ข่าวอินโฟเควสท์
17:37 รัฐบาลญี่ปุ่นเล็งควบคุมบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หวั่นเอาเปรียบผู้ขายสินค้าออนไลน์   แหล่งข่าวเปิดเผยในวันนี้ว่า คณะทำงานเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่…
15:58 จีนเผยการค้าและการลงทุนกับญี่ปุ่นขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาสแรก   กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า จีนและญี่ปุ่นมีการขยายตัวด้านการค้าและกา…
15:06 จีนพิจารณากฎหมายจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เสียหายจากการฉีดวัคซีน   จีนวางแผนที่จะออกกฎหมายเกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบร้ายแรง…
13:00 เกิดเหตุระเบิดบริเวณสถานีตำรวจในเมืองดาเวาของฟิลิปปินส์   สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณสถานีตำรวจในเมืองดาเวา ทางตอนใต้ของฟ…
11:11 "รอสเนฟท์"เตือน เล็งห้าม"รอยเตอร์"ในรัสเซียทำข่าวช่วยเวเนซุเอลาเลี่ยงการคว่ำบาตรของสหรัฐ   รอสเนฟท์ ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย เปิ…

'ศิริ'ปลื้มอันดับพลังงานไทยดีขึ้น ตอกย้ำความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 26 มีนาคม 2562 00:00:21 น.

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังร่วมงาน "อาเซียนกับการเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต"ว่าจากการจัดอันดับของ World Economic Forum(WEF) หรือสภาเศรษฐกิจโลก ที่เป็นการวัดความพร้อมของระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตในปี 2562 ประเทศไทยได้รับลำดับที่ดีขึ้นจาก 54 มาอยู่ที่ลำดับ 51 จากการจัดลำดับทั้งหมด 115 ประเทศ แต่ในภูมิภาคอาเซียนนี้ยังตามหลังประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย อยู่ เนื่องจากความพร้อมทางด้านบุคลากร กฎหมายและการจัดการที่เป็นระบบมากกว่า เนื่องจาก ทั้ง 2 ประเทศนี้ มีพื้นที่ของประเทศเล็กกว่าไทย จึงทำให้การจัดการทั่วถึงมากกว่า

"การจัดอันดับครั้งนี้ประเมินจากปัจจัยหลักประมาณ 5 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านโครงสร้างด้านพลังงานโดยรวมของประเทศ 2.การลงทุนใหม่ๆ 3.ประสิทธิภาพของการกำกับดูแล 4.การเตรียม ความพร้อมของบุคลากรด้านพลังงาน และ 5.การพัฒนาที่ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิงคโปร์เป็นเกาะ พื้นที่ไม่กว้างการบริหารด้านพลังงานจึงครอบคลุมมากกว่า จึงสามารถเปิดให้มีการแข่งขันผลิตไฟฟ้าแบบเติร์ดปาร์ตี้ได้และให้ประชาชนเลือกใช้เองตามความพึงพอใจ ขณะที่ประเทศไทยมีพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญอยู่มาก จึงต้องมีหน่วยงานกลางผลิตไฟฟ้าเพื่อส่งไปยังพื้นที่ดังกล่าวอยู่" นายศิริ กล่าว

ทั้งนี้เชื่อว่าการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พีดีพี 2018) ฉบับใหม่นี้จะส่งผลให้ลำดับของประเทศไทยนั้นสูงขึ้นอีกแน่นอน เนื่องจากมีการเพิ่มความสัมพันธ์ด้านพลังงานกับประชาชนมากขึ้น ทั้งการเปิดโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) ภาคประชาชน ที่ตามแผน 10 ปี จะมีกำลัง การผลิต 10,000 เมกะวัตต์ จะส่งผลให้การมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านพลังงานเพิ่ม จาก 0% เป็น 10% และการเพิ่มใช้พลังงานหมุนเวียนที่ปลายแผน 20 ปี จะอยู่ที่ 30% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 14% ทั้งนี้พีดีพียังกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าที่มั่นคง และการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศที่คงที่กว่า 60% ตลอดระยะเวลา 15%

นายโรแบรโต้ บาคคา ประธานด้านพลังงานและผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตและกรรมการบริหาร WEF กล่าวว่า ชาติในกลุ่มประเทศอาเซียนจะมีบทบาทสำคัญต่อการเป็นผู้นำระดับภูมิภาคระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต และจะเป็นชาติที่มีความพร้อมในการปฏิบัติการดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการ เริ่มแนวทางการกำหนดนโยบายพลังงานใน รูปแบบใหม่ๆ และการหาพันธมิตรความร่วมมือ ทางพลังงานซึ่งถือได้ว่าชาติในอาเซียนอยู่ในตำแหน่งที่ดี ที่แสดงความเป็นผู้นำในการ ผลักดันกลยุทธ์ระดับประเทศและระดับภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง