คอลัมน์: ดาราพาเที่ยว: 'เกรซ-พัชร์สิตา' วันสบายที่แสนสุข กับครอบครัวช้าง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2562 00:00:51 น.
email:bunterngnaewna@gmail.com
หยินหยาง

เรียกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำของ "เกรซ-พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์" เลยก็ว่าได้ สำหรับ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพราะเธอเผยว่าไปทีไรก็ช่วยเพิ่มพลังบวก ให้กับชีวิตในทุกครั้ง แล้วยังได้เรียนรู้ วิถีชีวิตของช้างอย่างลึกซึ้ง ซึ่งในแต่ละครั้ง เธอได้รับความทรงจำที่แตกต่างกัน ออกไป กว่า 7 ปี ที่คลุกคลีอยู่กับช้าง มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย เกรซจึงยินดีที่จะแชร์ความสุข และบรรยากาศที่แสนอบอุ่น ให้แฟนๆ "บันเทิงแนวหน้า" ได้รู้จักที่นี่ไปพร้อมๆ กัน

จุดเริ่มต้น "เริ่มจากพี่โบว์เบญจศิริ เป็นคนชวนค่ะ เลยได้รู้จักกับ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ที่เชียงใหม่ ที่นี่เกรซรู้จักมาประมาณ 6-7 ปีแล้ว เลยกลายเป็นที่ที่ชอบไปเป็นประจำ เกรซพยายามจะไปบ่อยที่สุดค่ะ 2-3 เดือนครั้งหนึ่ง บางทีก็มีถี่ขึ้น เดือนละครั้ง ถ้าว่าง แล้วที่นี่แตกต่างจากที่อื่น เพราะจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ไม่มีการล่ามโซ่ช้าง ไม่มีการทุบตี ไม่มีกิจกรรม โชว์ช้าง เขาเลี้ยงแบบ Open-air ให้ช้าง เดินได้ทั่วๆ ให้อาหารช้าง พาไปอาบน้ำ โดยจะมีช้างอยู่ประมาณ 70-80 เชือก ได้ค่ะ ส่วนมากจะเป็นการไปช่วยช้าง ที่ปลดละวางในสวนสัตว์ต่างๆ หรือช้างที่เดินในป่าแล้วโดนกับระเบิด แล้วไม่มีที่ให้อยู่ ก็พาเขามาอยู่ที่นี่ ให้มีปั้นปลายชีวิต ที่ดี ที่นี่เลยเหมือนเป็นมูลนิธิ เป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือ"

มุมโปรด "จุดที่เป็น TERRACE COFFEE SHOP ค่ะ ซึ่งจัดเป็นกาแฟ Organic ปลูกเอง อาหารการกินเป็นมังสวิรัติหมดเลย เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติ เขาก็ไม่ค่อยทานเนื้อสัตว์กัน คือคงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นกาแฟหรือเมนูต่างๆ ก็จะทำมาจากธรรมชาติ บรรยากาศก็จะชิลมาก นั่งห้อยขา จิบกาแฟ มองดูช้างเดินไปเดินมา อากาศ ก็ดี เลยเป็นมุมโปรดค่ะ ทำให้ชีวิตได้พักผ่อน จากความวุ่นวายในเมือง เรียกว่าไปครั้งหนึ่ง 2 วัน ไม่เคยพอค่ะ (หัวเราะ) พยายามจะอยู่นานๆ"

ช้างตัวโปรด "ชื่อคุณยายคำปั้น แก่แล้วค่ะ อายุน่าจะประมาณ 80 เขาจะผอมมาก พิการหู เพราะหูขาดไปข้างหนึ่ง ตาบอด แต่เขาก็จำเกรซได้นะคะ เดินเข้ามาหา อยู่นิ่งๆ ยืนให้ถ่ายรูป ช้างตัวนี้ เขาจะทรงนางแบบ สเลนเดอร์ (หัวเราะ) แขน ขา ยาว ไม่เหมือนช้างแก่ ตัวอื่นๆ ที่จะอ้วน  ซึ่งช้างแก่ก็จะถูกเอาไปไว้อีกที่หนึ่ง เพราะว่าช้างวัยรุ่นค่อนข้างซน"

Activity ที่ห้ามพลาด "เดินค่ะ ช้างก็จะอยู่กัน เป็นโขลง บางเชือกอยู่คู่ อยู่เดี่ยว แล้วแต่ ซึ่งเขาก็จะอยู่ตามจุดต่างๆ ควาญช้างก็จะพาเดินชม เล่าประวัติแต่ละตัว ว่าเราไปช่วยมาได้ยังไง กิจกรรมก็จะเป็นประมาณ 10 โมงเช้า อาบน้ำรอบหนึ่ง บ่ายสามอาบอีกรอบหนึ่ง หรือพาไปเข้าป่า ตัดกล้วย ตัดอ้อย ให้นักท่องเที่ยว เรียนรู้วิถีชีวิตจริงๆ ว่ากว่าจะได้อาหารช้างมา ยากลำบากแค่ไหน ปอกแตงโม หั่นแตงโม ทำเค้ก วันเกิดให้ช้าง ปั้นข้าวให้ช้าง เพราะช้างที่แก่แล้ว จะ ไม่สามารถกินกล้วย กินแตงโมเป็นลูกๆ ได้ เราต้องแกะเอามาขยำทำเป็นลูกบอล เพื่อให้เขากินง่าย รวมไปถึงกิจกรรมทำความสะอาดโรงนอนช้าง ช่วยคุณหมอให้ยา ซึ่งเขาจะมีสัตวแพทย์ประจำ"

ข้อควรระวัง "ช้างเหล่านี้บ้างตัวถูกฝึกมาตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นเวลาเราจะเข้าไปหาเขา ต้องมีคนนำเข้าไป บางครั้งเขาอาจจะมีอารมณ์เกรี้ยวกราดบ้าง เพราะว่าเขามีสุขภาพจิต สุขภาพชีวิตที่ไม่ดีมาก่อน บางตัวเคยโดนหยิกหู แล้วคนไปจับหูเขาก็จะไม่ชอบ ซึ่งมีข้อห้ามเยอะค่ะ เพราะฉะนั้นที่นั่นจะมีไกด์คอยให้ คำแนะนำ ว่าตรงนี้ทำได้นะ ตรงนี้ควรทำอย่างไร ต้องอยู่ในความดูแลของพี่เลี้ยงช้าง ควาญช้าง ทางที่มูลนิธิฯเอง ก็จะคอยตรวจกระเป๋าควาญช้างด้วย เพราะบางทีไม้เล็กๆ ก็เป็นอาวุธทำร้ายช้างได้ คือบางทีควาญช้างที่นั่น เขาอาจจะรับงานพิเศษ ทำแกะสลักไม้เป็นของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวซื้อ เพราะฉะนั้นไม้แกะสลักมันจะแหลม เราก็ต้องคอยตรวจคอยดูว่าเขาพกไปไหม คือ ก็เข้าใจนะคะ เพราะเขาก็ต้องหารายได้ เพื่อที่จะเอาเงินมาดูแลช้างด้วย เพราะช้างเชือกหนึ่งกินเยอะมาก เดือนหนึ่งต่อเชือก  3-4 หมื่นบาทได้"

ทำไมต้องมาที่นี่ "เสน่ห์ของมูลนิธิฯ ก็คือ ความแตกต่างจากที่อื่น ซึ่งเกรซอยากให้คนลอง ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบนี้บ้าง ว่าเที่ยวเชิงอนุรักษ์จริงๆ เป็นแบบไหน แล้วมันสนุก มีคุณค่าทางจิตใจ หรือถ้าใครไปเที่ยวเชียงใหม่อยู่แล้ว ก็ควรจะลองมาที่นี่ดูนะคะ เป็นแบบ One Day Trip ก็ได้ แต่ต้องติดต่อล่วงหน้านะคะ ไม่สามารถ Walk In เข้าไปได้เลยค่ะ เพราะถ้าไปแล้วเกรซว่าน่าจะประทับใจนะ เราได้เดินไปกับช้าง สังเกตพฤติกรรมเขา เราจะรับรู้ถึงความสุข ของเขาจริงๆ"

เจ้าหน้าที่บริการ "การเดินทางอาจจะค่อนข้างยาก มีบางช่วงที่ไปกลับเลนเดียว ก็ต้องอาศัยคนที่ชำนาญทาง เพราะจริงๆ แล้วเป็นสถานที่ปิด เราต้องการความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และบุคลากรที่อยู่ในนั้น เพราะว่า เราเป็นมูลนิธิที่คัดค้านการโชว์ช้าง แล้วที่เชียงใหม่ควาญช้างเยอะมาก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มีกิจกรรมแบบนี้ แต่เราเป็นกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ มีต่างชาติซับพอร์ต ฉะนั้นต้องระมัดระวัง จะเดินดุ่มๆ เข้าไปไม่ได้เลย ต้องโทร.จองก่อน พี่เล็กแกก็ให้คนไทยเข้าฟรีค่ะ ไม่เสียค่าใช้จ่าย จะมีรถตู้รับ-ส่ง แต่ถ้าเป็นต่างชาติ One Day Trip ก็จะประมาณ 2-3 พันบาทค่ะ "

เข้าใจคนกับช้างมากยิ่งขึ้น "ใช่ค่ะ เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องระหว่างคนกับช้าง อยู่กันแบบมีความสุข เพราะตอนนี้ก็มีปัญหา หลายอย่าง ระหว่างคนกับช้าง การที่เกรซไปอยู่ที่นั่น ทำให้เรามีความสุขมากๆ การได้นั่งมอง ช้าง 3-4 ชั่วโมง ไม่จับโทรศัพท์เลย สบายใจมากๆ เลยค่ะ"

เป้าหมายในอนาคต "เกรซอยากไป ดอยหลวง เชียงดาวค่ะ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ว่าจะไปหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้ไปสักทีค่ะ เพราะการที่เราจะไปได้ ต้องใช้เวลาเดินทาง จะขึ้นไปแล้วลงภายในวันเดียวไม่ได้ และควรจะไปในหน้าที่อากาศดีๆ ค่ะ"

มากกว่าความสนุก  "การท่องเที่ยวให้อิสระในอีกมุมมองหนึ่งค่ะ เหมือนให้เรารู้ตัวเอง ว่าร่างกายเราสามารถทำอะไรได้บ้าง บางคน การท่องเที่ยวอาจจะทำให้มีความสุขอย่างเดียว แต่สำหรับเกรซการท่องเที่ยวก็คือความสุข สุขภาพ บางคนขับรถเที่ยวไปเรื่อยๆ แต่ อย่างเกรซจะชอบเดิน เป็นความประทับใจ ที่แตกต่างกัน"ฝากผลงาน "ตอนนี้ละครเรื่อง "หลงเงาจันทร์" กำลังเข้มข้นเลยค่ะ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 HD กดเลข 35 ค่ะ"

บางครั้งที่ที่เรามองว่าธรรมดา อาจจะไม่ธรรมดาก็ได้ เพราะทุกที่มีความสวยงามซ่อนอยู่...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง