อัดงบลงทุน7.5พันล้านลุยนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์เฟสแรก

ข่าวเศรษฐกิจ 28 มีนาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

วันที่ 27 มีนาคม 2562 ได้มีพิธีลงนามในข้อตกลงขอรับการสนับสนุนทางการเงิน ระหว่างบริษัทจีจีซี เคทิส ไบโออินดัสเตรียล (GKBI) กับธนาคารกรุงไทย ในวงเงิน 5,200 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์เฟสแรก บริษัทจีจีซี เคทิส ไบโออินดัสเตรียล (GKBI) เป็นบริษัทร่วมทุนในสัดส่วน 50 ต่อ 50 ระหว่างบริษัท เคทิส ไบโอเอทานอล (KTBE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น หรือกลุ่ม KTIS ถือหุ้น 100% กับบริษัทจีจีซี ไบโอเคมิคอล ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล หรือ GGC

นายเสกสรร อาตมางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัทโกลบอลกรีนเคมิคอล หรือ GGC กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัท ได้อนุมัติให้ลงทุนก่อสร้างไบโอคอมเพล็กซ์ ซึ่ง GGC เป็นผู้ถือหุ้น 100% วงเงินลงทุนก่อสร้างไม่เกิน 7,500 ล้านบาท ใช้เงินทุนจากการกู้ 5,200 ล้านบาท ที่เหลือมาจากเงินลงทุนของกลุ่ม GGC และกลุ่ม KTIS

โดยมีแผนเริ่มก่อสร้างเดือนพฤษภาคมนี้ และดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1/2564 แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เป็นโครงการก่อสร้างโรงหีบอ้อย กำลังการผลิต 24,000 ตันต่อวัน โครงการก่อสร้างโรงผลิตเอทานอล กำลังการผลิต 600,000 ลิตรต่อวัน หรือประมาณ 186 ล้านลิตรต่อปี และ โรงผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ กำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้า 85 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 475 ตันต่อชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการลงทุนต่อยอดการผลิตเคมีภัณฑ์และพลาสติกชีวภาพในระยะที่ 2 ต่อไปจะร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศศึกษาการนำชานอ้อยมาสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพหรือวัสดุที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าหมายให้โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์เป็นไบโอฮับครบวงจรแห่งแรกของไทย เป็นการต่อยอดอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศอย่างเต็มรูปแบบ

ส่วนการลงทุนโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ระยะที่ 2 จะใช้วงเงินลงทุน 1-3 หมื่นล้านบาทนั้นอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน รวมถึงการหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเจ้าของเทคโนโลยี หนึ่งในนั้นคือบริษัท เนเชอร์เวิร์ค จากสหรัฐอเมริกา รวมทั้งพันธมิตรรายอื่นๆ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 2-3 ในปีนี้

"คาดโครงการนี้จะสร้างงานให้เกษตรกรในพื้นที่จากโรงงานเอทานอลได้มากกว่า 400 คน สร้างรายได้จากอ้อยในพื้นที่เพาะปลูกกว่า 240,000 ไร่ ทดแทนพื้นที่ ปลูกข้าว ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำถึง 30% สร้างองค์ความรู้การนำเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่มาใช้ลดการย้ายถิ่นฐาน และลดการปล่อยน้ำเสีย สนับสนุนเกษตรกรในการใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยว ช่วยลดฝุ่นควันและมลพิษจากการเผาอ้อยแทนแรงงาน ทำให้ตัดอ้อยได้ถึง 300-400 ตันต่อวัน และส่งเสริมการใช้ใบอ้อยที่มีสารอาหาร ไปทำปุ๋ยมากขึ้น" นายเสกสรรกล่าว

นายประพันธ์ ศิริวิริยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอ้อยเพื่อเป็นวัตถุดิบในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ และ GGC มีความเชี่ยวชาญด้านผลิตเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม โครงการนี้จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้และคุณภาพชีวิตดีขึ้น

นายเอกชัย เตชะวิริยะกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจขนาดใหญ่ 1 ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า กรุงไทยได้สนับสนุนวงเงินกู้โครงการ ดังกล่าวหลังจากติดตามข้อมูลโครงการนี้มา 3 ปี ซึ่งถือเป็นโครงการ New SCurve ที่ภาครัฐให้ความสำคัญและผลักดันด้วยมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อเป็นการ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดังกล่าว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ