ข่าวอินโฟเควสท์
08:11 BIZ เซ็นสัญญาซื้อขายเครื่องเร่งอนุภาคพลังงานสูง พร้อมอุปกรณ์ กับคณะแพทย์ฯ ม.มหิดล มูลค่า 223 ลบ.   บมจ.บิสซิเนสอะไลเม้นท์ (BIZ) แจ้งว่าบริษัทลง…
07:56 World Economic Calendar รายสัปดาห์ ประจำวันที่ 26 มีนาคม 2562   วันอังคารที่ 26 มีนาคม 2562 (ตามเวลาประเทศไทย) เยอรมนี 14.00 น. ความเชื่อมั่นผ…
07:47 รัฐสภาอังกฤษลงมติเข้าควบคุมกระบวนการ Brexit แล้ว หลัง"เทเรซา เมย์"ยอมรับขาดเสียงสนับสนุนข้อตกลง   นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้สูญเสียก…
07:35 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิเปิดบวก 197.23 จุด จากแรงซื้อคืนหุ้นหลังตลาดร่วงหนัก   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ เนื่องจาก…
07:32 ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร 25 มี.ค. 2562   ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าข…

ติดปีก'เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ' พาณิชย์ผนึกแบงก์ช่วยเจาะตลาดอาเซียน

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 00:00:31 น.

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้า ต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมได้เข้าร่วมลงนามความร่วมมือ "โครงการ SME D Scaleup Society" กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank หรือ ธพว.) และ 4 สถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เพื่อช่วยเหลือ/ต่อยอดกลุ่มธุรกิจ SME ที่เป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศให้มีศักยภาพ สามารถเจาะตลาด CLMV และอาเซียนผ่านการใช้เครือข่ายนักธุรกิจ YEN-D ที่ประสบความสำเร็จมาตลอด 4 ปี

ก่อนหน้านี้ กรมได้ลงนามความร่วมมือ กับ SME Development Bank เพื่อเป็นแหล่งทุนให้กับผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าเกษตรนวัตกรรมมาแล้ว

"ในครั้งนี้ได้ต่อยอดเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประกอบการผ่านโครงการ SME D Scaleup Society มีเป้าหมายที่จะพัฒนานักศึกษา หรือผู้ประกอบการณ์สตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี ในด้านเทคโนโลยีนวัตกรรม Digital Marketing และการบริหารจัดการธุรกิจ รวมทั้งการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ โดย สร้างระบบ Ecosystem ที่เอื้อต่อการเติบโตและพัฒนาธุรกิจ เชื่อมโยงภาคีเครือข่ายภาคการศึกษา ภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดผลเชิงเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศตามนโยบายเศรษฐกิจ 4.0 โดยมีระยะเวลาความร่วมมือนับตั้งแต่วันที่ทำบันทึกความร่วมมือ ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563" นายอดุลย์ กล่าว

สำหรับอาเซียนเป็นตลาดส่งออกสำคัญ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด พร้อมกับอัตราการเจริญเติบโตสูงสุด โดยในปี 2561 มีมูลค่าการส่งออก มีพื้นที่ติดต่ออยู่ใกล้กับไทยทำให้สามารถขนส่งสินค้าได้สะดวก รวมถึงมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นการขยายลู่ทางทางการค้า โดยการต่อยอดจากโครงการ YEN-D Program จะสามารถช่วยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำธุรกิจ เป็นการส่งเสริมภาคผู้ประกอบการให้มี ความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น รวมถึง การเพิ่มโอกาสในการติดต่อการค้าทั้งในและต่างประเทศ จากเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศ CLMV ที่มีความแน่นแฟ้นและเข้มแข็งที่สุด จำนวนกว่า 1,184 ราย ในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ นอกจากนั้นในปี 2562 ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องใน Season 5 ภายใต้ ชื่อ YEN-D Plus โดยขยายตลาดไปยังประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง