คอลัมน์ทันโลกทันเหตุการณ์ กับแพทยสภา: ข้อเท็จจริงและข้อพิจารณาก่อนการผ่าตัดรักษาไอจามปัสสาวะเล็ด

ข่าวทั่วไป 9 มีนาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผศ.นพ.ภควัฒน์ ระมาตร์

สาขาวิชาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา ภาควิชาศัลยศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary incontinence) สามารถพบได้ ร้อยละ 30-40 ในประชากรเพศหญิงภาวะไอจามปัสสาวะเล็ด(Stress urinary incontinence) เป็นหนึ่งในปัญหาดังกล่าวที่พบได้บ่อยที่สุดซึ่งส่งผล ต่อคุณภาพชีวิตและการเข้าสังคม แต่ไม่ทำให้เกิดความรุนแรงถึงชีวิต ซึ่งการรักษาหลักในปัจจุบันยังคงเป็นการผ่าตัดนับตั้งแต่อดีต มีการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดอย่างมากมาย ในปี ค.ศ.1995 ได้เริ่มมีการนำแผ่นตาข่ายสังเคราะห์มาช่วยในการผ่าตัดใส่ผ่านทางช่องคลอด (synthetic mesh) มีการติดตามผลการรักษาในระยะต่อๆ มา พบว่าช่วยให้ผู้ป่วยหายหรือดีขึ้นจากภาวะดังกล่าว มากกว่าร้อยละ 70 การผ่าตัดดังกล่าวจึงเป็นที่นิยมทำ มากขึ้นเรื่อยๆ ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากสามารถทำได้ง่าย เจ็บปวดน้อยและฟื้นตัวไวแต่ในปัจจุบัน พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดใส่แผ่น ตาข่ายสังเคราะห์ไปแล้ว ร้อยละ 10 เริ่มมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น และมากขึ้น เรื่อยๆ ได้แก่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นๆ หายๆ ปัสสาวะออกลำบาก ปัสสาวะราดจากกระเพาะปัสสาวะทำงานไวเกิน ปวดเจ็บอุ้งเชิงกรานหรือขาหนีบเรื้อรัง แผ่นตาข่ายสังเคราะห์ทะลุเข้าไปในท่อปัสสาวะ กระเพาะ ปัสสาวะทำงานบกพร่องจนส่งผลให้ไตวาย และอื่นๆ อีกมากมาย ส่งผลให้ คุณภาพของผู้ป่วยแย่ลงอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนผ่าตัด นอกจากนี้การแก้ไขสามารถทำได้ยากและผลการรักษามักจะออกมาไม่ดี ในปี ค.ศ.2008 องค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา ได้ออกคำเตือนครั้งแรกเกี่ยวกับปัญหาจากการผ่าตัดใส่แผ่นตาข่ายสังเคราะห์ทางช่องคลอดซึ่งพบได้มากขึ้นเรื่อย และมีคำเตือนออกมาอีกหลายครั้ง ปี ค.ศ.2015 สหภาพยุโรปได้ออก คำเตือนเช่นเดียวกันจนกระทั่งปี ค.ศ.2017 และ 2018 ประเทศออสเตรเลีย และอังกฤษ ได้ประกาศห้ามทำการผ่าตัดใส่แผ่นตาข่ายสังเคราะห์ผ่านทาง ช่องคลอด และให้กลับมาทำการติดตามศึกษาโดยละเอียด สำหรับ ในประเทศไทยยังไม่มีการประกาศระงับใช้อุปกรณ์ดังกล่าว แต่เริ่มพบว่ามีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมีปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาใดดีไปกว่าการผ่าตัด ดังนั้นหากแพทย์ได้ทำการตรวจประเมินเลือกผู้ป่วยและเลือกวิธีการผ่าตัดอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการผ่าตัดเพื่อหลีกเลี่ยง และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนภายหลังการผ่าตัด การเลือกผู้ป่วยก่อนการผ่าตัดจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยผู้ป่วยที่มีภาวะไอจามปัสสาวะเล็ด ร่วมกับประวัติที่สงสัยว่ากระเพาะปัสสาวะอาจจะมีการทำงานที่ผิดปกติ ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีปัญหากระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง ปัสสาวะเป็นเลือด เคยได้รับการฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกราน เคยได้รับการผ่าตัดเนื้องอกในอุ้งเชิงกราน กระบังลมหย่อนมาก มีการทำงานหรือโรคที่ เกี่ยวข้องกับระบบประสาทบกพร่อง เช่น เบาหวานที่ทำให้ระบบประสาท ผิดปกติ กระดูกไขสันหลังทรุดหรือเคลื่อน จำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมิน อย่างละเอียด และคุยกับแพทย์ผู้ให้การรักษาถึงผลดีผลเสียที่จะเกิดขึ้น แนวทางแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนเมื่อผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดใส่แผ่นสังเคราะห์ผ่านทางช่องคลอดเพื่อแก้ไขภาวะไอจามปัสสาวะเล็ด แล้วสงสัยว่าตนเองอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น ควรกลับไปปรึกษาแพทย์ที่ได้ทำการผ่าตัด เพื่อให้การตรวจประเมินและแก้ไขอย่างเหมาะสม สำหรับในอนาคตจำเป็นต้องมีแนวทางการประเมินผู้ป่วยที่ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น กว่าเดิม มีการพัฒนายาหรือเทคนิคการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพและผล ข้างเคียงน้อย ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยง่าย เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีภาวะไอจามปัสสาวะเล็ดได้รับการดูแลรักษาที่ดีที่สุด ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นตาม เป้าหมายของการมารับการรักษา


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ