ข่าวอินโฟเควสท์
21:14 "มาร์กิต"เผยดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการสหรัฐต่ำสุดรอบ 3 เดือนในส.ค.   ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนี…
21:02 ดอลลาร์อ่อนค่าในกรอบ 106 เยน ซื้อขายระมัดระวัง ก่อน"พาวเวล"กล่าวสุนทรพจน์พรุ่งนี้   ดอลลาร์อ่อนค่าในกรอบ 106 เยน ขณะที่นักลงทุนซื้อขายอย่างระมั…
20:51 ดาวโจนส์พุ่งกว่า 150 จุด บวกวันที่ 2 เก็ง"พาวเวล"ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย   ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 150 จุดในวันนี้ โดยปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ท่า…
20:37 สื่อตีข่าว"แอปเปิล"เตรียมเปิดตัว iPhone ใหม่ 3 รุ่นเดือนหน้า   สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัทแอปเปิล อิงค์เตรียมเปิดตัว iPhone ใหม่ 3 รุ่น…
20:12 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัว ก่อน"พาวเวล"กล่าวสุนทรพจน์พรุ่งนี้   ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้น บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปรับตัวขึ้นในคืนนี้ ขณ…

ติดปีก'เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ' พาณิชย์ผนึกแบงก์ช่วยเจาะตลาดอาเซียน

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 00:00:31 น.

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้า ต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมได้เข้าร่วมลงนามความร่วมมือ "โครงการ SME D Scaleup Society" กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank หรือ ธพว.) และ 4 สถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เพื่อช่วยเหลือ/ต่อยอดกลุ่มธุรกิจ SME ที่เป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศให้มีศักยภาพ สามารถเจาะตลาด CLMV และอาเซียนผ่านการใช้เครือข่ายนักธุรกิจ YEN-D ที่ประสบความสำเร็จมาตลอด 4 ปี

ก่อนหน้านี้ กรมได้ลงนามความร่วมมือ กับ SME Development Bank เพื่อเป็นแหล่งทุนให้กับผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าเกษตรนวัตกรรมมาแล้ว

"ในครั้งนี้ได้ต่อยอดเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประกอบการผ่านโครงการ SME D Scaleup Society มีเป้าหมายที่จะพัฒนานักศึกษา หรือผู้ประกอบการณ์สตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี ในด้านเทคโนโลยีนวัตกรรม Digital Marketing และการบริหารจัดการธุรกิจ รวมทั้งการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ โดย สร้างระบบ Ecosystem ที่เอื้อต่อการเติบโตและพัฒนาธุรกิจ เชื่อมโยงภาคีเครือข่ายภาคการศึกษา ภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดผลเชิงเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศตามนโยบายเศรษฐกิจ 4.0 โดยมีระยะเวลาความร่วมมือนับตั้งแต่วันที่ทำบันทึกความร่วมมือ ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563" นายอดุลย์ กล่าว

สำหรับอาเซียนเป็นตลาดส่งออกสำคัญ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด พร้อมกับอัตราการเจริญเติบโตสูงสุด โดยในปี 2561 มีมูลค่าการส่งออก มีพื้นที่ติดต่ออยู่ใกล้กับไทยทำให้สามารถขนส่งสินค้าได้สะดวก รวมถึงมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นการขยายลู่ทางทางการค้า โดยการต่อยอดจากโครงการ YEN-D Program จะสามารถช่วยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำธุรกิจ เป็นการส่งเสริมภาคผู้ประกอบการให้มี ความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น รวมถึง การเพิ่มโอกาสในการติดต่อการค้าทั้งในและต่างประเทศ จากเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศ CLMV ที่มีความแน่นแฟ้นและเข้มแข็งที่สุด จำนวนกว่า 1,184 ราย ในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ นอกจากนั้นในปี 2562 ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องใน Season 5 ภายใต้ ชื่อ YEN-D Plus โดยขยายตลาดไปยังประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง