คอลัมน์ซุบซิบ..กทม.

ข่าวทั่วไป 19 มีนาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ไผ่ฎำ ได้รับคำชมไปเรียบร้อยสำหรับ ช่อทิพย์ สิทธิกูล ผอ.เขตคันนายาว หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้ในพื้นที่ 3 ครั้ง เดือนเดียวติดต่อกัน และผอ.เขตรีบประสานงานพร้อมลงไปดูแลความเดือดร้อนของ ผู้ประสบภัยในทันทีทันใด แม้จะเป็นการไหม้กองขยะก็บัญชาเข้มให้เทศกิจ แก้ไขเร่งด่วน หนำซ้ำชาวบ้านที่เดือดร้อนเกรงผลกระทบต่างบอกว่า ประทับใจที่ได้แลเห็น ผอ.เขต ถึงจะไม่ได้คุยโดยตรงก็รู้สึกอุ่นใจ ไม่เดียวดาย ยิ่งกว่านั้นด้วยคำพูดที่ว่า "เขตไม่ทอดทิ้ง" ก็ยิ่งเป็นยาชูกำลัง ที่ดีต่อประชาชนผู้หวาดผวาให้สามารถเตรียมรับสถานการณ์เลวร้ายได้อย่างเข้มแข็งหากเกิดเห็น "ชะตาทราม" ขึ้น นี่คือข้อความของจดหมายน้อยซึ่งชื่นชม ผอ.เขต คันนายาว มา...

พูดตามเนื้อผ้า ผอ.เขตคันนายาวคนปัจจุบันท่านมีมนุษยสัมพันธ์ดีมากคนหนึ่งที่ "ไผ่ฎำ" เจอมา จึงไม่แปลกถ้าสิ่งที่ประชาชนอธิบายอย่างสั้นๆ จะเป็น เช่นนั้น และผอ.เขตที่เป็นสตรีเพศลักษณะดังกล่าวก็มีอยู่หลายคน ทว่าน่าเสียดายบางคนก็จะเกษียณไปช่วงสิ้นปีนี้...

มีการห่วงใย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เนื่องจากหลายคนบอกว่า แม้มีรองผู้ว่าฯกทม.ครบก็เหมือนมีไม่ครบ คงมีแค่ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม เท่านั้นที่ทุบโต๊ะได้ว่า "เพื่อนตาย" ว่ากันว่าวลีเปรียบเทียบดังกล่าวดูคล้าย ๆ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เองก็จะอธิบายเยี่ยงนั้น เช่นกัน เพราะประโยคได้ใจความที่ท่านเคยเปรี้ยงปร้างลงไปดุจเป็น "ปริศนาลางคิดนึก" รับรู้ทั่วหน้า คือ "จักกพันธุ์ ก็ต้องไปพร้อมผม"ข้าราชการหลายคนบอกสุดกินใจไม่น้อย...

วิพากษ์วิจารณ์ตั้งข้อสงสัย ลั่นว่า กรณีที่ กกต.ใช้งบเดินทางไปตรวจงานเลือกตั้งต่างประเทศนั้น เป็นการใช้งบที่ค่อนข้างสิ้นเปลือง เพราะโดยหลักแล้วเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ ของกระทรวงการต่างประเทศที่ประจำอยู่ต่างประเทศเขาสามารถปฏิบัติงาน แทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการไปตรวจงานแค่ 2-3 ประเทศ แล้วประเทศอื่นๆ ที่มีคนไทยอยู่จำนวนมากทำไมไม่ไป หรือที่ไปก็แค่เพื่อต้องการสุ่มสรุปเอา...

ที่สำคัญถ้า กกต.เก็บนำงบส่วนนั้น มาใช้ในการเลือกตั้งทั่วไปด้วยการให้ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (นอกเหนือจากค่าตอบแทนประจำเต็นท์ เพียงไม่กี่คน) เช่น กทม. 30 หน่วยเลือกตั้ง กกต.จ่ายค่าตอบแทนประจำเต็นท์ให้แค่ 4-5 คน ขณะที่ พนักงาน ลูกจ้าง รปภ.เจ้าหน้าที่ คอยบริการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ไปเลือกตั้งกลับไม่ได้รับค่าตอบแทน เลย โดยหลัก กกต.ต้องรับผิดชอบทั้งหมด ไม่ใช่ปล่อยให้ กทม.เป็น"วณิพก" ไปตายเอาดาบหน้า ซึ่งเรื่องนี้สร้างความกดดันให้กับ ทุกหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น ดังนั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์จึงข้องใจว่า เหตุที่ กกต.ไม่จ่ายค่าตอบแทนให้คนทำงานตรงนั้นทั่วถึง เพราะคนพวกนั้นอาสา หรือพวกเขามีกิน มีใช้ เหลือใช้อยู่แล้วชนิดเหลือเฟือ และถ้าไม่มีคนพวกนั้นคอยช่วย การจัดการเลือกตั้ง กกต.ประสบผลหรือไม่ ดังนั้นการใช้งบเดินทางไปตรวจงานการเลือกตั้งในต่างประเทศของ กกต.น่าจะเก็บไว้สำหรับซื้อข้าวซื้อน้ำ ซื้อยาดม ยาลมให้เจ้าหน้าที่ประจำเต็นท์จะไม่ดีกว่าหรือ นี่คือเสียงประชาชน...


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ