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภคช่วงฤดูแล้งด้วย คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2564

บรรยายใต้ภาพ
ทองเปลว กองจันทร์
ประพิศ จันทร์มา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง