หงส์พังนัดแรก!พูลยังเชื่อยึดแชมป์

ข่าวกีฬา หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 5 มกราคม 2562 00:00:10 น.
'คล็อปป์'โอดไร้โชคแต่ยังนำ4แต้ม'เป๊ป'ฮึด!สั่งลูกทีมเล่นประดุจนัดชิงผีเฝ้ารังรอกินหมูประเดิมศึกเอฟเอคัพ

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จ่าฝูงฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต้องลิ้มรสความพ่ายแพ้นัดแรกในลีกของฤดูกาล 2018-19 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากบุกไปทำศึกบิ๊กแมทช์ให้กับ "เรือใบ สีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ท่ามกลางแฟนบอล 54,511 คน เมื่อคืน วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

เกมนี้ ลิเวอร์พูล เกือบขึ้นนำในนาทีที่ 18 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำชิ่งกับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ก่อนจะเปิดบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ ทะลุเข้าไปซัดด้วยขวา บอลพุ่งไปชนเสาบอลไปชนเสากระเด้งออกมา จอห์น สโตนส์ กลับตัวเตะสกัดไปอัด เอแดร์ซอน โมราเอส นายประตูพวกเดียวกันเอง บอลกระเด้งกำลังจะเข้าเสียบตาข่าย แต่ สโตนส์ ทิ้งตัวหวดสกัดบอลออกจากเส้นประตูอย่างหวุดหวิด

จากนั้นนาทีที่ 40 แมนฯซิตี้ ได้ประตูนำจาก แบร์นาร์โด้ ซิลวา จ่ายไปให้กับ เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ ทางด้านซ้าย ก่อนยิง ยัดไส้เข้าเสาแรกตุงตาข่าย แต่ ลิเวอร์พูล ตาม ตีเสมอได้ในนาทีที่ 64 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์- อาร์โนลด์ แบ๊กขวา เปิดบอลโด่งด้วยซ้ายไป เสาสอง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายที่เติม ขึ้นมา กระโดดแปบอลย้อนศรกลับมาเข้าทาง ฟีร์มีโน่ โหม่งโล่งๆ ตุงตาข่าย อย่างไรก็ตาม ซิตี้ มาได้ประตูชัยในนาทีที่ 72 ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายบอลทะลุช่องไปให้ เลรอย ซาเน่ กระชากเข้าไปซ้ายด้วยซ้ายชนโคนเสาเข้าไป ทำให้ แมนฯ ซิตี้ กำชัย 2-1 ตามติด ลิเวอร์พูล เหลือ 4 คะแนน ประตูได้เสียเท่ากันที่ +39 ขณะที่ "หงส์แดง" ยุติสถิติไร้พ่ายเกมลีกเอาไว้ที่ 20 นัด

จากความพ่ายแพ้ของ ลิเวอร์พูล ทำให้พวกเขาเป็นทีมที่ออกสตาร์ทไร้พ่ายนานสุดอันดับ 4 ในยุคพรีเมียร์ลีก โดยอันดับ 1 คือ อาร์เซนอล 38 นัด ยุคไร้พ่าย ปี 2003-04, อันดับ 2 แมนฯยูไนเต็ด 24 นัด ปี 2010-11 และอันดับ 3 แมนฯซิตี้ 22 นัด ปี 2017-18 นอกจากนี้ "หงส์แดง" ชวดทำสถิติออกสตาร์ทดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ที่ทำไว้ 29 นัด เมื่อปี 1987-88

ภายหลังเกม เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหงส์แดง เปิดเผยว่า เสียดายโอกาสที่ควรได้ประตูขึ้นนำก่อน แต่ไร้โชคที่โดนสกัดจากเส้นประตู รวมถึงจังหวะที่ แวงซองต์ ก็องปานี ที่พุ่งเสียบ ซาลาห์ แบบหงายปุ่มขนาดนั้น ก็ควรโดนใบแดงไล่ออก อย่างไรก็ตาม เกมจบไปแล้ว ตัวผมก็ภูมิใจอย่างมาก กับการเล่นอย่างกล้าหาญของลูกทีม ซึ่งการพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เป็นเพียงแค่สิ่งหนึ่ง ที่ทุกคนต้องเจอ และก็ต้องตื่นขึ้นมาเพื่อสู้กันต่อไป

ทั้งนี้จังหวะที่ สโตนส์ สกัดบอลออกจากเส้นนั้น ลูกบอลได้เข้าไปแล้วเกือบเต็มใบ แต่ไม่เป็นประตูตามกฎ เนื่องจากไม่เข้าไป ทั้งใบ และมีการเปิดเผยว่า บอลเหลือแค่ 11 มิลลิเมตรเท่านั้น ที่ยังไม่ข้ามเส้น

ขณะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯซิตี้ ระบุว่า นี่คือชัยชนะที่สำคัญมากๆ เป็นชัยชนะที่มีเหนือทีมที่ยอดเยี่ยมอย่าง ลิเวอร์พูล เป็นเพราะว่าเราเล่นได้ดีตั้งแต่นาทีแรก ทำให้ลดช่องว่างลงได้สำเร็จ ทำให้ทุกๆ อย่างเปิดกว้างอยู่ เพราะถ้าวันนี้ เราแพ้แล้วล่ะก็ เราก็แทบจะหมดลุ้นแชมป์เลย มันจะเป็นงานที่ยากมาก แต่เราก็มั่นใจมากขึ้น จากนี้เป็นต้นไปทุกนัดเหมือนกับเกมนัดชิงชนะเลิศ

สำหรับบริษัทรับพนันถูกต้องตามกฎหมายของอังกฤษ ยังมั่นใจว่า ลิเวอร์พูล จะเป็นแชมป์โดยยังยึดเต็ง 1 เช่นเดิม แต่เพิ่ม ราคาเป็น 1.8-1 ส่วน แมนฯซิตี้ ลดลงเหลือ 2.2-1 เกมต่อไปในฟุตบอลลีก นัดที่ 22 ลิเวอร์พูล จะบุกไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เวลา 22.00 น. วันเสาร์ที่ 12 มกราคม ส่วน แมนฯซิตี้ จะดวลแข้งกัน วูล์ฟส์ ในถิ่นตัวเอง คืนวันจันทร์ที่ 14 มกราคม เวลา ตี 3

ในส่วนของเกมฟุตบอลอังกฤษ ประจำ สัปดาห์นี้ เป็นศึกเอฟเอ คัพ ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 138 โดยมีทั้งหมด 736 ทีม เข้าร่วมการ แข่งขัน กระทั่งมาถึงรอบ 3 ซึ่งเป็นรอบที่ทีม จากพรีเมียร์ลีก และเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ลงสนาม ซึ่งในรอบ 3 หรือ 64 ทีมสุดท้ายนี้ มีทีมจากนอกลีก หลุดรอดมาได้ทั้งหมด 2 ทีมด้วยกัน คือ บาร์เน็ต จากดิวิชั่น 5 ต้องไปเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และโวคกิ้ง จากดิวิชั่น 6 เป็นทีมอันดับต่ำสุดในปีนี้ พบกับ วัตฟอร์ด

เกมในวันเสาร์นี้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เล่นในบ้านเจองานง่ายพบกับ เรดดิ้ง รองบ๊วยจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ทำให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มีโอกาสประเดิมคุมทัพทำสถิติชนะ 5 เกมรวดอีกด้วย โดยเตะเวลา 22.00 น.

สรุปโปรแกรมทุกคู่คืนวันเสาร์มีดังนี้ แมนฯยูไนเต็ด-เรดดิ้ง (แชมเปี้ยนชิพ), เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ (แชมเปี้ยนชิพ)-ลูตัน ทาวน์ (ลีกวัน), ชรูว์สบิวรี่ ทาวน์ (ลีกวัน)- สโต๊ค(แชมเปี้ยนชิพ), บอร์นมัธ-ไบรท์ตัน, เวสต์แฮม-เบอร์มิงแฮม(แชมเปี้ยนชิพ), เบิร์นลี่ย์-บาร์นสลี่ย์ (ลีกวัน), เวสต์บรอมวิช (แชมเปี้ยนชิพ)-วีแกน (แชมเปี้ยนชิพ), โบลตัน (แชมเปี้ยนชิพ)-วอลซอลล์ (ลีกวัน), จิลลิ่งแฮม(ลีกวัน)-คาร์ดิฟฟ์, เบรนท์ฟอร์ด (แชมเปี้ยนชิพ)-อ็อกซ์ฟอร์ด(ลีกวัน), เอฟเวอร์ตัน-ลินคอล์น (ลีกทู), เชลซี- น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (แชมเปี้ยนชิพ), ดาร์บี้ (แชมเปี้ยนชิพ)-เซาแธมป์ตัน, แอคคริงตัน สแตนลี่ย์ (ลีกวัน)-อิปสวิช (แชมเปี้ยนชิพ), ฟลีตวู้ด ทาวน์ (ลีกวัน)-เอเอฟซี วิมเบิลดัน (ลีกวัน), มิดเดิ้ลสโบรช์ (แชมเปี้ยนชิพ)ปีเตอร์โบโร่ (ลีกวัน), แอสตัน วิลล่า (แชมเปี้ยนชิพ)-สวอนซี (แชมเปี้ยนชิพ), นิวคาสเซิ่ล-แบล็คเบิร์น (แชมเปี้ยนชิพ), พาเลซ-กริมสบี้ ทาวน์ (ลีกทู), บริสตอล ซิตี้ (แชมเปี้ยนชิพ)-ฮัดเดอร์สฟิลด์, แบล็คพูล (ลีกวัน)-อาร์เซนอล และนอริช (แชมเปี้ยนชิพ)- พอร์ทสมัธ (ลีกวัน)

บรรยายใต้ภาพ

ประตูชัย : จังหวะง้างไกสังหารของ เลรอย ซาเน่ ปีกทีมชาติเยอรมนีของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านการป้องกันของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ๊ก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เข้าไปเสียบตาข่าย เป็นประตูชัยให้ แมนฯซิตี้ กำชัย 2-1 ในบิ๊กแมทช์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ลูกสำคัญ : จอห์น สโตนส์ ปราการหลังของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตะสกัดบอลออกจากเส้นประตูในช่วงต้นเกม ในการเจอกับ ลิเวอร์พูล ซึ่งมีการเปิดเผยว่าเหลือแค่ 11 มิลลิเมตร ลูกนี้จะเข้าเต็มใบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง