ข่าวอินโฟเควสท์
12:27 พาณิชย์ คาดตลาดอาเซียนปีนี้โต 5.2% วาง 3 กลยุทธ์บุกตลาดใน H2/62   น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยในปี 61 ตลา…
12:19 คลังเผยผลประมูลพันธบัตร กฟผ.ผ่าน e-Bidding ครั้งแรกได้รับความสนใจสูง เล็งออกเพิ่มอีก 8 พันลบ.เดือนส.ค.-ก.ย.   รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว…
12:18 ประธาน JETRO คนใหม่ยันสานต่อความร่วมมือญี่ปุ่น-ไทย นายกฯ ขอช่วยผลักดันการลงทุนและยกระดับอุตฯเป้าหมาย   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล…
12:12 รายงาน "China Beige Book" ชี้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวเล็กน้อยใน Q2 แต่เสี่ยงเผชิญภาวะขาลง   รายงาน China Beige Book ซึ่งเป็นรายงานสำรวจภาวะเศรษฐกิจขอ…
12:06 "สมคิด" เชื่อศก.ไทย H2/62 จะฟื้นตัวดีขึ้น หลังมีรัฐบาลชุดใหม่ขับเคลื่อนนโยบายที่ชัดเจน   นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า เศรษ…

คอลัมน์: กวนน้ำให้ใส: Save ประเทศไทยกันเถอะ

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 9 เมษายน 2562 00:00:38 น.
สารส้มก่อนหน้านี้มีคนรุมถล่มประเทศไทย ประกาศ save ฮาคีม (ภายหลัง ความจริงก็ปรากฏว่าออสเตรเลียเองมั่ว)
ก่อนหน้านี้ มีคนเอาเพลงประเทศกูมีมาให้ร้ายประเทศตัวเอง (ภายหลังหลายเรื่องก็ปรากฏว่าเป็นเท็จ)
ก่อนหน้านี้ มีคนเรียกร้องให้ต่างประเทศและองค์กรต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในประเทศไทย
ก่อนหน้านี้ มีคนยื่นหนังสือต่อยูเอ็น คัดค้านการยุบพรรค ไทยรักษาชาติ

ก่อนหน้านี้ มีอดีตนายกฯ ผู้ต้องคำพิพากษาคดีทุจริต หนีหมายจับ คดีทุจริต ถูกถอดยศ เรียกคืนเครื่องราชย์ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ โจมตีการเลือกตั้งในประเทศไทย ขณะเดียวกันก็เชียร์ให้ฝ่ายตัวเอง จัดตั้งรัฐบาลได้ ฯลฯ น่าสนใจว่า ทั้งหมดนั้น เกิดขึ้นกับคนในกลุ่มแนวร่วมเดียวกันทั้งสิ้น

1.หากไม่ชอบลุงตู่ ไม่ชอบ คสช. ไม่ชอบพลังประชารัฐ หรือ ไม่ชอบอะไรสักอย่างในประเทศไทย ก็จงอย่าได้ไปชักนำเอาต่างประเทศ เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยที่เป็นชาติเอกราช

ขอให้ดูตัวอย่าง เวเนซุเอลา อาหรับสปริงส์ ซีเรีย ฯลฯ2.กรณีสื่อมวลชนรายงานข่าวว่า มีผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตและองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง ไปร่วมรับฟังการรับทราบข้อกล่าวหา ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่สถานีตำรวจปทุมวัน เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามข่าวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ มีหลายภาคส่วนแสดงความวิตกกังวลมายังกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทราบว่าบุคคลที่ไปปรากฏตัวในวันนั้นเป็นเพราะได้รับเชิญจากธนาธรเอง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะทำการชี้แจงข้อเท็จจริงกับคณะทูตต่อไป

3.ฝ่ายกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกมาเปิดเผยชื่อของบุคคลที่เข้าไปสังเกตการณ์ในวันนั้น ระบุว่า ประกอบด้วยบุคคล ดังต่อไปนี้
1.Henry Rector  Potical counselor (US)
2. Kasper Rasmussen  Potical Attache (JPD) EU
3.Alexander Nowak  Counselor German Embassy
4.Daniel Feiller  Second secretary Political British Embassy
5.Christophe Carlucci  Premier Secretaire French Embassy
6.Gonna Lehman  Assistant Director Australian Embassy
7.Kenza Tarqaat  Deputy Head of Political and Economic
Department Netherlands Embassy
8.Heikki Karhu  Deputy Head of Mission Embassy of Finland
9.Gregoria Legault  Second Secretary Canadian Embassy
10.Idesblad Van Der Gracht First Secretary Belgian Embassy
11.Badar Farrukh  Thailand Team Leader UNHRC

12.Dr.Colin Josef Steinbach  First Counsellor (Potical, Press & Information) EU

เอกอัครราชทูตของประเทศต่างๆ ที่ปรากฏชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ไปร่วมกิจกรรมข้างต้นนั้น ควรจะต้องแสดงออกถึงความมีมารยาท และเคารพ กฎระเบียบทางการทูต เบื้องต้นควรจะชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ภายใต้อาณัติของตนได้เข้าร่วมกิจกรรมนั้น จริงหรือไม่? ด้วยเหตุผลใด?

4.ดร.นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา ได้ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจมาก ในเฟซบุ๊ค Noppanan Arunvongse Na Ayudhaya  ระบุว่า

"กรณีนักการทูตต่างชาติปรากฏตัวให้กำลังใจผู้ต้องหาที่สถานีตำรวจ นครบาลปทุมวัน ผมมีข้อสงสัยถึงกระทรวงการต่างประเทศ ดังนี้
1.กรณีนี้ถือว่าเราถูกแทรกแซงกิจการภายในหรือไม่
2.กรณีนี้ถือว่านักการทูตต่างชาติทำผิดอนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูตหรือไม่
3.กรณีนี้ถือว่าเราเสียอธิปไตยทางการทูตหรือไม่4.เพราะเหตุใด กระทรวงการต่างประเทศจึงไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมดตามนี้
4.1 ออกแถลงการณ์ประณามว่าแทรกแซงกิจการภายในของไทย
4.2 เรียกทูตมาพบเพื่อยื่นหนังสือประท้วง

4.3 ประกาศให้เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non grata)"5.ขอสนับสนุนรัฐบาลไทยในการดำเนินการใดๆ เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มที่

ทุกวิถีทาง ทุกระดับ ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว

ขอประณามกลุ่มคนที่เอาผลประโยชน์ส่วนตัวมาจัดกิจกรรมเคลื่อนไหว ชักชวนเจ้าหน้าที่ต่างชาติเข้าร่วม หวังสร้างกระแสกดดันทางการเมืองที่เป็นประโยชน์ส่วนตน แลกกับความเสี่ยงของประเทศชาติ ส่วนรวมต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ใครก็ตามที่ "ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน" หลังจากก่อนหน้านี้ได้พยายามเคลื่อนไหว ปราศรัยปลุกระดม "ทำหินแตก แยกแผ่นดิน" ปลุกเร้าให้คนชิงชังประเทศตัวเอง ชิงชังคนรุ่นเก่า ชิงชังกองทัพ ทหาร และสถาบันที่อยู่เหนือการเมือง

ใครก็ตามที่ทำได้ถึงขนาดนี้ ต้องเรียกว่า "เลวชาติ" ที่สุด
6.น่าเจ็บใจ... สมัยที่ไทยเราเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตให้ ต่างชาติ
มีคำเรียกคนบางกลุ่มว่า "สัปเยก" - มาจากคำอังกฤษว่า subject
ใช้เรียก "คนสัญชาติอื่น" ที่ทำงานให้อังกฤษในบ้านเรายุคที่มีสนธิสัญญาเบาว์ริง
ไม่ว่าคนพวกนี้ จะสัญชาติอินเดีย พม่า มลายู ญวน
เมื่อใดคนพวกนี้ทำผิดกฎหมายไทย บนแผ่นดินไทย เขาก็ไม่ให้จับขึ้นศาลไทย แต่จะต้องส่งให้ศาลอังกฤษพิจารณาคดีและตัดสินกันเอง
นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า สิทธิสภาพนอกอาณาเขต extraterritoriality หรือ extraterritorial right
มาวันนี้ น่าคิดว่า พฤติกรรมของนายธนาธร ที่ไปชวนเอา เจ้าหน้าที่ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์คดีตัวเอง ถึงในห้องพนักงานสอบสวน จะหมายความว่าอย่างไร?
ประเทศไทยเป็นชาติอธิปไตย ไม่ใช่เมืองขึ้นของใคร
ใครอยากจะเป็น "สัปเยก" ของใครก็เชิญตามสันดานเถิด แต่อย่าลากเอาประเทศชาติให้เสียหายไปด้วยเลย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง