คอลัมน์: เลาะรั้วเกษตร: เกือบไป

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- ศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2562 00:00:05 น.
แว่นขยาย

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คณะของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกอบด้วยบิ๊กๆ ของหลายกระทรวง ได้แก่ รองนายกรัฐมนตรี พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วีระศักดิ์ โคว้สุรัตน์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ไพรินทร์ ชูโชติถาวร เดินทางไปตรวจราชการที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเครื่องบิน C130 ของ กองทัพอากาศ

หลังจากเครื่องบินขึ้นบินไปแล้วประมาณ 45 นาที เกิดใบพัดขัดข้อง จำต้องบินวนกลับมาลงที่ท่าอากาศยานทหารดอนเมือง เพื่อเปลี่ยนเครื่องบินเป็น CN 295 ของกองทัพบก เดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อ งานนี้ระหว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารบก พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ใครได้หน้า ใคร เสียหน้า ก็ว่ากันไป...

กระทรวงเกษตรฯ ก็มีเครื่องบินใช้ เป็นเครื่องบินที่อยู่ในความดูแลของ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ของ อธิบดีสุรสีห์ กิตติมณฑล ซึ่งมีเรื่องเครื่องบินขัดข้องให้หวาดเสียวอยู่เหมือนกัน

หวาดเสียวเรื่องแรก คือ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เฮลิคอปเตอร์ ฝึกบินของกรมฝนหลวงฯ เกิดอุบัติเหตุลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนครสวรรค์ 1 ใน 2 สนามบินของกรมฝนหลวงฯ (อีกสนามหนึ่ง อยู่ที่คลองหลวง ปทุมธานี) โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก แต่เครื่องบินเสียหาย เพราะลงจอดกะทันหันเครื่องกระแทกพื้นเกิดไฟไหม้

วันเดียวกันนั้น อธิบดี สุรสีห์ รีบออกแถลงการณ์ชี้แจง ว่า เฮลิคอปเตอร์ที่เกิดอุบัติเหตุนั้น เป็นเฮลิคอปเตอร์รุ่น AS 350B2 ขึ้นทำการฝึกบินในท่าฉุกเฉิน ซึ่งเป็นท่าฝึกบินในกรณีที่ต้องนำเครื่องลงจอดในภาวะฉุกเฉิน ฝึกบินอยู่ที่สนามบินนครสวรรค์ มีนักบินประจำเครื่อง 2 นาย และช่างประจำเครื่อง 1 นาย ระหว่างจะนำเครื่องลงจอด เครื่องเสียการทรงตัว นักบินไม่สามารถควบคุมเครื่องได้ ทำให้เฮลิคอปเตอร์กระแทกพื้นขณะเครื่องยังไม่หยุดทำงาน ทำให้เครื่องพลิกคว่ำ มีน้ำมันไหลออกมาปะทะความร้อนของเครื่องยนต์ จึงเกิดไฟไหม้

เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินเข้าให้ความช่วยเหลือดับเพลิงได้ทัน และนำเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายออกจากเครื่องได้ทันอย่างปลอดภัย

หวาดเสียวครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กฤษฎา บุญราช นำคณะเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวรวม 28 ชีวิต ไปร่วมงานเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้งประจำปี 2562 ที่สนามบินนครสวรรค์ โดยใช้เครื่อง CN235 ขึ้นจากท่าอากาศยานทหารดอนเมือง แต่ยังไม่ทันไปถึงสนามบินนครสวรรค์เกิดปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้องระหว่างจะนำเครื่องลง

นักบินไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับสนามบินได้ด้วยระบบของเครื่องบิน จึงบินวนรอบสนามบินและพยายามใช้โทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสารกับทางภาคพื้นดิน เพื่อให้ช่วยดูว่าล้อของเครื่องบินกางออกสมบูรณ์หรือไม่ เมื่อได้รับคำตอบจากภาคพื้นดินว่าล้อกางออกแล้ว จึงได้นำเครื่องลง และเบรก ยางที่กระแทกพื้นและเสียดสีกับพื้นสนามบินจึงระเบิดออกเป็นรูปกากบาท แต่ผู้โดยสารทุกคนปลอดภัย

รัฐมนตรี กฤษฎา บอกกับผู้สื่อข่าวว่าไม่กลัว แต่คิดว่าจริงๆ ท่านก็คงหวาดเสียวเหมือนกัน และคงไม่กล้าใช้บริการเครื่องบินเกษตรไปอีกนาน แต่วันนั้นผู้สื่อข่าวไปด้วยจำนวนมากจึงต้องจำใจกลับเครื่องบินเกษตรเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนลำใหม่

เปิดเข้าไปดูในเว็บไซต์ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พบว่า กรมฝนหลวงฯ มีเครื่องบินอยู่หลายลำ และมีเครื่องบินอยู่ 2 ประเภท คือเครื่องบินปีกตรึง มีอยู่ 31 ลำ 5 รุ่น คือ Porter PC-6/B2H2 1 เครื่องยนต์จำนวน 3 ลำ Cessna Caravan 1 เครื่องยนต์ จำนวน 10 ลำ Casa 2 เครื่องยนต์ จำนวน 13 ลำ CN235-220 2 เครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ และ Super King Air 350B 2 เครื่องยนต์ จำนวน 3 ลำ

อีกประเภทหนึ่งคือ เครื่องบินปีกหมุน หรือ เฮลิคอปเตอร์ มีอยู่ 5 รุ่น ประกอบด้วย Ecureuil AS 350B 1 เครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ Bell 206B 1 เครื่องยนต์ จำนวน 3 ลำ Bell 412 EP 2 เครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ Bell 412 EP 1 เครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ และ Bell 407GXP 1 เครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ

แต่ละลำอายุการใช้งานนานแค่ไหนไม่ได้ระบุ แต่กรมฝนหลวงฯ มีนักบินรุ่นใหม่ ที่อายุยังน้อยอยู่จำนวนไม่น้อย การฝึกฝน ประสบการณ์ของนักบินก็เป็นองค์ประกอบสำคัญ และการดูแลบำรุงรักษาเครื่องบิน ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

ภารกิจของกรมฝนหลวง ไม่ได้มีเพียงการทำฝนเพื่อการเกษตร ยังมีภารกิจพิเศษ อื่นๆ อีกมาก เช่น การทำฝนเพื่อสลายฝุ่น PM2.5 และการปฏิบัติภารกิจของผู้บริหาร กระทรวงเกษตรฯ

ทำบุญเลี้ยงพระเพื่อสิริมงคลของฝูงบินกันหน่อย ดีไหมครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง