ข่าวอินโฟเควสท์
15:18 ที่ประชุม G7 เล็งถกหาแนวทางป้องกันผลกระทบเศรษฐกิจโลก ขณะสงครามการค้าส่อแววปะทุอีกระลอก   ที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเ…
14:06 ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้ประท้วง 29 คน หลังก่อเหตุบานปลายจนต้องใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมอีกครั้ง   เจ้าหน้าที่ตำรวจของฮ่องกงได้จับกุมตัวผู้ประท้วงเก…
11:57 บริษัทอสังหาฯในตลาดหุ้นจีนมีกำไรเพิ่มขึ้นใน H1/62   บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีนมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงครึ…
10:48 เกาหลีใต้เปิดฉากซ้อมรบทางทะเล หลังยกเลิกข้อตกลงแชร์ข้อมูลข่าวกรองทางทหารกับญี่ปุ่น   กองทัพเกาหลีใต้เริ่มปฏิบัติการซ้อมรบเป็นเวลา 2 วันในทะเลตะ…
09:22 "อาเบะ-ทรัมป์" เตรียมหารือนอกรอบการประชุม G7 ที่ฝรั่งเศส   แหล่งข่าวจากรัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาลสหรัฐระบุว่า นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แล…

ผ่าประเด็นร้อน: รัฐบาลลุงตู่เทงบประมาณช่วยคนจนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ3หมื่นล้าน

ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2561 00:00:36 น.

การแก้ไขปัญหาคนยากจนของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำมาตั้งแต่ปี 2559 หลังจากนายกรัฐมนตรี ได้ไปเยี่ยมราษฎรแล้วพบว่าคนไทยเป็นจำนวนมากยังยากจนและด้อยโอกาสจำเป็นที่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐจึงได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กับกระทรวงการคลัง ภายใต้การนำของนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว กับพลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรี และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการอยู่

ผลสำรวจปริมาณประชาชนที่ยากจนพบว่าในปี 2559 มีประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนอยู่ 11.4 ล้านคน ยังไม่นับรวมบรรดาผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ ที่อยู่ปริ่มเส้น ไกลจากมือที่รัฐจะเอื้อมไปถึงมีทั้งคนชราและอีกจำนวนหนึ่งเป็นคนพิการซึ่งทั้งหมดไม่มีระบบการจัดเก็บ ข้อมูลที่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ภายใต้นโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงถือกำเนิดขึ้นตามคำมั่นสัญญาที่ว่ารัฐจะทำให้บ้านเมืองนี้ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา

สวัสดิการแห่งรัฐนี้ เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนไทย ในกลุ่มที่ด้อยโอกาสทางสังคมทุกกลุ่มได้รับความช่วยเหลือ อย่างเท่าเทียมกันในทุกๆ ด้าน โดยความประสงค์ของนายกรัฐมนตรีที่ว่าเขาจะไม่เหลือใครสักคนไว้ข้างหลัง ในการนำพาประชาชนคนไทยก้าวพ้นจากกับดักแห่งความยากจน และนำพาทุกคนสู่ความเท่าเทียมกัน ในทุกๆ เรื่องด้วยนโยบายปฏิรูปประเทศไทย

โดยรัฐบาลกำหนดให้วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นวันเริ่มต้นของการให้สวัสดิการแห่งรัฐที่จะมีผลบังคับใช้ เริ่มต้นจากการจ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เปิดให้

ประชาชนผู้มีรายได้น้อยปีละ 30,000- 100,000 บาท และต่ำกว่าเส้นยากจนที่มี กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง, ธนาคารรัฐ, กระทรวงพาณิชย์ และจังหวัดต่างๆ ร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนในการลดค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

รัฐบาลได้กำหนดให้ประชาชนตาม หลักเกณฑ์การขอรับบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐไปลงทะเบียนไว้ในช่วงระหว่างวันที่ 3 เม.ย.จนถึงวันที่ 15 พ.ค. 2560 มีประชาชนที่ผ่านการตรวจสอบ

คุณสมบัติ 11.4 ล้านคน จากที่ลงทะเบียน ทั้งสิ้น 14.1 ล้านคน ส่วนคนที่ถูกตัดสิทธิ์ 2.7 ล้านคน สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ผลการอุทธรณ์ได้ประกาศในวันที่ 24 ต.ค. 2560 ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ www.epayment.go.th และตรวจ รายชื่อได้ที่เว็บไซต์ 3 แห่ง คือ www.epayment.go.th www.mof.go.th และ www.fpo.go.th โดยพิมพ์เลขบัตร ประจำตัวประชาชน 13 หลัก ลงไปในช่อง ที่กำหนดเพื่อให้ระบบแจ้งผลการตรวจสอบ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมี 2 วงเงิน คือ 400 บาท และ 600 บาท ผู้ถือบัตรนี้

จะสามารถไปซื้อสินค้าได้ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ ที่ขายสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาด 15-20% เพื่อ ช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ 17,000 ร้าน โดยเปิดกว้างให้ผู้ผลิตทุกรายเข้าร่วม ทุกรายที่ขอมาไม่ได้ต้องการจะช่วยเจ้าสัวอย่างที่นักการเมืองโจมตีแบบข้างๆ คูๆ ซึ่งทำให้เกิดเงิน หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเดือนละ 3,200 ล้านบาท นอกจากจะช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้มีรายได้น้อย แล้ว ยังจะทำให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น และธุรกิจเติบโตขึ้น

และมีมาตรการช่วยเหลือจากกระทรวงพลังงาน ที่ประกอบไปด้วย การให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับสิทธิ์ใช้ไฟฟ้าฟรีคือกลุ่มคนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน ล่าสุด เมื่อสิ้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้ความช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ รวม 3.26 ล้านราย และการไฟฟ้านครหลวง ให้ความช่วยเหลือ รวม 10,000 ราย รวมทั้งสิ้น 3.27 ล้านราย

การช่วยลดภาระรายจ่าย ค่าก๊าซหุงต้มสำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ร้านอาหารตามสั่งข้างถนน ล่าสุด ผู้มีสิทธิ์รวม 7,955,684 สิทธิ์ แบ่งเป็นครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย 7,569,867 ราย ไปใช้สิทธิ์ 28,310 ราย คิดเป็น 0.37% ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย 385,817 ราย โดยใช้งบประมาณปี 2562 เป็นจำนวน 38,750 ล้านบาท จ่ายเงินสดเป็นของขวัญปีใหม่รายละ 500 บาท 11 ล้านคน ให้ค่าพาหนะไปโรงพยาบาล 1,000 บาทต่อคน ค่าเช่าบ้าน 400 บาทต่อคน ค่าไฟฟ้า

230 บาทต่อครัวเรือน และค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือน

กระทรวงการคลังจะประเมินผลการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันจันทร์ที่ 17 ธ.ค.นี้ เบื้องต้นพบว่าใช้ได้ระดับหนึ่ง แต่ยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เช่น การลงทะเบียน รายบุคคลอาจไม่ตอบโจทย์ 100% เพราะบางครอบครัวมีฐานะดี แต่เมื่อลงทะเบียน รายบุคคล เป็นการตรวจสอบคุณสมบัติ รายบุคคลแล้วจะผ่านคุณสมบัติ เพราะไม่มี รายได้ ไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินจึงมีเหตุการณ์ว่าทำไมมีฐานะดีแล้วยังได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

การลงทะเบียนรอบใหม่ปี 2562 ต้องแก้ปัญหาโดยสิ่งที่ดู คือ ต้องเป็นการลงทะเบียน รายบุคคลและรายครอบครัวด้วย เพื่อจะทำให้เห็นว่า ครอบครัวไหนรายได้ดีหรือไม่ดี หากทำเช่นนี้ก็จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับสิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการ คือ ลงทะเบียนเป็นครอบครัวด้วย GPS Map ในบ้านที่มีรายได้น้อยแต่ก็ยังไม่สมบูรณ์ดี

ผลสำเร็จของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเน้นทั้งให้ผู้ถือบัตรมีรายได้เพิ่มจากปีละ 30,000 บาท และมากกว่า 100,000 บาทต่อปี ซึ่งยังไม่เห็นตัวเลขว่าออกมาอย่างไรแต่ที่ย้ำก็คือผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท ต้องทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น อาจจะยังไม่ถึง 1 แสนบาทต่อปี แต่ต้องทำให้รายได้เพิ่มขึ้น เพราะ 3 หมื่นบาทต่อปี เป็นระดับที่ต่ำกว่าเส้นความยากจน นี่คือโครงการช่วยคนยากจนของรัฐบาลที่ได้ทำอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง