คอลัมน์: แก้ผ้าลุงแซม: The Wall is coming

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 00:00:07 น.
โดย...เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

จะว่าไปแล้ว ตาลุงผมเป๋นี่ไม่ต่างจากเด็กดื้อที่ดิ้นเร่าตีอกชกหัว กลางร้านอาหาร เพราะอยากได้ของเล่นแต่พ่อแม่ไม่ซื้อให้จริงๆ ด้วยความดื้อจะสร้างกำแพงกั้นอเมริกากับเม็กซิโก เอาใจแม่ยกแฟนคลับที่สนับสนุนตนจนลากยาวไปถึงขั้นโกเวิร์นเมนต์ชัตดาวน์ไปเดือนกว่า เล่นเอาเจ้าหน้าที่รัฐแปด แสนคน หากรวมครอบครัวเจ้าหน้าที่ด้วยก็นับล้านคนอดอยากปากแห้ง เดือดร้อนแสนสาหัสตามกัน จนต้องยอม ยุติการชัตดาวน์ แต่ไม่วายทิ้งทุ่นระเบิดเอาไว้ว่า จะพิจารณาอีกทีหลังวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เล่นเอาพนักงานรัฐหายใจ ไม่ทั่วท้องกันอีกรอบ เพราะไม่รู้จะหมู่หรือจ่า

ก่อนหน้าวันดีเดย์ สภาคองเกรส ลงมติจะมอบงบประมาณ 1,400 ล้าน ดอลลาร์ สำหรับสร้างรั้วตามแนวชายแดนทางใต้ แต่ไม่ใช่กำแพงคอนกรีตที่ท่านทรัมป์ต้องการ เพราะลุงแกอยากได้เงินก้อนโตถึง 5,700 ล้านดอลลาร์

พอถึงวันวาเลนไทน์ สภาคองเกรส ก็นัดประชุมกันเรื่องนี้อีกหนฉลองวันแห่ง ความรัก แต่ดูเหมือนว่าตาลุงผมเป๋ ยังกร้าว ไม่ยอมรับรักจากหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งนั้น นอกจากดึงดัน ร่ำร้องจะเอากำแพงราวกับเด็กจะเอาของเล่นชิ้นนี้ให้ได้

แม้ว่าตาเฒ่าผมเป๋จะยอมลงนามในร่างกฎหมายด้านความมั่นคงทาง ชายแดน เพื่อหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์รอบสอง แต่ก็ยังขู่ฟ่อๆ ว่า จะประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อหาเงินมา สร้างกำแพง เล่นเอาพรรคเดโมแครต ก่นด่าเสียงขรม เพราะการประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติไม่ใช่เรื่องที่จะปากพล่อยประกาศกันเล่นๆ แต่ต้องทำใน ยามเกิดภัยร้ายแรงจริงๆ เช่น กรณี 9/11

แต่นี่ลุงทรัมป์แยกเขี้ยวยิงฟันใส่ชาวบ้านร้านถิ่นว่า ไอ้พวกเม็กซิกัน ที่เข้าเมืองมาทางชายแดนนี่แหละคือ ภัยพิบัติแห่งชาติ และต้องสร้างกำแพง อย่างเดียว เวลานั้นทุกคนคิดว่าตาลุง ผมเป๋คงแค่ขู่เพื่อบลัฟเฉยๆ แต่หลังวาเลนไทน์ได้แค่วันเดียว  ตาลุงก็ประกาศภาวะฉุกเฉินจริงๆ ในตอนเช้า วันที่ 15 กุมภาพันธ์ผ่านทางสื่อทุกช่องทาง

การที่ทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉินแบบไร้สาระ เล่นเอาประชาคมชาวโลกถึงกับครางฮือ เพราะนึกไม่ถึงว่าจะมีใครที่ดื้อดึงไม่นึกถึงคนอื่นได้ขนาดนี้ นอกจากจะเอาใจแม่ยกแฟนคลับผู้สนับสนุนฝ่ายตัวเอง และการสร้างกำแพงก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายจนต้องเร่งสร้าง

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ทรัมป์บอกชัดเจนว่า จะฉกงบประมาณจากโครงการ ของกองทัพที่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส แล้วมาเป็นงบสร้างกำแพงแทน งบที่ ว่าคืองบวิศวกรกองทัพ  มีไว้เพื่อป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ อย่าง เฮอร์ริเคน พายุหิมะ น้ำท่วม อะไรทำนองนั้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆ พูดง่ายๆ คือทรัมป์ตบเงินของรัฐบาลกลางมาสร้างกำแพงนั่นแหละ

การประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติมักประกาศเมื่อเผชิญวิกฤติร้ายแรง เพื่อให้ประธานาธิบดีสามารถเข้าถึง "อำนาจพิเศษ" ที่บรรจุอยู่ในกฎหมายอื่นๆ กว่า 100 ฉบับ ให้มีความยืดหยุ่นในการตัดสินใจ ในเรื่องสำคัญได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรออนุมัติจากสภาคองเกรสซึ่งไม่มีเวลาพิจารณาเพียงพอ

ดิฉันนั่งดูทีวี.ถ่ายทอดสดในช่วงเช้าแล้วถอนหายใจ  ดูแล้วปัญญาอ่อนมาก เพราะตาลุงพูดไปเรื่อยเจื้อย เหมือนเวลาที่แกโม้ยามหาเสียง แถมลากแม่หญิงผิวขาวผ่องให้ออกมายืนยันว่าครอบครัวเธอได้รับความเดือดร้อนจากพวกเม็กซิกันอย่างนั้นอย่างนี้ จากนั้นก็อ้างถึง ซกลุ่มอาชญากรป และการขนส่งยาเสพติดและการค้ามนุษย์ข้ามชายแดนเข้ามาในอเมริกา พร้อมกับขบวนคาราวานผู้อพยพจากอเมริกากลาง ซึ่งจำเป็นต้องมีการประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามที่ (ลุงแก) ว่า

แต่แปลกแฮะ ลุงทรัมป์ชี้นิ้ว กล่าวหาด่าทอเม็กซิกันปาวๆ ว่าเป็นตัวการทำร้ายคนอเมริกันและสร้างปัญหามากมาย โบ้ยไปว่าเมื่อพวกนี้เข้ามาในอเมริกาแล้วก็ไล่ฆ่าคนอเมริกัน เดี๋ยวนะ..ลุงไม่เห็นพูดถึงกรณีการกราดยิงในที่สาธารณะเลยนี่ และไอ้โรคจิตที่กราดยิงรายวันก็เป็นพลเมืองอเมริกันผิวขาวผ่องเป็นยองใยทั้งนั้น ไม่เห็นมีเม็กซิกันคนไหนไล่ยิงกราดเลย

แนนซี เปโลซี ประธานสภา ผู้แทนราษฎรและชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียง ข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมเครต ถึงกับเลือดขึ้นหน้าประณามแบบไม่ยั้งว่า เป็นการกระทำการนอกเหนือขอบเขต ของกฎหมายถึงขั้นฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง เพราะภาวะฉุกเฉินที่อ้างเป็นภาวะฉุกเฉินตอแหล ยกอ้างขึ้นเพื่อจะเอาเงินมา สร้างกำแพง และการดึงงบประมาณทหารไปใช้สร้างกำแพงที่ไร้ประโยชน์ จะยิ่งทำให้ประเทศอ่อนแอ

อัยการทั่วไปแห่งรัฐนิวยอร์กประกาศปังตามมาว่า จะยื่นคัดค้านการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติของ ลุงทรัมป์ แถมตบหน้าฉาดด้วยการบอกว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติโดยปราศจากเหตุผลทางกฎหมายจะก่อวิกฤติรัฐธรรมนูญ

ยิ่งฟังถ้อยแถลงยิ่งห่อเหี่ยวใจ ลุงทรัมป์คงมีความจำสั้นเหมือนปลาทอง หลงลืมหมดสิ้นว่าตอนหาเสียงก่อนเป็นประธานาธิบดีย้ำทุกรอบว่า จะให้เม็กซิโก เป็นฝ่ายจ่ายเงินสร้างกำแพง เรียกเสียงโห่ร้องชอบอกชอบใจของเหล่าเรดเนคและสมาคมนิยมผิวขาวเหยียดผิวสีอื่น สนั่นประเทศ มานาทีนี้กลับพยายาม ตบทรัพย์เอาเงินภาษีคนอเมริกามา สร้างกำแพง จะไม่ให้เศร้ายังไงไหว

นอกจากอัยการรัฐนิวยอร์กแล้ว ยังมีอัยการรัฐแคลิฟอร์เนีย เนวาดา นิวเม็กซิโก และอีกหลายรัฐ ดาหน้าฟ้องประธานาธิบดีทรัมป์ ตามมาด้วย กลุ่มองค์กรไม่แสวงหากำไร "พับลิก ซิติเซ่น" (Public Citizen) ยื่นฟ้อง ในนามของกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ และเจ้าของที่ดิน 3 ราย ในรัฐเท็กซัส ซึ่งได้รับแจ้งจากทางรัฐบาลว่า จะมีการสร้าง กำแพงส่วนหนึ่งบนที่ดินของพวกตน ยังไม่หมดเท่านี้ พื้นที่ที่จะสร้างกำแพงพาดผ่านแผ่นดินอินเดียนแดง และแน่นอนว่าอินเดียนแดงไม่ยินยอมให้สร้างร้อยเปอร์เซ็นต์

นาทีนี้ปี่กลองฉิ่งฉับขยับรัว สร้างความตื่นตระหนกให้พลเมืองอเมริกันที่ไม่ได้มีผิวขาวผ่องเป็นยองใย อย่างอเมริกันเชื้อสายฮิสแปนิกหรือ เอเช่ยนผิวคล้ำให้จับตามองเกมนี้อย่างไม่กะพริบตา เพราะหากทรัมป์ทำสำเร็จ เท่ากับว่าสร้างความฮึกเหิมให้กลุ่ม "คลั่งขาว" และพวกเหยียดผิว ซึ่งนับวัน เริ่มแสดงตัวให้เห็นชัดขึ้นทุกขณะหลังจาก ที่กบดานเงียบไม่แสดงตัวมาเป็นเวลานาน ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ การไล่ล่าและการเหยียดผิว แบบ KKK ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นในสังคมอเมริกา ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้กลายเป็นเช่นนั้นเลย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง