'ปาบึก'ซัดพื้นที่เกษตร11จว. เสียหายเกือบ2แสนไร่-เร่งเยียวยา

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- จันทร์ที่ 14 มกราคม 2562 00:00:19 น.

นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเปิดเผยว่า จากพายุ โซนร้อน "ปาบึก" กรมส่งเสริมการเกษตรตรวจสอบพบพื้นที่ได้รับผลกระทบข้อมูล ณ วันที่ 9 มกราคม มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ 11 จังหวัดคือ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ตรัง ปัตตานี ชุมพร พัทลุง กระบี่ นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ และยะลา มีเกษตรกรเดือดร้อน 231,282 ราย พื้นที่เสียหาย 192,485 ไร่ แยกเป็น ข้าว 34,567 ไร่ พืชไร่ 3,884 ไร่ พืชสวนและพืชอื่นๆ 154,034 ไร่ โดยมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 6 จังหวัดคือ นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ชุมพร สงขลา และสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบและอยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน สามารถยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) เพื่อรับเงินช่วยเหลือได้ตามชนิดพืชคือ ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ อัตราไร่ละ 1,690 บาท นอกจากนี้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวยังได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 ในอัตราไร่ละ 1,260 บาท โดยเกษตรกรที่ประสงค์ยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัยพิบัติ แจ้งขอรับการ ช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่

สำหรับการฟื้นฟูไม้ผลหลังน้ำลด กรมส่งเสริมการเกษตรขอแนะนำให้เกษตรกรปฏิบัติ ดังนี้ 1) ให้เร่งระบายน้ำออกจากสวน เสริมคันดินให้สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร ทำทางระบายน้ำ เติมอากาศลงในดินด้วยเครื่องจักรหรือนำไม้ไผ่เจาะรูปักไว้โคนต้นไม้เพื่อระบายความร้อนและก๊าซพิษ 2) ปรับปรุงดินหลังน้ำลดโดยการขุดดิน ทราย และตะกอนต่างๆ ออก จากนั้นพรวนดินและใส่ปุ๋ยหมักผสมสารเร่ง ระมัดระวังการนำเครื่องจักร คน สัตว์ เข้าไปในพื้นที่ เพราะอาจทำให้โครงสร้างดินและรากของไม้ผลถูกทำลาย  3) ตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่มหลังน้ำลด หากต้นไม้มีผลติดอยู่ให้ตัดผลออกเพื่อไม่ให้ผลแย่งสารอาหารที่นำไปฟื้นฟูรากและลำต้น หากต้นไม้ผลโค่นล้ม ควรตัดแต่งกิ่งและพยุงต้นให้ตั้งตรง พร้อมทำไม้ค้ำยันไว้รอบด้าน

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย พร้อมศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการอารักขาพืช 2 ศูนย์คือ ศูนย์ฯสงขลาและสุราษฎร์ธานี สนับสนุนเชื้อราไตรโครเดอร์มา 100,000 กิโลกรัม ช่วยป้องกันโรคที่อาจเกิดกับพืชหลังน้ำลด ใส่ลงไปในดินช่วยป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า ซึ่งเชื้อราไตรโครเดอร์มานี้เป็นสารชีวภัณฑ์ที่ปลอดภัย ผลิตง่าย ต้นทุนต่ำทดแทนการใช้สารเคมีได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง