'ศิลปะสัมผัสได้' ส่งต่องานศิลป์ผู้พิการทางสายตาสู่สังคม

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- จันทร์ที่ 1 เมษายน 2562 00:00:06 น.

บทสนทนาจะเริ่มน่าสนใจขึ้นทันทีที่เราเห็นชิ้นงานศิลปะที่สร้างสรรค์โดยสองมือของ ผู้พิการทางสายตา ผู้พบเห็น ต่างประทับใจและเริ่มตั้งคำถามกับขั้นตอนการสร้างชิ้นงาน ภายใต้โครงการ UOB Please Touch หรือ "โครงการกรุณาสัมผัส" ที่ทางธนาคารยูโอบี (ไทย) ได้ ร่วมกับ บริษัท กล่องดินสอ จัดขึ้นในปี 2559 และดำเนินโครงการ ต่อเนื่องทุกปีจนถึงปัจจุบัน นับเป็น อีกหนึ่งโครงการที่ช่วยส่งเสริมทักษะความรู้ด้านศิลปะให้กับ ผู้พิการทางสายตา เพื่อสร้างโอกาสสู่การเป็นศิลปินอาชีพ

สำหรับครั้งนี้ เป็นอีกครั้งที่ได้มาเข้าร่วมเวิร์กช็อป "ศิลปะสัมผัสได้" กิจกรรมในโครงการกรุณาสัมผัส ที่นอกจากจะเพิ่มความรู้ และทักษะให้ผู้พิการทางสายตาอายุระหว่าง 10-60 ปีที่มีความสนใจด้านศิลปะแล้ว ความพิเศษที่เพิ่มขึ้นคือ ทุกชิ้นงานจากทุกการสร้างสรรค์ของกลุ่มผู้พิการทางสายตาจะนำไปส่งต่อให้กับผู้อื่นก่อให้เกิดประโยชน์ นับเป็นสิ่งที่สร้างคุณค่าทางจิตใจให้กับกลุ่มคนรักงานศิลป์ที่อยู่ในโลกมืดนี้ ได้อย่างมาก นับเป็นหัวใจของการจัดกิจกรรม ในปีนี้เลยก็ว่าได้

สัญชัย อภิศักดิ์ศิริกุล กรรมการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การเงินและสนับสนุนธุรกิจ ธนาคารยูโอบี (ไทย) กล่าวว่า ธนาคารยูโอบีมี นโยบายเรื่องของการสนับสนุนโครงการทางด้านศิลปะ การศึกษา และเยาวชน ในทุกๆ ประเทศ ที่ธนาคารตั้งอยู่ โดยในปีนี้นอกจากพันธมิตรที่ดีอย่าง บริษัท กล่องดินสอแล้ว ธนาคารยังได้รับความร่วมมือจากหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่สนับสนุนด้านสถานที่และการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม โดยความพิเศษ ของปีนี้คือ ผลงานทุกชิ้นจากการทำกิจกรรม เวิร์กช็อปจะนำไปต่อยอดมอบให้กับมูลนิธิต่างๆ เรียกว่าส่งต่อผลงานศิลปะจากผู้พิการทางสายตาให้กับสังคม ถือเป็นการแบ่งปันจากจุดเล็กๆ ของผู้พิการทางสายตาที่สามารถทำได้จากการสะท้อนออกมาผ่านผลงานทางศิลปะ

"เวิร์กช็อป "ศิลปะสัมผัสได้" เป็นการเติมเต็มจินตนาการผ่านงานฝีมือให้กับผู้พิการทางสายตา ซึ่งจะได้เรียนรู้เทคนิค และวิธีการในการสร้างสรรค์งานศิลปะ จนสามารถพัฒนาเป็นงานฝีมือได้ โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะเพื่อ ผู้พิการทางสายตา พร้อมด้วยอาสาสมัครพนักงานธนาคารยูโอบี ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับกลุ่ม ผู้พิการทางสายตาในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เช่น ช่วยจับกรรไกร ไกด์ในการมัดเชือก มัดเส้นด้าย หรือช่วยจับอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้พิการทางสายตาในการสร้างงานศิลปะ

สำหรับกิจกรรมเวิร์กช็อปในปีนี้จัดขึ้นจำนวน 5 ครั้ง ผ่านศิลปะแขนงต่างๆ ประกอบ ด้วย ครั้งที่ 1 ศิลปะการทอผ้าด้วยกี่มือ เพื่อทำ ผ้ากันเปื้อน โดยผลงานจะนำไปมอบให้กับโครงการ เข้าครัวด้วยกันเพื่อใช้ในการสอนผู้พิการทางสายตาทำอาหาร ครั้งที่ 2 ศิลปะการม้วนกระดาษ ทำกิ๊บติดผมและกล่องของขวัญ ซึ่งจะนำไปมอบ ให้กับสถานรับเลี้ยงเด็กบ้านบุญญาทร ครั้งที่ 3 ศิลปะการถักเชือกเมคราเม่ ทำปลอกคอสุนัขเพื่อส่งมอบให้กับมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ ปากเกร็ด ครั้งที่ 4 ศิลปะการปักผ้าแบบญี่ปุ่น เพื่อทำผ้าโพกหัวเพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับผู้ป่วยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และครั้งที่ 5 ศิลปะจากปลายเชือก เป็นการทำการ์ดคำศัพท์เพื่อนักเรียนในมูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย"

รองศาสตราจารย์ทักษิณา พิพิธกุล อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะเพื่อผู้พิการทางสายตา เป็นผู้ออกแบบหลักสูตรและเป็นวิทยากรหลักในการให้ความรู้ด้านทฤษฎีทางศิลปะที่สำคัญ มองว่า ผู้พิการทางสายตามีศักยภาพเหมือน คนทั่วไป แต่สังคมส่วนใหญ่มักคิดว่าผู้พิการทางสายตาทำได้เพียงขายลอตเตอรีหรือเล่นดนตรี ซึ่งจริงๆ พวกเขาทำอะไรได้มากกว่านั้น อย่างในสังคมจะเห็นว่ามีผู้พิการประสบความสำเร็จ มากมาย หรือบางคนเก่งกว่าคนสายตาปกติด้วยซ้ำ ตรงนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าคนที่มองไม่เห็น ไม่ใช่มีความสามารถน้อยกว่าคนที่มองเห็น แต่อยู่ที่ว่าเขาเข้าถึงองค์ความรู้ได้แค่ไหน เพราะหากมีโอกาสก็สามารถพัฒนาตัวเองไปได้ไกล

"เราควรให้ความรู้ไปถึงเขา เหมือนกับเราถ้าอ่านภาษาไทยออกก็จะมีความรู้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าเข้าใจภาษาอังกฤษเพิ่มด้วยก็จะมีความรู้มากกว่าคนที่อ่านออกเฉพาะภาษาไทย ซึ่งคนพิการก็เช่นกัน โครงการนี้เน้นให้ความรู้ด้านศิลปะทั้งการทำเวิร์กช็อป ดูงาน ศิลปะแก่ผู้พิการทางสายตา เพื่อให้เขาเข้าถึงผลงานศิลปะ เพราะถ้า ผู้พิการทางสายตาเข้าถึงความรู้ตรงนี้ มันจะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับคนกลุ่มอื่นๆ ที่มีข้อจำกัดเหมือนกัน เช่น เด็กที่ไม่เคยรู้เรื่องศิลปะ ถ้าเราทำให้คนที่มีข้อจำกัดสามารถเข้าถึงศิลปะได้ มันจะง่ายที่จะนำไปต่อยอดทำให้คนไม่มีความรู้เรื่องศิลปะสามารถเรียนรู้และเข้าใจมันได้ง่าย"

เจิดศิลป์ สุขุมินท หรือ ครูอาร์ท ครูศิลปะ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ผู้ที่คลุกคลี กับเยาวชนที่มีความพิการทางสายตาแต่หลงใหลงานศิลปะ บอกว่า เด็กกลุ่มนี้เหมือนคนปกติที่มี ความสามารถและความถนัดแตกต่างกัน ซึ่ง เด็กพิการทางสายตาที่ชอบศิลปะมีวิธีดูไม่ยาก เขาจะเป็นคนกล้าแสดงออก มีความสงสัย อยากริเริ่มทดลองสิ่งต่างๆ จากนั้นก็อยู่ที่ว่าเขาจะ ต่อยอดได้มากน้อยเพียงใด

"สิ่งที่ผู้พิการทางสายตาได้จากการเข้าร่วมกิจกรรม มองว่านอกจากได้ความเพลิดเพลินผ่อนคลาย ยังได้ฝึกสมาธิ เพราะการทำศิลปะเป็นการให้เขาได้ใช้จินตนาการอย่างอิสระ ไม่มีอะไรไปบังคับเขา ทำให้เขาสามารถจดจ่ออยู่กับผลงานของตัวเอง และเมื่อได้ชิ้นงานก็ทำให้เขายิ่งรู้สึกภาคภูมิใจ ซึ่งตัวเองสัมผัสได้ว่าเด็กที่มาร่วม กิจกรรมนี้เขาสนุกและมีความสุขเมื่อได้อยู่กับศิลปะ z, อยากให้หน่วยงานต่างๆ เห็นความสำคัญส่งเสริมเรื่องศิลปะ เพราะทักษะด้านนี้นอกจากทำให้ผู้ที่มาสัมผัสรู้สึกผ่อนคลาย ยังนำไปต่อยอดเติมเต็มได้หลายเรื่องในชีวิต

ถ้าใครเข้าใจศิลปะ จะเข้าใจความเป็นมนุษย์ เข้าใจโลกซึ่งเป็นสิ่งที่โรงเรียนไม่สามารถให้ได้ ศิลปะไม่มีกรอบเหมือนมนุษย์ที่มีกรอบในชีวิต มนุษย์มากมายมักคิดว่าหากออกนอกกรอบ ต้องผิดเสมอ แต่เมื่อศิลปะไม่มีกรอบ จึงทำให้ผู้ที่ได้สัมผัสรู้ทันทีว่า อะไรคือความดี อะไรคือกฎเกณฑ์ ซึ่งจะทำให้เขามองคนโลกกว้างขึ้นและเป็นมนุษย์ ที่ยอดเยี่ยม"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง