คอลัมน์รายงานพิเศษ: 'พระสงฆ์กับสิทธิเลือกตั้ง'ในมุมพรรคการเมือง

ข่าวการเมือง 5 มีนาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา "ศาสนา" ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่เกิดข้อถกเถียงในสังคมไทย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า "พระสงฆ์ควรมีสิทธิทางการเมือง บ้างหรือเปล่า?" เนื่องจากมีเสียง ทักท้วงว่ารัฐสภามีอำนาจออกกฎหมาย มาควบคุมบุคคลกลุ่มต่างๆ รวมถึงคณะสงฆ์ แต่พระสงฆ์กลับไม่มีสิทธิเลือกตั้งตัวแทนเข้าไปเป็นปากเสียงอย่างกลุ่มอื่นๆ ดูแล้วอาจจะไม่เป็นธรรม ดังนั้นเนื่องในโอกาสที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 จึงมีการเปิดวงเสวนา "ผ่าแนวคิดพรรคการเมือง : กฎหมายศาสนา ที่ล้าหลัง" ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี ตัวแทนจาก 5 พรรคการเมืองเข้าร่วม ประกอบด้วย พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชนปฏิรูป และพรรค รวมพลังประชาชาติไทย บรรยายใต้ภาพ เกตินิคม กฤษณะเศรณี ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ไพบูลย์ นิติตะวัน อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สุรชัย ศรีสารคาม

นายสุรชัย ศรีสารคาม อดีตปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที - ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม - ดีอี) มาในฐานะ ตัวแทน พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า นักบวชควรมีสิทธิเลือกตั้งเพื่อกำหนด ชะตาชีวิตของสังคมที่ดำรงอยู่ เพราะคนทุกคนเท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่ในสถานะอาชีพใด และทุกคนนั้นต่างก็ เกี่ยวพันกับการเมืองเนื่องจากการเมืองนั้นเกี่ยวข้องกับการออก กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อชีวิตของบุคคล รวมถึงการใช้เงินภาษีที่แต่ละตนเสียไปด้วย

นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ แม้โดยส่วนตัวจะเป็นชาวมุสลิม แต่ก็ขอสนับสนุนประเด็นนักบวชในศาสนาพุทธควรมีสิทธิเลือกตั้ง ด้วยเชื่อว่าพระสงฆ์เป็นผู้ปฏิบัติดีอยู่ในศีลธรรม ย่อมพิจารณาผู้สมัครที่ดูแล้วเป็นคนดี ทั้งนี้ในศาสนาอิสลามนั้นมีคำกล่าวว่า การเมืองเปรียบเหมือนน้ำ คนเปรียบเหมือนปลา ปลาจะอยู่อย่างมีความสุข ต้องอยู่ในน้ำที่สะอาด คนจะอยู่ในสังคมที่ดี การเมืองก็ต้องมีความยุติธรรมด้วย เครื่องมือหนึ่งในการลดกิเลสคือศาสนา อิสลามจึงไม่แยกระหว่างนักบวชกับฆราวาส ทุกคนอยู่ในกฎเกณฑ์เดียวกัน

พรรคเก่าแก่และเป็นพรรคใหญ่ในแวงวงการเมืองไทยอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ ส่งรองหัวหน้าพรรคและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติมาเป็นตัวแทน ซึ่งขอไม่ตอบแบบฟันธง แต่โยนกลับไปให้คณะสงฆ์ ทั่วประเทศได้ร่วมกันปรึกษาหารือว่าจะเห็นอย่างไรประเด็นนักบวช ในศาสนาพุทธควรหรือไม่ที่จะมีสิทธิเลือกตั้ง และต้องย้ำว่าเรื่องนี้ค่อนข้าง ละเอียดอ่อน เวลานี้ตอบได้เพียงต้องการ ส่งเสริมให้ศาสนาพุทธมีบทบาทในการ ดูแลสังคมไทยเท่านั้น

ไฮไลท์สำคัญที่หลายคนสนใจตั้งแต่เริ่มประชาสัมพันธ์การจัดงานครั้งนี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป เป็นอีกคนที่กล่าวว่า โดยส่วนตัวเห็นด้วยหาก พระสงฆ์จะมีสิทธิเลือกตั้ง และสู้มา ตลอดตั้งแต่สมัยรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ที่หลายคนยกว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน แต่ก็ยังห้ามพระสงฆ์ใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเหตุผลของฝ่าย คัดค้านคือศาสนาพุทธนั้นยกพระสงฆ์ ไว้อยู่เหนือการเมือง ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญออกมาก็ต้องยอมรับ ถึงกระนั้นก็อาจเปลี่ยนแปลงได้หาก คณะสงฆ์มีมติร่วมกันผ่านกลไกทางการอย่างมหาเถรสมาคม

เกตินิคม กฤษณะเศรณี ตัวแทน จาก พรรครวมพลังประชาชาติไทยเปิดประเด็นชวนคิดว่า สังคมไทย รับได้หรือไม่ถ้าพระสงฆ์จะเป็น ผู้ซักถามและถูกซักถามในรัฐสภา นอกจากนี้หากสังเกตจากที่ผ่านมา แม้พระสงฆ์จะไม่มีสิทธิเลือกตั้งแต่ ก็เกี่ยวข้องกับการเมือง เช่น ถ่ายรูป คู่กับนักการเมืองบางคน แบบนี้เป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำหรือไม่ และหากให้สิทธิอย่างตรงไปตรงมา การเลือกข้างทางการเมืองของวัดและพระสงฆ์คงจะชัดเจนขึ้น โดยส่วนตัวยังไม่รับไม่ได้หากวัดและพระสงฆ์จะกลายเป็นหัวคะแนน เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อน

เช่น หากพระสงฆ์เป็นหัวคะแนน ให้กับผู้สมัคร สส. เมื่อผู้สมัครนั้นชนะเลือกตั้งก็อาจตอบแทนด้วยการสนับสนุนพระสงฆ์ลงสนามการเมืองท้องถิ่น นอกจากนี้เงินทองก็จะไหลไป สู่วัด ทั้งที่การทำบุญปกติชาวพุทธทำโดยความบริสุทธิ์ใจ สังคมไทยรับได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามในประเด็นความไม่เป็นธรรมกรณีพระสงฆ์ไม่มีสิทธิ์ได้เข้าไปเป็น สส. ในสภา ทั้งที่ สส. มีอำนาจลงมติออกกฎหมาย มาบังคับใช้กับพระสงฆ์ เรื่องนี้เห็นว่าควรมีบทบัญญัติเป็นการเฉพาะให้ พระสงฆ์สามารถมีส่วนร่วมเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับพระสงฆ์


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ