คอลัมน์: สถานีพัฒนาสังคม: บทเรียนจากบอลโลกสู่การพัฒนากลไกป้องกันเด็กและเยาวชน จากการพนันฟุตบอลออนไลน์ในระยะยาว

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562 00:00:13 น.
(ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว)

๔.นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้กล่าวว่า การดำเนินการของ กสทช. ในส่วนวิทยุโทรทัศน์ที่เห็นชัดเจนในช่วงแข่งขันฟุตบอลโลก คือ ไม่มีการเชิญชวนให้ชิงโชค ทายผล แจกรางวัล และการบอกอัตราต่อรอง หากมีเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าว จะสั่งให้ลงโทษหรือถอดรายการนั้นออก ดังนั้น การกำกับสื่อหลัก ได้ผลเป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันประชาชนใช้สื่อออนไลน์กันมากขึ้น ทั้งนี้ กสทช. มีหน้าที่กำกับดูแลการออกใบอนุญาตผู้ประกอบการ ให้บริการเครือข่ายระบบอินเทอร์เนต ส่วนการดูเนื้อหาของ อินเทอร์เนตที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นหน้าที่ของหน่วยงาน ที่มีหน้าที่ตรวจสอบติดตามเนื้อหาอินเทอร์เน็ตที่ไม่ถูกต้อง และในส่วนของ กสทช. สามารถดำเนินการได้กรณีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตรู้เห็นเป็นใจให้มีการ กระทำความผิดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนข้อมูลเนื้อหา อินเทอร์เน็ตที่วิ่งผ่านเส้นทางของโทรคมนาคมในแต่ละวินาทีมีข้อมูลมากมายมหาศาล จึงไม่สามารถที่จะตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดได้ ดังนั้น ปัญหาของประเทศไทย คือ ปัญหาเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต (Internet Content) และยังไม่มีหน่วยงานที่ จัดการเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจะดำเนินการกับเนื้อหาที่ผิดตามกฎหมายเท่านั้น ส่วนเนื้อหาที่ยังไม่ชัดเจนว่าผิดไม่สามารถจัดการได้ และเนื้อหาในเชิงสร้างสรรค์ก็ไม่ได้ถูกส่งเสริม

กรณีที่รัฐหลายรัฐยอมจำนนต่อการพนันกีฬาออนไลน์นั้น ไม่ได้เป็นการจำนนต่อการพนัน แต่จำนนต่อระบบ จำนนต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบดิจิทัล (Digital Transformation) ที่ทำให้การพนันเข้าสู่ระบบ เมื่อการพนันเข้าสู่ออนไลน์จะเกิดปัญหาการควบคุมเพราะเทคโนโลยีไม่มีพรมแดน ทั้งนี้ กสทช. ได้เข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุมบ่อนการพนันชายแดน ซึ่งข้ามฝั่งไปอยู่นอกเขตอำนาจไทยแต่ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตของไทยโดยใช้เสาสัญญาณเถื่อนรับสัญญาณจากฝั่งไทย กสทช.ได้ร่วมเข้าไปถอดระบบอินเทอร์เน็ตบริเวณดังกล่าวออกก็สามารถตัดสัญญาณได้ อย่างไรก็ตาม หากชายแดนไทยดังกล่าวมีระบบอินเทอร์เน็ตที่เจริญก้าวหน้ามากขึ้น บ่อนพนันก็สามารถตั้งอยู่ที่ไหนก็ได้โดยเฉพาะในประเทศ ที่การพนันถูกกฎหมายซึ่งกฎหมายไทยก็จะก้าวล่วงไปด้วยไม่ได้ โดยมาตรการของไทยจะทำได้เพียงการปิดเว็บไซต์ และเว็บไซต์พนันก็จะไปเปิดใหม่ได้ ซึ่งต่างจากกรณีประเทศสหรัฐอเมริกาที่สามารถปิดเว็บไซต์ด้วยการยึดโดเมน เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่เป็นองค์กรจดทะเบียนโดเมนของโลก

เมื่อกล่าวถึงเรื่องการพนันออนไลน์ ควรแยกออกเป็น ๒ ส่วน คือ (๑) หน้าเว็บไซต์ซึ่งเป็นเพียงช่องทาง เมื่อถูกปิดก็สามารถเปิดใหม่ได้ (๒) บ่อนพนันหรือเจ้ามือพนัน ซึ่งการสามารถจับกุมได้ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ทั้งนี้ ข้อมูลจากการจับกุมและยึดเครื่องแม่ข่ายหรือเซิร์ฟเวอร์ (Server) ของบ่อนการพนันมีข้อมูล ๒ ส่วนที่สำคัญ ที่ควรนำมาวิเคราะห์เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ ได้แก่ (๑) ข้อมูลของผู้เล่นและการเล่นและ (๒) ข้อมูลการไหลเวียนของเงินในการเล่นพนันออนไลน์ ทั้งนี้ เว็บการพนันจะนำพฤติกรรมต่างๆ ของผู้ใช้ไปวิเคราะห์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด ดังนั้น หากนำข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ที่ได้จากการจับกุมบ่อนการพนัน มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลย้อนกลับไปเพื่อวางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันออนไลน์ได้เช่นเดียวกัน

ประเด็นเรื่องการออกกฎหมาย จะเขียนอย่างไรเพื่อ รองรับปัญหาที่สำคัญ คือ ปัญหาของกระบวนการบูรณาการ ทำงานของหน่วยงานให้ครบถ้วนทั้งระบบ กลไกรองรับกฎหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพิจารณาด้วย กรณีที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันรณรงค์และดำเนินการในช่วงบอลโลกที่ผ่านมานั้น สามารถสร้างเป็นสื่อสาธารณะเพื่อไปกระตุ้นเตือนต่อสังคมให้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยประเด็น ที่น่าห่วงใย คือ นักเล่นหน้าใหม่ ด้วยวิธีการการสร้างสิ่งที่เรียกว่าการพนันฟุตบอลเป็น เรื่องปกติ เมื่อดูฟุตบอลโลกต้องเล่นพนันและเห็นเป็นเรื่อง เล็กน้อย เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดนักพนันหน้าใหม่ จึงควรมีการรณรงค์ให้เกิดความต่อเนื่องต่อจากการแข่งขันบอลโลก ที่ผ่านมา และต้องมีมาตรการที่จะจำกัดหรือทำให้การพนันฟุตบอล หายไปให้ได้ ทั้งนี้ เห็นด้วยว่าควรมีกฎหมายเกี่ยวกับพนันออนไลน์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนต้องมีมาตรการต่างไปจากเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม เนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต (Internet Content) เป็นเรื่องเสรีหากไปจำกัดเป็นการทั่วไปอาจจะเกิดปัญหาสิทธิการใช้อินเทอร์เน็ต ของคนทั่วไป จึงควรกำหนดมาตรการเฉพาะประเด็นที่มีความเสียหายต่อประเทศ เสียหายต่อเด็กและเยาวชน ซึ่งเชื่อว่าทุกคนในสังคมเห็นด้วยว่าจะต้องทำให้เกิดขึ้น นอกจากนี้ การออกแบบมาตรการการพนันออนไลน์ควรกำหนดในกฎหมายให้ได้ว่าจะจัดระบบข้อมูลทางออนไลน์และการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวกับพนันออนไลน์อย่างไร ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ และควรเป็นมาตรการเฉพาะกับปัญหาที่มีจริงๆ เท่านั้น ไม่ควรกำหนดเป็นการทั่วไป

๕.นางสาววาสนา เก้านพรัตน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ได้กล่าวว่า ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ คุ้มครองเด็กแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔ โดยมีวิสัยทัศน์ว่า "เด็กทุกคนอยู่ดี มีสุข ปลอดภัย ในครอบครัว ชุมชน และสังคมแวดล้อมที่คุ้มครองและดูแล" ทั้งนี้ ปัญหาการพนันฟุตบอล ออนไลน์ ถือเป็นภัยคุกคามอีกแบบที่เป็นปัญหารุนแรงต่อสังคม หากไม่ป้องกันตั้งแต่เด็กเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ที่ติดการพนันเช่นกัน จากคำโบราณสอนว่า "ไฟไหม้บ้านสิบครั้ง ไม่เท่าเสีย การพนัน ครั้งเดียว" มันไม่ได้เสียแค่ทรัพย์สิน บางคนที่ติดการพนันไม่รู้ จะออกจากวังวนตรงนั้นอย่างไร สุดท้ายจบชีวิตตัวเอง ประเทศชาติ เสียบุคลากร ที่จะทำหน้าที่อื่นๆ ได้ ครอบครัวล่มสลาย เด็กที่อยู่ ในครอบครัว เป็นปัญหา ทำลายสังคม บางคนติด จนกระทั่ง ไปก่ออาชญากรรมอื่นๆ อยู่ในเรือนจำก็ไปอยู่ในความรับผิดชอบ ของเรือนจำ หรือหากเจ็บป่วยต้องไปอยู่ในการดูแลของ กระทรวงสาธารณสุข การพนันจึงเป็นปัญหาที่เห็นได้เป็นรูปธรรม

จุดเด่นของบันทึกข้อตกลงเรื่องนี้ คือ มีระบบติดตาม การประเมินผล และการถอดบทเรียน ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนของทุกหน่วยที่ลงมือทำ เห็นจุดที่ควรเพิ่มเติมปรับปรุง จึงเป็นเรื่อง ที่น่าสนใจหากสามารถเชื่อมโยงกับข้อเสนอแนะให้ให้เป็นวาระแห่งชาติแบบถาวรเพื่อเสนอ ต่อคณะกรรมการ กยดช. ก็น่าจะมีความเป็นไปได้ ทั้งนี้ เห็นด้วยว่าควรมีการทำงานเรื่องนี้แบบจริงจัง และอยากให้การดำเนินการจัดการเรื่องพนันออนไลน์ให้คล้ายกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจร ซึ่งปัจจุบันพัฒนาการใช้กล้องติดตั้งเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดจราจร ซึ่งจะมีภาพถ่ายและใบสั่งส่งไปถึงบ้าน ทำให้คนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจราจรมากขึ้น ทั้งนี้ เห็นว่าตำรวจมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องทำให้ประชาชนให้ทราบข้อมูลดังกล่าวด้วย ต้องพิจารณาเนื้อหาและวิธีการเพื่อสื่อสารไปยังประชาชนได้รับทราบ

กฎหมายคุ้มครองเด็ก มีมาตราที่เป็นหัวใจสำคัญ คือ มาตรา ๒๓ กำหนดให้ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนตามควร แก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่ง ท้องถิ่น ทั้งนี้ ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง และต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครอง ดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ ดังนั้น หากผู้ปกครองทำหน้าที่ครบถ้วนตามที่กำหนด ในกฎหมายก็จะไม่เกิดปัญหาใดๆ เลย ทั้งนี้ ตามกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งได้กำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพนันไว้ โดยกำหนดให้ผู้ปกครองต้อง กระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้และฝึกวินัยในเรื่องต่างๆ รวมทั้งด้านจริยธรรม เช่น การมีเงื่อนไขและปัจจัยภายนอกที่เอื้อด้านคุณธรรมของเด็ก รวมทั้งมีการสร้างแรงจูงใจให้เด็กประพฤติปฏิบัติในทางที่ดีและงดเว้นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จูงใจให้มีพฤติกรรมที่ดี ยับยั้งพฤติกรรมไม่ดี ฝึกให้เด็กสามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดี มีทักษะในการควบคุมอารมณ์เกิดแรงจูงใจอยาก ทำสิ่งที่ดีด้วยตนเอง หากผู้ปกครองไม่สามารถทำได้เช่นนี้ ก็แสดงว่าผู้ปกครองต้องมีส่วนรับผิดชอบ ทั้งนี้ เห็นว่า พนักงาน เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองเด็กยังไม่เคยมีความรู้ข้อมูล ชุดนี้เลย โดยบุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องมีโอกาสในการเข้าใจ เพื่อสามารถทำงานกับน้อง ๆ กลุ่มนี้เช่นกัน

ข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขปัญหาตามหลัก ๕ P ในการแก้ไขปัญหา ด้วยการนำการขับเคลื่อนที่ได้ลงมือทำดีๆ แล้วเข้าไปสู่ระบบใหญ่ที่ถาวร ได้แก่ (๑) นโยบาย (Policy) (๒) การคุ้มครอง (Protection) (๓) การบังคับใช้กฎหมาย (Prosecution) (๔) การป้องกัน (Prevention) และ (๕) การมีส่วนร่วม (Partnership) ทั้งนี้ เห็นว่า สิ่งดีๆ ที่ได้ดำเนินการมาแล้ว หากมีเด็กหรือเยาวชนที่สามารถหลุดจากวงจรการพนันมาได้แล้ว ควรนำคนนั้นมาบอกกล่าวให้รู้ว่าการไปติดกับสิ่งเหล่านี้จะสามารถหลุดรอดได้ คนที่เป็นนักพนันก็เหมือนคนที่ก้าวพลาดหากได้รับโอกาสจะได้เริ่มต้นใหม่ได้

ท้ายที่สุด ดร.สมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้กล่าวปิดการสัมมนาว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทุกภาคส่วนได้บูรณาการการทำงานได้เป็นรูปธรรม โดยมี จุดเริ่มต้นจากสภาพปัญหาของเด็กและเยาวชน ซึ่งกฎหมาย ถือเป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่ยังต้องมีการตีความการใช้หลายฉบับ และคนที่ทำงานยากที่สุดคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ผลการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ซึ่งได้ขับเคลื่อนงาน ให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างวันนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง ทำให้ เห็นสภาพปัญหาของเด็กและเยาวชนที่น่าห่วงใยในเรื่อง สื่อออนไลน์ซึ่งไม่เพียงเฉพาะเรื่องพนันฟุตบอลอย่างเดียว กรณีการลงโทษพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนที่มีเล่นการพนันออนไลน์ ตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ นั้น โดยส่วนตัวยังเห็นว่าอาจจะไม่ยุติธรรมนัก เนื่องจากปัจจุบันเด็กเข้าถึง สื่อออนไลน์ได้ง่ายมาก โทรศัพท์และสื่อออนไลน์ต่างๆ อยู่กับเด็กๆ ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง จึงต้องช่วยกันปกป้องและป้องกันไม่ให้เด็ก เข้าสู่วงการพนัน ซึ่งการปิดเว็บไซต์ก็อาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาเนื่องจากโดเมนอยู่ต่างชาติ เมื่อถูกปิดก็ยังสามารถเปิดใหม่ได้เช่นกัน ปัญหาด้านสังคม การใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวมักจะไม่ได้ผลมากนัก จำเป็นต้องบูรณาการ ขับเคลื่อนกระแสสังคมเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยในเชิงนโยบาย นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้อย่างยิ่งและจริงจัง รวมทั้งทุกภาคส่วน ในสังคมล้วนมีความห่วงใยต่อปัญหาการพนันกับเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชนใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานแก้ไขปัญหา โดยมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๗ ของกฎหมายคุ้มครองเด็ก โดยเน้นใช้ในการประชาสัมพันธ์ให้เด็ก ผู้ปกครอง และสังคมได้รู้ถึงโทษตามกฎหมาย เพื่อลดผลกระทบและความรุนแรงกับเด็ก นอกจากนี้ กลไกของสภาเด็กและ เยาวชน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งได้พัฒนาไปไกลให้มีสภาเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ทั้งในระดับตำบล ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ดังนั้น การเคลื่อนงานด้วยเด็กและเยาวชนกว่า ๒๑ ล้านคน ตามแนวคิด "เด็กคิด เด็กทำ เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน" โดยเด็กและผู้ใหญ่ต้องเดินไปคู่กัน ดังนั้น สภาเด็กและเยาวชนถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานของเด็กและเยาวชน นอกจากนี้ จะได้นำมติของผลการสัมมนาในวันนี้ นำเข้าสู่ที่ประชุม กยดช. เพื่อทราบและขอมติเพื่อแจ้งให้คณะกรรมการจังหวัดได้ขับเคลื่อนในพื้นที่ต่อไป โดยตลอดระยะเวลาในการ ขับเคลื่อนของคณะทำงานซึ่งได้เกิดจากการลงบันทึกความตกลงของ ๑๑ องค์กร โดยใช้ฟุตบอลโลก ๒๐๑๘ เป็นเครื่องมือการบูรณาการทำงานร่วมกัน และเป็น นิมิตหมายที่ดีของจุดเริ่มต้นในการสร้างเครื่องมือในเรื่องสื่อออนไลน์ที่เห็นผล เป็นรูปธรรม ซึ่งทุกองค์กรจะได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องกันต่อไป ได้แสดงให้ เห็นพลังและความสำเร็จที่ทุกฝ่ายได้ระดมกำลังกันอย่างจริงจัง อันเป็นฟันเฟืองที่เชื่อมต่อกันเพื่อเคลื่อนสู่เป้าหมายหนึ่งเดียว

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่คณะกรรมาธิการการสังคม เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โทร. ๐ ๒๘๓๑ ๙๒๒๕-๖ โทรสาร ๐ ๒๘๓๑ ๙๒๒๖

ข่าวที่เกี่ยวข้อง