คอลัมน์: รักษ์เกษตร: ข้อควรคำนึงของการให้ปุ๋ยทางใบ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 26 มีนาคม 2562 00:00:36 น.
นาย รัตวิ
คำถาม ผมอยากทราบว่า การให้ปุ๋ยทางใบมีข้อควรคำนึงอย่างไร ที่จะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดครับ
อภิเดช เดชานุการกิจ
อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
คำตอบ

การให้ปุ๋ยทางใบ มีต้นทุนเรื่องแรงงาน เวลา และต้นทุนเรื่องปุ๋ย การให้ปุ๋ยแต่ละครั้ง ควรคำนึงถึงความต้องการที่ แท้จริงของพืช และวิธีการให้จะต้องให้อย่างไรด้วย เพื่อให้พืชสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการทำเกษตรอีกทางหนึ่ง

การให้ปุ๋ยทางใบให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีแนวทางดังนี้1. ให้ได้เฉพาะปุ๋ยทางใบ หรือสารอาหารที่สามารถให้ทางใบเท่านั้น เช่น ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยเกล็ด น้ำหมักชีวภาพ กรณีปุ๋ยเม็ด หรือปุ๋ยแข็ง ไม่สามารถนำมาละลายน้ำ เพื่อให้ทางใบได้

2. ศึกษาการใช้ปุ๋ยอย่างละเอียดเนื่องจากความเป็นกรดและด่าง อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อพืช การให้ปุ๋ยทางใบที่มีความเข้มข้นที่สูงเกินไป อาจทำให้เกิดอาการใบไหม้ตามขอบใบได้

3. ต้องให้น้ำพืชก่อนเสมอ เพื่อให้พืชไม่อยู่ในภาวะที่ขาดน้ำ
4. ควรผสมน้ำให้เข้ากันดีก่อน จึงสามารถนำมาฉีดพ่นให้กับพืช และไม่ควรผสมปุ๋ยทางใบในปริมาณที่เข้มข้นเกินกว่าคำแนะนำ

5. การแพร่ของปุ๋ยทางใบ จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในช่วงเวลาที่มีแสงแดด ต้องให้ปุ๋ยทางใบในช่วงที่มีแสงแดดอ่อนในช่วงเช้า เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด หากเป็นช่วงที่แดดจัดมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการไหม้ของใบ ส่วนในเวลากลางคืนนั้น พืชก็สามารถดูดซึมปุ๋ย หรือสารอาหารทางใบได้ เพียงแต่ประสิทธิภาพจะลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากอุณหภูมิ ความเข้มของแสงที่ไม่สูงเกินไป ความชื้นสัมพัทธ์ ความชื้นในดินพอเหมาะ และใบพืชมีความเต่ง เพราะอัตราการดูดน้ำของรากสมดุลกับอัตราการคายน้ำ เมื่อใบพืชมีความเต่ง ไขและที่เคลือบผิวของใบจะมีลักษณะฟู ยอมให้ตัวสารละลายผ่านได้ง่าย ในขณะเดียวกัน ถ้าพืชขาดน้ำ จะทำให้ใบพืชสูญเสียความเต่ง ไขและที่เคลือบผิวของใบแฟบลงและแน่น ทำให้สารละลายผ่านยาก ดังนั้น การให้สารอาหารพืชทางใบในขณะที่ใบพืชเต่งนั้น จะมีอัตราการดูดสารอาหารเข้าไปใช้ได้สูง

6. การฉีดพ่นเพื่อให้ปุ๋ยทางใบควรให้สัมผัสกับทุกส่วนของพืช โดยให้ทุกส่วนเปียกชุ่มให้นานที่สุด ควรให้น้ำกับพืชก่อน หรือหากฝนตกสามารถให้ปุ๋ยทางใบกับพืชหลังฝนตกทันที เพื่อให้ใบนั้นเปียกนานที่สุด สามารถดูดซึมอาหารไปใช้ได้มาก หากใช้สารจับใบ จะเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมได้มากขึ้น

7. ใบพืชที่มีอายุน้อย สามารถดูดสารละลายธาตุอาหารได้ดีกว่าใบพืชที่แก่กว่า เพราะใบอ่อนมีการสะสมสารเคลือบผิว และสารคิวตินยังไม่หนามาก จึงทำให้สารละลายธาตุอาหารเคลื่อนที่ผ่านได้เร็วกว่าใบแก่

8. ปริมาณธาตุอาหารหลักในพืชมีผลต่อความสามารถในการดูดซับธาตุอาหารเสริม ทั้งทางใบและทางราก เช่น การมีไนโตรเจนในปริมาณเพียงพอ จะส่งเสริมการดูดสารแมงกานิส ทั้งทางใบและทางราก

9. เพิ่มประสิทธิภาพด้วยสารจับใบสามารถทำได้จากน้ำสบู่ เพราะสารจับใบจะช่วยลดแรงตึงผิวของน้ำ ช่วยเพิ่มการแพร่กระจายของสารละลายกับผิวใบ ทำให้เพิ่มพื้นที่สัมผัส ผิวใบจึงเปียกอย่างทั่วถึง

การให้ปุ๋ยทางใบ เป็นให้สารอาหารทางใบ โดยจะให้สารอาหารกับพืชเพิ่มขึ้น จากที่ระบบรากหาได้ การให้โดยตรงที่ใบ จะทำให้อัตราการสังเคราะห์แสงเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็น กระบวนการสังเคราะห์แสงที่เพิ่มขึ้น จะช่วยกระตุ้น ให้พืชดูดน้ำมากขึ้น ทำให้ระบบรากนำพาสารอาหารเข้าไปในลำต้นมากขึ้นด้วย และการสังเคราะห์แสงเพิ่มขึ้นอีก คล้ายปฏิกิริยาลูกโซ่ จึงส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น และนอกจากนี้ ยังสามารถให้ทางรากได้ด้วย เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้พืชดูดสารอาหารทางรากมากขึ้น และลดข้อจำกัดของระบบรากในพืช แต่ปริมาณสารอาหารส่วนใหญ่ จำเป็นต้องมาจากระบบราก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น นะครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง