คอลัมน์: LIFE & HEALTH: ตรวจสุขภาพตาห่างไกลภัยเงียบ...ต้อหิน

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 20 มีนาคม 2562 00:00:46 น.
ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์
ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

"โรคต้อหิน" (Glaucoma) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของขั้วประสาทตาที่มีเส้นใยประสาทนับล้านเส้นเกิดความเสียหาย และความดันในลูกตาสูงผิดปกติ จนส่งผลทำลายเส้นใยประสาท ซึ่งมีหน้าที่ในการส่งข้อมูลเกี่ยวกับการมองเห็นจากลูกตาไปยังสมองเพื่อทำการประมวลเป็นภาพ ส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียลานตาและการมองเห็นได้

ข้อมูลจาก นพ.บุญส่ง วนิชเวชารุ่งเรือง นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านจักษุวิทยาฯ โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ผู้ป่วยโรคต้อหินและโรคตาบอดที่เกิดจากต้อหินในประเทศไทย มีผู้ป่วยแล้ว ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน ซึ่งถือได้ว่าเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่ใหญ่มากที่สำคัญ คือ มากกว่า 80% ของผู้ป่วยที่เป็นต้อหิน ไม่ทราบมาก่อนว่าตนเองเป็นโรคต้อหิน และนอกจากนี้ ผู้ป่วย 9 ใน 10 ราย มักไม่มีอาการแสดง กว่าจะรู้ตัวและตรวจพบ เส้นประสาทตา ก็ถูกทำลายไปมากแล้ว ส่วนมากพบใน ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ขึ้นไป มากกว่าผู้ชาย 3 เท่า ควรตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์เป็นประจำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต้อหิน คือ

1.อายุที่มากกว่า 40 ปี 2.ความดันในลูกตาสูง 3.ประวัติครอบครัวที่เคยเป็นโรคต้อหิน
4.สายตาสั้นมากหรือยาวมาก 5.ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง
6.ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน
7.ผู้เคยได้รับอุบัติเหตุที่ลูกตา มาก่อน

โรคต้อหินชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด คือ ต้อหินชนิดเรื้อรัง (Chronic glaucoma) หรือ ต้อหินปฐมภูมิ (Primary glaucoma) โดยจะ สูญเสียการมองเห็นบริเวณรอบนอกของลานสายตา การมองเห็นจะแคบลงจนเสมือน มองผ่านท่อ เมื่อเกิดจุดบอดขึ้นในลานสายตาของผู้ป่วยและขยายตัวขึ้น ทำให้ ผู้ป่วยมีขอบเขตในการมองเห็นแคบลง หากรักษาไม่ทันการณ์ ผู้ป่วยอาจสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้

และต้อหินอีกชนิดที่พบได้น้อยกว่า คือ ต้อหินชนิดเฉียบพลัน (Acute angle closure glaucoma) ซึ่งจะทำให้ตามัวลง ตาแดง มีอาการปวดตาอย่างรุนแรง เนื่องจากความดัน ในลูกตาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

การรักษาโรคต้อหินนั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากโรคนี้ทำให้ประสาทตาถูกทำลายอย่างถาวร การรักษา จึงทำได้เพียงประคับประคองเพื่อไม่ให้ประสาทตา ถูกทำลายไปมากกว่าเดิม และคงการมองเห็นของผู้ป่วยในนานที่สุด

ปัจจุบันวิธีการรักษาโรคต้อหินมีด้วยกัน 3 วิธี คือ

การรักษาด้วยยา เพื่อลดความดันตา ให้อยู่ในระดับที่ประสาทตาไม่ถูกทำลายมากขึ้น โดยผู้ป่วยจำเป็นต้องหยอดยาอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง และตรวจอาการกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามผล และป้องกันผลข้างเคียงจากยา

การรักษาด้วยการใช้เลเซอร์ โดยประเภทของเลเซอร์จะขึ้นอยู่กับชนิดของต้อหินและระยะของโรคที่เป็นของผู้ป่วย

การรักษาด้วยการผ่าตัด เป็นการผ่าตัดทำทางระบายสำหรับน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาใหม่เพื่อลดความดันในตา ใช้รักษาในกรณีที่การรักษาด้วย 2 วิธีแรกไม่สามารถควบคุมความดันของดวงตาได้

การดูแลตัวเอง หลังจากทำการรักษาแล้วผู้ป่วยต้องดูแลตัวเองด้วยการ ใช้ผ้าปิดตาประมาณ 2-4 สัปดาห์ ด้วยการให้ ญาติหรือผู้ดูแลเช็ดตาข้างที่ผ่าตัดอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ขณะอาบน้ำระวังไม่ให้น้ำเข้าตา ระมัดระวังไม่ให้ให้ฝุ่นละอองเข้าตาและห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด และมาตรวจติดตาม ผลการรักษาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

เมื่อสามารถเปิดผ้าปิดแผลได้แล้วควรดูแลตัวเองด้วยการสวมแว่นตากันแดดเมื่อออกกลางแจ้ง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้สีต่างๆ โดยเปลี่ยนชนิดของอาหารให้ หลากหลายอยู่เสมอ หรืออาจรับประทาน วิตามินบีรวมในรายที่ไม่สามารถทานผักผลไม้ได้ ต้องป้องกันและควบคุมโรคประจำตัวให้ดี โดยเฉพาะโรคที่จะสร้างปัญหาให้กับตา เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันสูง ไขมัน ในเลือดสูง และหากมีความผิดปกติกับดวงตา ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์ทันที

โดยศูนย์จักษุแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถีได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วยที่ประสบปัญหาสุขภาพทางตาประมาณ 700 ราย/เดือน ซึ่งศูนย์จักษุแพทย์ รพ.ราชวิถี เป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดของกระทรวงสาธารณสุข เปิดดำเนินการมานานกว่า 35 ปี อบรมสร้างจักษุแพทย์ไปช่วยดูแลสุขภาพตา ประชาชนทั่วประเทศ และยังเป็นศูนย์รักษาโรคตาที่ทันสมัย โดยมีอาจารย์แพทย์ที่เชี่ยวชาญทางจักษุวิทยาครบทุกสาขา เป็นศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellent center) ทางจอประสาทตา และเป็นศูนย์รับส่งต่อสำหรับโรคตาที่มีความยากซับซ้อนจากทั่วประเทศของกระทรวงสาธารณสุข แต่ทั้งนี้ทางศูนย์จักษุ โรงพยาบาลราชวิถี ยังมีเครื่องมืออุปกรณ์ค่อนข้างจำกัด และยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในการรักษา

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับ อาคาร ศูนย์การแพทย์ ราชวิถี โดยสามารถร่วมบริจาค ได้ที่ ชื่อบัญชี "เงินบริจาคของโรงพยาบาลราชวิถี" หมายเลขบัญชี 051-276128-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาล ราชวิถี หรือ บริจาคเข้าบัญชี "ศูนย์การแพทย์ราชวิถี ในมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี" ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาล ราชวิถี หมายเลขบัญชี 051-2-69056-1 หรือ http://www.rajavithihospital foundation.org

ข่าวที่เกี่ยวข้อง