ไทยปลอบกลุ่ม'จีน-ญี่ปุ่น'ยันการเมืองไม่กระทบลงทุนEEC

ข่าวเศรษฐกิจ 3 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) หรืออีอีซี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2562 ที่ผ่านมาสำนักงานอีอีซี ได้ร่วมกับ องค์การส่งเสริม การค้าระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และคณะกรรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจีน จัดสัมมนา Japan-China Workshop on Business Cooperation in Thailand โดยมีนักธุรกิจญี่ปุ่น-จีน กว่า 260 บริษัท รวมทั้งนักธุรกิจไทยร่วมงาน

สำหรับภาพรวมแล้วโครงการลงทุนหลักของอีอีซี ที่มีมูลค่ารวม 650,000 ล้านบาท พบว่าทุกโครงการมีนักลงทุนของทั้งสองประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องในรูปแบบต่างๆ อยู่แล้ว รวมถึงการเข้ามาให้บริการทางการเงินของสถาบันการเงินจากทั้งสองประเทศ

นายคณิศ กล่าวว่านักลงทุนยังได้สอบถามมาถึงกรณีไทยการเลือกตั้งจะมีอะไรกระทบกับอีอีซีหรือไม่นั้น ทางสำนักงานอีอีซีได้ชี้แจงไป 2 เรื่อง คือ 1.อีอีซีมีกฎหมายเป็นของตนเองและมีสำนักงาน อีอีซีเป็นหน่วยงานในการขับเคลื่อนงานต่างๆ ในอนาคตไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะมาเป็นประธานอีอีซีจะทำให้เกิดความ ต่อเนื่อง 2.อีอีซีเป็นการนำไทยขับเคลื่อนทั้ง ประเทศไทยให้ไปข้างหน้า ซึ่งโครงสร้างพื้นฐาน หลักๆ ไม่ได้พัฒนาเพื่อรองรับ 3 จังหวัด (ระยอง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี) เท่านั้น ดังนั้นแรงต่อต้านโครงการทั้งหมดจึงไม่มีแน่นอนและยังคงมีความต่อเนื่องของโครงการต่อไป

ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ภายในเดือนเมษายน 2562 นี้ ทางสำนักงานอีอีซี จะมีการเสนอร่างการจัดตั้งกองทุนพัฒนา เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกวงเงิน 1,000 ล้านบาท ให้ที่ประชุมพิจารณา

นอกจากนี้ จะรายงานที่ประชุมถึงความคืบหน้าของโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการ โดยคาดว่าภายในเดือนเมษายน 2562 นี้จะต้องได้เอกชนผู้รับสัมปทานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 5 โครงการ ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3, ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3, สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ