'กระทรวงดีอี'ขู่ฟ้อง'ไทยคม'เรียก210ล้านกรณีพิพาทดาวเทียม

ข่าวเศรษฐกิจ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

มีรายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้สรุปข้อข้อพิพาทที่ส่งให้ สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณา ตามที่คณะทำงานติดตาม ผลประสานงานเกี่ยวกับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างดีอี กับ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ (ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บมจ. ไทยคม) กรณีดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ที่อินทัช จัดสร้างขึ้น ขณะที่ ดีอี อ้างว่า ไทยคมไม่ปฏิบัติตามสัญญาดำเนินกิจการสื่อสารให้ครบถ้วน

ทั้งนี้ กระทรวงเรียกร้องให้ไทยคม โอนดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่กระทรวงดีอี ตามที่กระทรวงได้พิจารณาว่าได้มีหนังสือถึง คู่สัญญา ว่าไทยคม 7 และไทยคม 8 เป็นดาวเทียมภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ขณะที่ ไทยคม และ อินทัชฯ ได้มีหนังสือกลับมา ที่กระทรวง เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2562 ปฏิเสธ ข้อเรียกร้องของกระทรวงดีอี

ก่อนหน้านี้กระทรวงดีอีได้มีหนังสือทวงถามไปยังไทยคมฯ เพื่อแจ้งให้ปฏิบัติตามข้อสัญญาเมื่อ วันที่ 24 มกราคม 2562 ตามกระทรวงเรียกร้อง ค่าเสียผลประโยชน์ตอบแทนตามสัญญาของดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 จำนวนกว่า 210 ล้านบาท ซึ่ง ค่าผลประโยชน์ตอบแทนไทยคม 7 ตั้งแต่ปี 2557 และไทยคม 8 ปี 2557 พร้อมดอกเบี้ย

นายอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม เปิดเผยว่ายังไม่ได้เห็นหนังสือใดๆ จากกระทรวงและไม่สามารถตอบได้ว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร ขอศึกษารายละเอียดก่อนที่จะให้ข้อมูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ไทยคมฯ ได้ชี้แจงกรณีการยื่นต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อพิจารณาชี้ขาดข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัทอินทัช เพื่อหาข้อสรุปว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 เป็นดาวเทียมภายใต้สัญญาสัมปทานหรือภายใต้ใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

โดยดีอีเห็นว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 เป็นดาวเทียมภายใต้สัญญาสัมปทาน ส่วนไทยคมเห็นว่า อยู่ภายใต้กรอบของ การรับใบอนุญาตจาก กสทช.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ