'พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018'คว้ารางวัลโมโตจีพีที่ดีที่สุดของโลก

ข่าวกีฬา หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561 00:00:11 น.

"พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018" ศึกโมโตจีพี ครั้งแรกของไทย กระหึ่มโลกอีกครั้ง "ไออาร์ทีเอ" หรือสมาคมทีมแข่งจักรยานยนต์นานาชาติ เลือกเป็นโมโตจีพีที่ดีที่สุด ด้านนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ขอบคุณทุกฝ่าย ยืนยันปีหน้าจะดียิ่งขึ้นอีก

หลังการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2018 สนาม 15 รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 5-7 ต.ค.ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม จากที่ตลอดสัปดาห์ การแข่งขันนั้นมีผู้เข้าร่วมชมมากที่สุด ในบรรดาสนามทั้ง 19 สนามตลอดฤดูกาล 2018 ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ยังได้รับการโหวตจากสมาคมทีมแข่งรถจักรยานยนต์นานาชาติ หรือไออาร์ทีเอ ให้เป็นสนามแข่งขันที่ดีที่สุดประจำปีด้วยรางวัล "โมโตจีพี กรังด์ปรีซ์ ออฟ เดอะ เยียร์" ทั้งที่เพิ่งเป็นการจัดการแข่งขันในปีแรก ท่ามกลางความคาดหวังมากมาย แต่พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง

ไออาร์ทีเอ ร่วมกับ บริษัท ดอร์น่า สปอร์ต ผู้จัดการแข่งขันพิจารณามอบรางรางวัลนี้ให้ "พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์" จากปรากฏการณ์ที่บรรดาแฟนๆ ต่างให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ตั้งแต่ที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตไทยแห่ร่วมชมการทดสอบสนามครั้งแรกของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และการที่สื่อมวลชนนับร้อยเข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์การแข่งขันโดย มาร์ค มาร์เกวซ ที่ กทม.

อีกทั้งการแข่งขันที่บุรีรัมย์ยังเป็นสนามที่มีผู้เข้าชมการแข่งขันมากที่สุดในฤดูกาลแข่งขันนี้ โดยมีผู้ชมกว่า 220,000 คนร่วมชมการแข่งขัน ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ตลอดระยะ เวลา 3 วัน ผู้ชมต่างมีโอกาสได้เพลิดเพลินกับการแข่งขันในแบบฉบับ ของโมโตจีพี

ได้ชมไฮไลท์ที่ มาร์ค มาร์เกวซ ขับเคี่ยวกับ อันเดรีย โดวิซิโอโซ่ อย่างสูสีจนถึงโค้งสุดท้ายก่อนจะยกล้อเข้าเส้นชัยอย่างฉิวเฉียด จารึกชื่อเป็นผู้คว้าแชมป์การแข่งขันโมโตจีพีคนแรกบนแผ่นดินไทย เป็นฉากจบการแข่งขันที่น่าประทับใจ จนได้เป็นโมโตจีพีที่ดีที่สุดประจำปีนี้

รางวัลดังกล่าวยังรวมถึงการจัดการอย่างยอดเยี่ยมตลอดจนบรรยากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในกิจกรรม อันเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ในการรักษาตำแหน่งอันทรงคุณค่าต่อไปในฤดูกาล 2019

นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวด้วยความยินดีว่า "ในฐานะตัวแทนของประชาชนชาวบุรีรัมย์และชาวไทยทั้งประเทศ รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจเป็นอย่างมาก ที่การแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ได้รับรางวัล โมโต จีพี กรังด์ปรีซ์ ออฟ เดอะ เยียร์ ปี 2018 นี้ และต้องขอขอบคุณ คณะกรรมการทุกท่านที่ให้เกียรติมอบรางวัลนี้ให้แก่เรา

รวมถึงต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้แสดงศักยภาพของชาวไทยไปสู่สายตาของชาวโลก ภายในงานยังประกอบไปด้วยเอกลักษณ์ไทยหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่า

จะเป็นการนำรถอีแต๋นมาทำเป็นรถรับ-ส่งภายในสนาม ตลอดจนกิจกรรมมวยไทย เอ็กซ์โป ที่รวบรวมเอาศิลปะการต่อสู้ของชาวไทยมาจัดการแข่งขันให้ได้ชมกันสดๆ ติดขอบเวที รวมทั้งการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมวยไทยท้ายที่สุดนี้ ผมต้องถือโอกาสนี้กล่าวขอบคุณเพื่อนที่ดีของเรา ดอร์น่า สปอร์ต ที่เล็งเห็นและมอบโอกาสให้กับเราในการเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการแข่งขันจักรยานยนต์รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ด้าน เฮิร์ฟ พอนเชอรัล ประธานสมาคมทีมแข่งจักรยานยนต์นานาชาติ หรือ ไออาร์ทีเอ กล่าวว่า "เราต่างตื่นเต้นและแทบจะอดทนรอไม่ไหวสำหรับการได้สัมผัสประสบการณ์เป็นครั้งแรกกับ พีทีที ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ และในท้ายที่สุดเราสามารถยืนยันได้ว่าการแข่งขันนี้เป็นการแข่งขันที่ดีที่สุดประจำฤดูกาลนี้ในหลายๆ แง่มุม ทุกๆ อย่าง ดำเนินไปอย่างราบรื่น คณะผู้จัดงาน ก็ยอดเยี่ยมมาก ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

ในการวางตำแหน่งของลานกิจกรรมใกล้กับบริเวณแพ็ดด็อกก็ส่งเสริมให้เกิดโอกาสทางธุรกิจของเราอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของผู้ลงทุน ผู้สนับสนุน ทีม ตลอดจนนักแข่ง ต้องถือว่าการแข่งขั้นครั้งแรกในประเทศไทยนี้ ประเทศที่มีความสำคัญกับโมโตจีพี สามารถสร้างสรรค์งานออกมาได้ดีถึงเพียงนี้เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบให้กับสนามอื่นๆ ที่จะทำตามเพื่อให้ได้รับรางวัลนี้ ในมุมมองของผม มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างสรรค์งานให้ออกมาดีกว่านี้อีกแล้ว"

ส่วน คาร์เมโล่ เอสเปเลต้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิและจัดการแข่งขันโมโต จีพี กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก และขอต้อนรับบุรีรัมย์เข้าสู่ปฏิทินของ โมโตจีพีอย่างเป็นทางการ และรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็น พีทีที ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ ได้รับรางวัลอันทรงเกรียรตินี้พีทีที ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ เป็นแนวทางที่สมบูรณ์แบบให้กับงานที่จะเกิดขึ้นต่อไป ในอนาคต ผมแทบจะทนรอไม่ไหวที่จะกลับไปที่บุรีรัมย์

บรรยายใต้ภาพ

มาร์ค มาร์เกวซ นักแข่งรถจักรยานยนต์ชาวสเปน จากเรปโซฮอนด้า คว้าแชมป์พีทีทีไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์ ด้วยเวลา 39 นาที 55.722 วินาที รองแชมป์ คือ อันเดรีย โตวิซิโอโซ นักบิดอิตาลี จากทีมดูคาติ และอันดับ 3 มาร์เวอริค บีญาเลส นักบิดสเปน จากทีมโมวิสต้ายามาฮ่ามอเตอร์จีพี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง