ภูมิบ้านภูมิเมือง: 'สัมโบรไพรกุก' ภูมินครโบราณอิศานปุระ

ข่าวทั่วไป 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โดย : พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ Paladisai@siamrecorder.com บรรยายใต้ภาพ สองรัฐมนตรีวัฒนธรรมไทย-กัมพูชา ภาพประติมากรรมที่เหลืออยู่ ประติมากรรมรอบปราสาท ปราสาทสัมโบรไพรกุก นครสัมโบรไพรกุก ภาพศิลปะอิทธิพลอินเดีย รมว.วัฒนธรรมและคณะจากไทย ประชุมความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมไทย-กัมพูชา กำปงธม ต้อนรับ รมว.วัฒนธรรมของไทย นครสัมโบรไพรกุก ปราสาทสัมโบรไพรกุก

ความสัมพันธไมตรีด้านศิลปวัฒนธรรม และศาสนาระหว่างไทยกับกัมพูชา โดย นายวีระ โรจนพจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกับ นางเพรือง ซะโกะนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์นั้น ได้ทำให้การสานต่อกิจกรรมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมต่อกันและร่วมมือกันจัดพิธีสวดมนต์ข้ามปีในโอกาสเปลี่ยนศักราช วันขึ้นปีใหม่แล้ว ยังได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในแหล่งโบราณคดีสำคัญของสองประเทศด้วย ปัจจุบันประเทศกัมพูชานั้นมีจำนวนนักท่องเที่ยว พากันเดินทางมาเที่ยวกัมพูชามากกว่า ๕ ล้าน ทุกปี สิ่งที่ดึงดูดความสนใจส่วนใหญ่คือความมหัศจรรย์ของปราสาทหินทั้งในกัมพูชาและไทย ในโอกาสนี้การเดินทางชมปราสาทสัมโบรไพรกุกที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากนั้นจึงเป็นที่สนใจ ด้วยยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อ พ.ศ.๒๕๖๐ ทำให้กัมพูชามีแหล่งมรดกโลก ๓ แห่ง คือ นครวัดในจังหวัดเสียมเรียบ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีพ.ศ.๒๕๔๗ และเขาพระวิหาร ในปีพ.ศ.๒๕๕๑ กลุ่มปราสาทสัมโบรไพรกุก ตั้งอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญไปทางเหนือพื้นที่ป่าอันสงบเงียบตั้งอยู่ในจังหวัดกำปงธม ประเทศกัมพูชา เดินทางไปทางเหนือของกรุงพนมเปญ ประมาณ ๑๙๓ กม. แหล่งโบราณคดีแห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญที่สุดของก่อนยุคอังกอร์เรียน เป็นกลุ่มที่มีปราสาทหลายแห่ง ตั้งอยู่ โดยสถาปัตยกรรมของปราสาทเหล่านี้ นับเป็นสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คำว่าสัมโบรไพรกุก (Sambor Prei Kuk) ในภาษาเขมรแปลว่า "วัดในป่าที่อุดมสมบูรณ์" ที่กลุ่มปราสาทนั้นยังปรากฏร่องรอยของเมืองหลวง รวมถึงใจกลางเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบ และปราสาทที่เป็นศาสนสถานสำคัญหลายแห่งที่สร้างขึ้นจากหินทราย มีทับหลัง หน้าบัน ซึ่งทับหลัง เป็นชิ้นส่วนของสถาปัตยกรรมที่พบในศิลปะเขมร โดยจะติดตั้งอยู่บนกรอบประตูทางเข้าเสมอทับหลังในภาพ เป็นรูปแบบของทับหลังในศิลปะไพรกเมงที่จะคลี่คลายไปสู่แบบศิลปะกำพงพระ โดยมีการทำเส้นวงโค้งเป็นเส้นตรงเพียงเส้นเดียว กลางทับหลัง และปรากฏเหรียญ อยู่กลางเส้นวงโค้ง ตามรูปแบบของศิลปะไพรกเมง แต่อย่างไรก็ตามตัวเหรียญได้ปรับเปลี่ยนเป็นลักษณะของลายใบไม้ซึ่งเหมือนกับปลายของทับหลังทั้งสองด้านปรากฏเป็นลายใบไม้ขนาดใหญ่ซึ่งต่อมา ลายใบไม้ดังกล่าวจะเป็นที่นิยมในศิลปะกำพงพระ-สร้างขึ้น ในสมัยพระเจ้าอิศานวรมันแห่งอาณาจักรเจนละ ภายหลังจากที่พระองค์ได้ยกทัพยึดฟูนันได้สำเร็จ ทรงโปรด ให้ย้ายเมืองหลวงมายังเมืองสัมโบรไพรกุก ซึ่ง บางส่วนยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนถือว่าเป็น "ผลงาน ชิ้นเอกที่แท้จริง"

กลุ่มปราสาทสัมโบรไพรกุกนั้นตั้งอยู่บนพื้นที่ ขนาด ๒๕ ตารางกิโลเมตร ยูเนสโกระบุว่า พื้นที่นี้ ถูกเรียกว่า อิศานปุระ (Ishanapura) ซึ่งเคยเป็น เมืองหลวงของอาณาจักรโบราณเจนละ (Chenla) ในวัฒนธรรมขอม ในช่วงปลายศตวรรษที่ ๖-๗ ก่อนหน้า จักรวรรดิขอมจะเข้ามาแทนที่ กระทรวงศิลปะและวัฒนธรรมของกัมพูชาได้แถลงการณ์ว่า "การตัดสินใจ ของคณะกรรมการยูเนสโกครั้งนี้คือความ ภาคภูมิใจครั้งใหญ่ของประเทศ" โดยการขึ้นทะเบียน มรดกโลกของสัมโบรไพรกุกนั้นได้ทำให้นักท่องเที่ยวไปยัง สถานที่แห่งนี้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาได้เพิ่ม งบประมาณในการดูแลรักษาสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี

แหล่งโบราณคดีสมโบรไพรกุก (Sambor Prei Kuk) นั้นสันนิษฐานว่าเคยเป็นนครอิศานปุระ เมืองหลวงแห่งอาณาจักรเจนละ (Chenla Empire) ที่เจริญรุ่งเรืองอยู่ในช่วงปลายศตวรรษที่ ๖ จนถึง ต้นศตวรรษที่ ๗ อิศานปุระ เมืองหลวงของอาณาจักรเจนละ ที่เจริญรุ่งเรืองในปลายศตวรรษที่ ๖ ต่อเนื่องถึงต้นศตวรรษที่ ๗ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้า อิศานวรมันที่ ๑ กษัตริย์แห่งอาณาจักรเจนละ จากการสำรวจพบร่องรอยของเมืองแห่งนี้ ประกอบด้วยจุดศูนย์กลางที่มีกำแพงล้อมรอบ รวมถึง วัดวาอารามจำนวนมาก ซึ่งลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรม แบบสมโบรไพรกุกคือ การใช้หินทรายในการ ตกแต่งส่วนต่างๆ อาทิ ขื่อประตู หน้าจั่ว และเสาค้ำ สถาปัตยกรรมดังกล่าวนั้นถือเป็นต้นแบบของ สิ่งปลูกสร้างยุคพระนคร (Angkor period) ในช่วงเวลาต่อมา ซึ่งพัฒนาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของศิลปะเขมรที่ทำให้สองประเทศต่างได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ