คอลัมน์โลกการค้า: โอกาสของประเทศไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ Made in China 2025

ข่าวเศรษฐกิจ 11 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

กระบองเพชร ขอบคุณข้อมูลจาก ธ.ไทยพาณิชย์ ต้องยอมรับว่าประเทศจีนกำลังจะก้าวขึ้นมา เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลกแซงหน้าสหรัฐอเมริกาภายในเร็ววันนี้....ทำให้จีนเป็นที่จับตามองของประชาคมโลกทุกจังหวะการขยับขับเคลื่อนของจีน...และในบางโอกาสก็จะถูกสกัดจากกลุ่มมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ (กลุ่มเก่า)ของโลกด้วย...และในช่วง 1-2 ปีมานี้ที่เศรษฐกิจจีนเริ่มเห็นแววของภาวะชะลอตัว...ทุกสายตาก็โฟกัสไปที่จีน เพราะนั่นหมายถึงความเปลี่ยนแปลงและแรงสะเทือนที่จะเกิดกับเศรษฐกิจโลกด้วยเช่นกัน ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2015 จีนได้ผลักดันยุทธศาสตร์ Made in China 2025 (MIC 2025) มุ่งปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิตของจีนจาก "โรงงาน ของโลก" เป็น "แหล่งผลิตสินค้านวัตกรรมของโลก" เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมภาคการผลิต โดย มุ่งเน้น 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตเพื่อการสร้างนวัตกรรมในการผลิต

อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ปลายปี 2018 รวมถึง ในที่ประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนปี 2019 รัฐบาลจีนไม่มีการกล่าวถึงยุทธศาสตร์ MIC 2025 ในที่สาธารณชน เพราะจีนถูกสหรัฐ วิจารณ์ว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมในการแข่งขันทางธุรกิจ....แต่การที่รัฐบาลจีนไม่ได้กล่าวถึง MIC 2025 ไม่ได้หมายความว่าจีน จะล้มเลิกเป้าหมายที่จะยกระดับอุตสาหกรรม แต่น่าจะเป็นเพียงการแสดงท่าทีที่จะปรับแผนยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศมากยิ่งขึ้น รวมถึงการลดปริมาณเงินสนับสนุนที่รัฐบาลให้แก่บริษัทและรัฐวิสาหกิจจีน โดยในการประชุมสภาผู้แทนฯ นั้น นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อ เฉียง ยังย้ำถึงเจตนาที่จะผลักดันเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีการระบุไว้ใน MIC 2025 เดิม

สำหรับประเทศไทยเอง...ก็เป็นหนึ่งในอีกหลายประเทศที่รับแรงสะเทือนหรือแม้แต่ฉกฉวยโอกาสจากท่าทีและบทบาทของจีนในเวทีเศรษฐกิจโลก ได้... และจากแผน MIC 2025 ของจีน...อุตสาหกรรมไทยสามารถใช้ประโยชน์ ได้ทั้งในด้านการส่งออก การลงทุน และการนำเข้า โดยเฉพาะด้านการส่งออก เพราะบริษัทจีนในอนาคตจะไม่เป็นเพียงโรงงานประกอบชิ้นส่วนอีกต่อไป แต่จะมุ่งเน้นด้านการผลิตสินค้าคุณภาพสูงโดยใช้เทคโนโลยีมากขึ้น....แต่นั่นก็ทำให้โครงสร้างของสินค้าส่งออกไทยไปจีนจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วยเพราะไทยมีความเชื่อมโยงด้านการค้ากับจีนที่สูง ....ดังนั้นภาคการส่งออกไทยคงจะไม่สามารถส่งออกเพียงแค่วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนอุปกรณ์เพื่อให้จีนนำไปประกอบเพื่อส่งออกต่อเหมือนที่ผ่านมา แต่บริษัทไทยจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตของตัวเองเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะต้อง พัฒนาการส่งออกสินค้าที่มีความซับซ้อนและใช้นวัตกรรมมากขึ้นและ เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของจีน

ทั้งนี้อุตสาหกรรมแห่งอนาคตภายใต้ยุทธศาสตร์ MIC 2025 นั้นมีความสอดคล้องกับหลายอุตสาหกรรมภายใต้ยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 ... ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเกษตรเทคโนโลยีชีวภาพ การบิน หุ่นยนต์ ยานยนต์ สมัยใหม่ ดิจิทัล และการแพทย์....ซึ่งจีนมีแผนพัฒนาที่เน้นการสร้างชาติ และพยายามผลักดันบริษัทในประเทศตัวเอง...ซึ่งสอดคล้องกับไทยที่เน้นการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเหล่านี้...ทำให้นี่เป็นอีกหนึ่งจังหวะที่ดีมากๆ ที่จะทำให้เกิดการร่วมมือกันในด้านการค้าและการลงทนระหว่างไทยกับจีน....

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางการไทยเองก็ต้องเตรียมสร้างโครงสร้างพื้นที่ในทุกด้าน ไม่ว่าเป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ และ โครงสร้างทางกฎหมาย รูปแบบของกฎระเบียบและกติกาต่างๆ...เพื่อที่จะทำให้เมื่อการ ร่วมมือทั้งทางด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันแล้ว...ทุกฝ่ายจะได้ ผลประโยชน์ที่เท่าเทียมและเป็นธรรม....


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ