ก.เกษตรแนะทางเลือกบริหารทรัพยากรน้ำสืบสานพระราชปณิธาน'ในหลวงรัชกาลที่9'

ข่าวทั่วไป 13 มีนาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานเสวนาวิชาการหัวข้อ "ทางเลือกการจัดการน้ำแบบบูรณาการ" ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ว่า กระทรวงเกษตรฯมีนโยบายสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และแก้ปัญหาลุ่มน้ำ แบบบูรณาการที่สอดคล้องกับภูมิสังคมและ สิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริบทสังคม วิถีชีวิตของประชาชน และเข้าใจหลักวิชาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ดังนั้น จึงจัดเสวนาดังกล่าวขึ้น โดยมีผู้แทนจากจากกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคการศึกษา และตัวแทนเกษตรกรประมาณ 150 คน ร่วมคิดร่วมทำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อแก้ปัญหาด้านน้ำอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และทุกฝ่ายยอมรับนำไปสู่การแก้ปัญหาในพื้นที่ และระดับลุ่มน้ำอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ได้นำเสนอทางเลือกบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.โครงการระบบเก็บกักน้ำในถ้ำตามแนวพระราชดำริ (ถ้ำห้วยลึก) บ้านห้วยลึก หมู่ที่ 7 ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมอบให้มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับกรมชลประทาน พิจารณาแนวทางเก็บกักน้ำในถ้ำ เพื่อใช้สนับสนุนการเกษตร ในพื้นที่ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึกจัดสรรให้ราษฎรทำกิน โดยใช้ทรัพยากรน้ำในพื้นที่อย่างคุ้มค่า มีการศึกษาสภาพน้ำใต้ดินในเขตพื้นที่โครงการก่อนดำเนินโครงการ และหลังดำเนินโครงการแล้วสร้างเขื่อนคอนกรีตด้วยการปิดด้านหน้าถ้ำเพื่อเก็บกักน้ำในถ้ำ โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ด้านวิศวกรรม ความคุ้มค่าประหยัด และการใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าว เป็นทาง เลือกหนึ่งของการพัฒนาแหล่งน้ำ ที่ไม่ส่งผลกระทบ ต่อที่ดินของราษฎรในเขตโครงการที่อาจจะถูกน้ำท่วมเหนืออ่างเก็บน้ำได้

2.การบริหารจัดการน้ำด้วย "ธนาคารน้ำใต้ดิน" เป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม น้ำขัง โดยการขุดหลุมลักษณะ ก้นครก เพื่อจัดกักเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาช่วงฤดูฝนลง สู่ใต้ดิน เป็นการกักเก็บน้ำ รักษาความชุ่มชื้นให้ผิวดินที่แห้งแล้ง ทำให้ต้นไม้บริเวณนั้น อุดมสมบูรณ์ เมื่อมีฝนตกหนักก็มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใต้ดิน เหมือนเป็นการฝากน้ำไว้แล้วค่อยถอน(สูบ) เอามาใช้ช่วงหน้าแล้ง เป็นการแก้ปัญหาบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และ3. การออกแบบการจัดการน้ำตามภูมิสังคม โดย ยกตัวอย่าง "โคก หนอง นา โมเดล" ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบที่ได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้านการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้บริหารจัดการน้ำและพื้นที่เกษตรให้สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม อาทิ การเก็บกักน้ำไว้ในหนอง เก็บน้ำไว้บนโคก และเก็บน้ำไว้ในนา ไว้ใช้ในหน้าแล้ง และรับน้ำช่วงน้ำหลาก ทั้งนี้ คันนา คือ เขื่อนของชาวนา เป็นภูมิปัญญาบรรพบุรุษ ซึ่งในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงแนะนำให้คนไทยอย่าทิ้งภูมิปัญญาไทย

"นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกบริหารจัดการน้ำอื่นๆ อีกมากมาย ที่เชิญมานำเสนอครั้งนี้เป็น ตัวอย่างที่ดำเนินการแล้วมีผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมทั้งโครงการพระราชดำริที่ทรงทำไว้ให้ดูในหลายพื้นที่ โครงการที่ภาคศาสนาดำเนินการ และโครงการที่ภาคประชาชนร่วมกับภาควิชาการและเอกชน สิ่งสำคัญที่สุด คือ กระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และชาวบ้านร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อบูรณาการจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป" นายวิวัฒน์ กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ