คอลัมน์ตะลอนเที่ยว: เรือนร่มเย็น'คุ้มเจ้าบุ'ลาปาง

ข่าวทั่วไป 3 มีนาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

by Mr.Flower

บ้านไม้สักในยุคปัจจุบันนั้น นับวันจะหาได้ยากลงทุกที เพราะบ้านไม้ต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างดี ต้องซ่อม ต้องบำรุงเป็นระยะๆ ดังนั้นเจ้าของบ้านไม้สัก (รวมถึงบ้านไม้อื่นๆ ด้วย) หลายต่อหลายคนจึงมักจะรื้ออดีตที่น่าทรงจำทิ้งไป แล้วเปลี่ยนแปลงบ้านเป็นคอนกรีต ด้วยเหตุผลที่ว่าดูแลง่ายและสะดวกกว่า

แต่ที่ลำปางยังมีเรือนไม้สักอายุกว่า 80 ปี (สร้างปี 2476) ชื่อคุ้มเจ้าบุ คุ้มนี้เคยเป็นที่พำนักของเจ้าบุ ณ ลำปาง ผู้สืบเชื้อสายมาจากเจ้านายฝ่ายเหนือ ตระกูล ณ ลำปาง เป็นบ้านไม้ใต้ถุนโล่ง ส่วนบนตัวเรือนก็ดูโปร่งตา มีห้องหับอยู่สามห้อง ส่วนห้องรับแขกนั้นถือได้ว่ากว้างขวาง มาก ส่วนรอบตัวบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่ปลูกแซมด้วยไม้ดอกที่ส่งกลิ่นหอมสารพัดชนิด เช่น มะลิ ชมนาด การะเวก ลั่นทม พุด เป็นต้น

คุ้มเจ้าบุเปรียบเสมือนสาวชาวเหนือที่ดูอ่อนหวานมาก สาเหตุที่เรือนหรือคุ้มแห่งนี้ดูอ่อนหวานก็น่าจะมาจากความอ่อนโยนของเรือนไม้ที่ผสมผสานกับต้นไม้สารพัดชนิดที่อยู่รายรอบตัวคุ้ม ดังนั้นแค่เพียงได้เดินเข้าไปในเขตรั้วของคุ้มก็สามารถสัมผัสได้ถึงความร่มเย็นแล้ว ด้วยความที่คุ้มเป็นเรือนเปิดโล่ง จึงทำให้ลมพัดผ่านได้ทั่วทั้งตัวเรือน แล้วเมื่อยิ่งได้ตัวกรองจากธรรมชาติคือต้นไม้ใหญ่ผสมเข้าไป ก็ทำให้คุ้มนี้ มีบรรยากาศที่น่าหลงใหลมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามหน้าฝน รอบๆ คุ้มจะเขียวขจีและชุ่มเย็นมากเป็นพิเศษ ส่วนหน้าหนาวก็จะมีความหนาวเย็นให้ได้สัมผัสโดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่และช่วงหมดแดดในยามเย็น แล้วในยามหน้าร้อนที่หลายคนบอกตรงกันว่าลำปางร้อนขนาด แต่สำหรับในคุ้มแห่งนี้กลับไม่ได้ร้อนมากมายนัก เพราะมีร่มไม้ค่อยกันแดดให้

คนหลายคนอาจจะนึกว่าเจ้านายฝ่ายเหนืออยู่คุ้ม คุ้มนั้น จะต้องวิจิตรพิสดารไม่ต่างไปจากวังของเจ้านาย ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่อาจจะไม่ตรงกับความจริงมากนั้น เพราะคุ้มในภาคเหนือของไทยมีหลายรูปแบบ แต่อย่างไรก็ตาม เจ้านายฝ่ายเหนือทุกองค์ก็นิยมความเป็นธรรมชาติ ความเรียบง่าย เพราะเมืองเหนือของไทยมีธรรมชาติที่งดงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อสร้างคุ้มก็จึงต้องให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ให้มากที่สุด

ข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่บนคุ้มก็เป็นของเดิมตั้งแต่รุ่นโบราณ แต่ทว่าได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อเราได้นั่งบนเก้าอี้ แล้ววางหนังสือบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ แล้วอ่านหนังสือที่เฟอร์นิเจอร์รุ่นเก่าเหล่านี้จึงทำให้เราสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลอ่อนหวานของ ไม้สักได้โดยพลัน ยิ่งได้พบกับบรรยากาศของบ้านที่เปิดโล่ง จากปีกหนึ่งทะลุไปยังอีกปีกหนึ่ง ดังนั้นเมื่อยามลมพัดโชย เอากลิ่นดอกไม้อ่อนๆ เข้ามา จึงทำให้รู้สึกสบายใจอย่างมหัศจรรย์ แล้วยิ่งในยามที่เราเดินด้วยความสำรวมไม่กระแทกทิ้งน้ำหนักเท้ามากจนทำให้เกิดเสียงโครมคราม บนพื้นไม้สัก ก็ทำให้เราได้เห็นภาพของคนที่อยู่ร่วมกัน บนคุ้มหรือบนเรือนไม้ในสมัยก่อนว่า เขาจะต้องสำรวมอยู่เสมอ จะเดินแบบลุยป่าบนบ้านเรือนไม้ก็ไม่เหมาะ จะพูดจะคุยกันก็ใช้เสียงแต่พอดี ไม่ต้องเอะอะมะเทิ่งให้เกิดเสียงดังน่ารำคาญ เพราะห้องนอนบนบ้านก็มีเพียงผนังไม้กั้นอยู่

สวนหลังคุ้มเจ้าบุก็มีเสน่ห์มาก เพราะมีต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปี เช่น มะขาม และฉำฉา หรือจามจุรี คอยให้ร่มเงา ยิ่งได้ไปนั่งรับลมเอื่อยๆ ที่ริมบึงน้ำหลังคุ้มแล้ว ก็ยิ่งมีความสุขอย่างล้นเหลือ แล้วก็บอกกับตัวเองว่า นี่แหละคือมนตราของต้นไม้ใหญ่ที่ให้ทั้งความร่มเย็น และให้อากาศที่แสนจะบริสุทธิ์ หายใจได้เต็มปอด

พูดถึงเรื่องอาหารการกินในคุ้มแห่งนี้แล้ว บอกได้ เลยว่าทุกอย่างเน้น Green and Clean ผักสลัดที่นี่ปลูกเอง โดยผู้ดูแลคุ้ม น้ำสลัดก็เป็นแบบ no fat and no sugar เพราะใช้ใบโหระพาปั่นสดผสมกับน้ำส้มสายชูธรรมชาติ ส่วนผู้ที่ชอบทาน steak หรืออาหารแบบตะวันตกก็ไม่ผิดหวัง เพราะมีให้ทานตามต้องการ แต่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เพราะผู้ปรุงอาหารที่นี่ไม่นิยมการซื้อวัตถุดิบในการทำอาหารมาเก็บไว้ แต่จะใช้วิธีแบบซื้อสด แล้วปรุงใหม่ๆ

คุณๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้ และได้ชมภาพงามๆ ของคุ้ม คงอยากจะไปสัมผัสคุ้มความน่ารักของคุ้มเจ้าบุแล้วใช่ไหมครับ ถ้าคุณอยากไปเยือน ไปกินของอร่อยมีประโยชน์ และไปนอน ที่คุ้มแห่งนี้ ติดต่อ Mr.Flower ที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615 นะครับ เราจะไปกันแบบกลุ่มเล็กๆ (บนคุ้มนอน ได้ไม่เกิน 8 คน) ส่วนบ้านที่อยู่ในบริเวณคุ้มก็สามารถรับผู้มาเยือนได้อีกประมาณ 10 คน

เราเที่ยวกันแบบสบายๆ ไม่รีบไม่ร้อนรน กินอิ่ม กินอร่อย นอนพักแบบสบายๆ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ