ข่าวอินโฟเควสท์
17:19 สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 1,399.80 ลบ.(SET+MAI)   ตามประเภทนักลงทุน ประจำวันที่ 20 มีนาคม 2562 ดังนี้ กลุ่ม มูลค่าซื้อ (ลบ.…
17:19 เลือกตั้ง'62: กห.-ทบ.ยันเอกสารเพจดังแฉคำสั่งเทคะแนนพรรคการเมืองเป็นของปลอม ระบุพบพิรุธ 5 จุด   พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว…
17:18 สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 1,409.09 ลบ.(SET)   ตามประเภทนักลงทุน ประจำวันที่ 20 มีนาคม 2562 ดังนี้ กลุ่ม มูลค่าซื้อ % มูลค่า…
17:11 ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดลบ 2.47 จุด ตลาดพักตัว วอลุ่มเทรดบางช่วงรอผลประชุมเฟด-การเลือกตั้งในประเทศ   ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,627.62 จุด ล…
17:09 KBANK คาดกนง.จะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปี 62 จากท่าทีที่เปลี่ยนไป   ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ระบุว่า จากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (ก…

กกร.ถกปัญหาบาทแข็งกังวลแข่งขันลำบากส่งออกแย่

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 00:00:44 น.

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่าในการประชุม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันได้แก่ สอท.สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยหรือกกร.วันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้จะมีการหารือถึงภาพรวมเศรษฐกิจโดยเฉพาะแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ภาคเอกชนมีความกังวลว่าจะกระทบต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันในการส่งออกของไทย ดังนั้น จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท ให้อยู่ในภาวะสมดุลที่สอดรับกับภูมิภาคเป็นสำคัญ

"ค่าเงินบาทขณะนี้แข็งค่าขึ้นเฉลี่ย 31.24-31.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งยอมรับว่าบางอุตสาหกรรมเริ่มได้รับผลกระทบ โดยแต่ละอุตสาหกรรมจะกระทบแตกต่างกันไปอยู่ที่ว่าอุตสาหกรรมนั้นๆ มีค่าการตลาดหรือมาร์จิ้นต่ำก็ย่อมได้รับผลกระทบสูง ก็คง จะต้องมาหารือในภาพรวมโดยเฉพาะสินค้าภาคการเกษตรจะมีมาร์จิ้นต่ำ" นายเกรียงไกรกล่าว

นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานอาวุโส สอท.กล่าวว่า ขณะนี้ค่าเงินบาทของไทยค่อนแข็งเมื่อเทียบกับคู่แข่งทางการค้าซึ่งคาดว่ารัฐบาลเองเข้าใจและกำลังติดตามเพื่อดูแลอยู่ ซึ่งหากเป็นไปได้ก็ต้องการค่าเงินบาท ที่อ่อนค่าแต่รัฐบาลเองคงจะต้องดูแลภาพรวมดังนั้นขอให้พิจารณาในจุดที่สมดุลค่าเงินบาทควรจะสะท้อนภูมิภาค

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กกร.คงจะหารือถึงอัตราแลกเปลี่ยนของไทยช่วงที่ผ่านมามีการแข็งค่าต่อเนื่องเพื่อรวบรวมและสรุปแนวทางดำเนินการโดยพบว่าค่าเงินบาทของไทยมีอัตราการแข็งค่ามากกว่าประเทศคู่แข่งทางการค้าของไทยทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม ฯลฯ ซึ่งขณะนี้สินค้าอาหารแปรรูปได้รับ ผลกระทบค่อนข้างมากซึ่งหากแข็งค่าก็จะกระทบต่อส่งออกภาพรวม จึงต้องการให้ภาครัฐที่มีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทดูแลให้อยู่ในภาวะสมดุล

อนึ่งก่อนหน้านี้นาย อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลังบอกว่าค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าในช่วงนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเป็นคนดูแล ซึ่งจะการตอบว่าระดับใดเหมาะสมนั้น ก็ต้องให้ ธปท. ตอบ เพราะกระทรวงการคลังไม่มีข้อมูลมากพอ ทั้งนี้ค่าเงินบาทแข็งค่ามีทั้งผลดีและผลเสีย ถ้าอยู่ในช่วงที่ประเทศต้องลงทุนบาทแข็งก็จะดี เพราะต้นทุนจะถูก แต่ผลเสียก็คือ จะกระทบการส่งออก โดยเฉพาะการ ส่งออกพืชผลเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก ซึ่งก็จะส่งผลกระทบมาถึงคนยากไร้ส่วนหนึ่ง ดังนั้นต้องชั่งน้ำหนักให้ดี

โดยรมว.คลังย้ำว่าค่าเงินบาทต้องไม่แกว่งมาก หรือผันผวนน้อยถ้าเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ธปท. จะต้องออกมาแทรกแซงเพื่อไม่ให้เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามรักษาไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าคู่แข่ง เพราะจะทำให้เราเสียเปรียบในหลายๆ เรื่อง

บรรยายใต้ภาพ
เกรียงไกร เธียรนุกูล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง