คอลัมน์LIFE & HEALTH: เรื่องควรระวัง..ช่วงหยุดหน้าร้อนนี้

ข่าวบันเทิง 16 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผศ. (พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ช่วงวันหยุดหน้าร้อนนี้ หลายคนคงจะวางแผนท่องเที่ยวพาครอบครัวไปทะเล แต่อาจกังวลว่า แดดจะทำให้ผิวเสีย ผิวไหม้ ผิวคล้ำได้ เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผิวหนังเกิดจากการอยู่กลางแจ้งตลอดวัน ดังนั้นก่อนออกไป เล่นน้ำทะเลหรือไปภายนอกอาคาร จึงควรเลือกทายากันแดดที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต

ข้อมูลจาก รศ.ภญ.ธิดา นิงสานนท์อดีตนายกสภาเภสัชกรรม เปิดเผยว่า เนื่องจากแสงอาทิตย์มีรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งให้ทั้ง คุณประโยชน์และโทษแก่ร่างกาย การได้รับแสงอาทิตย์ในเวลาและปริมาณที่เหมาะสม จะเป็น ตัวกระตุ้นการสังเคราะห์วิตามินดีจากเซลล์ผิวหนัง ในขณะเดียวกันแสงอาทิตย์ก็สามารถทำอันตรายต่อผิวหนังของคนได้เช่นกัน ทั้งในแบบอันตรายเฉียบพลัน เช่น การแผดเผาผิวหนังจนไหม้ (sunburn) และอันตรายแบบเรื้อรัง ซึ่งมีผลถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพของผิวหนังทำให้ผิว เหี่ยวย่น เกิดฝ้า จุดดำ มีการหนาตัวของผิว อันอาจก่อให้เกิดมะเร็งของผิวหนังได้ในระยะต่อไป

ผลิตภัณฑ์กันแดด ประกอบด้วยสารที่ทำหน้าที่ดูดแสงอัลตราไวโอเลตไว้ ปกป้องผิวจากอันตรายของแสงอาทิตย์ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจอยู่ในรูปครีม น้ำมัน หรือโลชั่นทาผิว หรือเป็นสารที่ทำหน้าที่ปกป้องผิว โดยการสะท้อนแสงให้กระจายออกไปจากผิวและบดบังรังสีแสงแดด ซึ่งสารกลุ่มหลังนี้จะช่วยลดอาการแพ้ที่เกิดขึ้นในบางคนได้

ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กันแดดนั้น ค่า SPF จะเป็นตัวกำหนดการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ค่า SPF (Sun Protection Factor) เป็นค่าที่ใช้บ่งบอกประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดดว่า เมื่อทาผลิตภัณฑ์นั้นแล้ว จะสามารถทนต่อแสงแดดได้เป็นกี่เท่าของขณะที่ไม่ได้ทา โดยค่า SPF มีตั้งแต่ 2 ซึ่งหมายถึงประสิทธิภาพในการกันแดดน้อยที่สุดไปจนถึง 15 หรือบางชนิดมีถึง SPF 50 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการแผดเผาผิวหนังสูงขึ้น ควรเลือกยากันแดดที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB (broad - spectrum coverage) โดยดูที่ค่า SPF และ PA สำหรับ SPF เป็นค่าที่บอกความสามารถในการป้องกัน UVB ที่ทำให้ผิวไหม้ขึ้นไป ส่วน PA หรือ UVA protection factor (UVA-PF) เป็นตัวเลขที่บอกถึงประสิทธิภาพการปกป้องผิวคล้ำผิวไหม้ จากแสง UVA ควรเลือกใช้ยากันแดดที่มีค่า PA ++ ถึง PA +++ ไม่ว่าจะอยู่ในที่กลางแจ้ง หรือที่ร่มเพราะแสง UVA สามารถทะลุผ่านกระจกรถ กระจกตามอาคารบ้านเรือนได้ด้วย สำหรับข้อแนะนำในการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแดด มีดังนี้

ผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากทาก่อน 1 หรือ 1/2 ชั่วโมง ก่อนออกไปกลางแจ้งเพื่อให้สารกันแดดได้ซึมเข้าสู่ผิว

ควรทาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ซ้ำ 1-2 ชั่วโมง ต่อครั้ง หลังจากลงว่ายน้ำ ออกกำลังกายเหงื่อออกมาก แม้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะระบุว่าป้องกันน้ำได้ก็ตาม

ถ้าต้องการให้ผิวสีคล้ำขึ้น ควรเริ่มต้นด้วยการตากแดดชั่วระยะเวลาสั้นๆ ก่อน แล้วตามด้วยการทาผลิตภัณฑ์กันแดด โดยเลือกตามค่า SPF

ผู้ที่แพ้แสงแดด ผิวหนังอักเสบปวดแสบ ปวดร้อนง่าย ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF สูง และไม่ตากแดดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าไปจนถึงบ่าย 3 โมง เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวรังสีจากแสงแดดที่เป็นต้นเหตุทำให้ผิวหนังไหม้จะถูกส่งมายังผิวโลกในปริมาณสูงสุด

โดยสรุปการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดในปริมาณที่เพียงพอจะสามารถป้องกันผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้ จะป้องกันการเกิด sunburn และช่วยลดอันตรายในระยะยาวของแสงแดดด้วย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกผลิตภัณฑ์และค่า SPF ที่ถูกต้องด้วย

นอกจากนี้เรื่องอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนนก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องระวัง ข้อมูลจาก พญ.ณธิดา สุเมธโชติเมธา แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ศูนย์กู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาลราชวิถีเปิดเผยว่า ส่วนใหญ่อุบัติเหตุอันดับ 1 เกิดจากการเมาแล้วขับ การไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรและความประมาทจากการใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว สิ่งที่ต้องปฏิบัติคือ การไม่นำตนเองเข้าไปเสี่ยงในอุบัติเหตุหรือภัยต่างๆ การรู้จักระวังตนเองให้ดี เรียนรู้วิธีการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างถูกต้อง เพราะเราไม่สามารถควบคุมผู้อื่น ไม่ให้ประมาทหรือทำตามกฎจราจรได้เลย ดังนั้นสิ่งง่ายๆ ที่เราทำได้คือต้องเตรียมความพร้อมของ ตัวเราเอง เช่น การเช็คสภาพรถ การศึกษาเส้นทาง การหาข้อมูลเบอร์ฉุกเฉิน การมีสติอยู่เสมอ การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากเหนื่อยหรือง่วงให้แวะพัก ไม่เล่นมือถือระหว่างขับรถ รวมทั้งต้องไม่ประมาท คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกนิรภัย และเคารพกฎจราจรอย่าเคร่งครัด ทั้งนี้การขับขี่ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ควรจะมีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทางเสมอ รวมทั้งสภาพอากาศก็เป็น

ส่วนสำคัญซึ่งเราก็ไม่ควรที่จะร้อนตามสภาพอากาศของบ้านเรา

ยิ่งไปกว่านั้นสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวมักจะทำให้เราเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย หนึ่งในอาการป่วยที่คนส่วนใหญ่มักจะเป็นกัน ก็คงหนีไม่พ้น "โรคอาหารเป็นพิษ" เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นเป็นเหตุให้อาหารมีโอกาสบูดเสียได้ง่ายกว่าปกติ ยิ่งไปกว่านั้น เชื้อโรคสารพัดชนิดสามารถเติบโตได้ดี โดยเฉพาะแบคทีเรียที่เป็นเชื้อก่อโรคท้องเสียอุจจาระร่วง หากมีการปนเปื้อนในอาหารก็จะเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว หลายคนไปพักผ่อนในฤดูร้อนนี้ บางครั้งการกินอาหารและน้ำดื่มนอกบ้านที่ไม่สะอาดหรือปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียก็มักจะเป็นเหตุให้ท้องไส้ปั่นป่วนได้ง่ายๆ ซึ่งไม่เพียงแค่การ ถ่ายท้อง ท้องเสีย แบบทั่วไปเท่านั้น แต่มักมีอาการอื่นที่ทำให้ยิ่งทรมานร่วมด้วย เพราะฉะนั้นจะกินอะไรก็ต้องระวังให้ดี

ข้อมูลจาก นพ.มิ่งเมือง วรวัฒนะกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารเปิดเผยว่า อาหารเป็นพิษ (food Poisoning) เป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำที่พบได้บ่อย เกิดจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ แบคทีเรีย รองลงมาคือ เชื้อไวรัส นอกจากนี้ที่อาจพบได้บ้าง คือ การปนเปื้อนปรสิต เช่น อะมีบา (Amoeba) ส่วนการปนเปื้อนสารพิษอื่นๆ (สารเคมี พืชพิษ สัตว์พิษ) ที่ไม่ใช่จากเชื้อโรค ที่พบได้บ่อยคือ เห็ดพิษ อาหารทะเล สารหนู สารตะกั่ว เป็นต้น เชื้อโรคหลายชนิดสามารถปล่อยพิษ (Toxin) ออกมาปนเปื้อนอยู่ในอาหารต่างๆ ได้ เช่น น้ำดื่ม เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ อาหารทะเล ข้าว ขนมปัง เนย นม ผลิตภัณฑ์จากนม ผักและผลไม้ สลัด เป็นต้น นอกจากนี้อาจพบในอาหารที่ทำไว้ล่วงหน้านานๆ แล้วไม่ได้แช่เย็นไว้ ถ้าไม่ได้อุ่นให้ร้อนพอก่อนรับประทานก็จะทำให้เป็นโรคนี้ได้ สาเหตุของอาหารเป็นพิษมีมากมายและอาการของอาหารเป็นพิษก็มีหลากหลายตามไปด้วย วิธีดูแลตัวเองเมื่อเกิดอาหารเป็นพิษ เมื่อมีอาการปวดท้อง ท้องเดิน ถ่ายเป็นน้ำ ถ่ายบ่อย คุณสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้

หากมีอาการไม่รุนแรงมากนัก ให้ดื่มเกลือแร่เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกาย สูญเสียไป (ควรสังเกตข้างซองเกลือแร่ให้ดีก่อนดื่มว่าเป็นเกลือแร่สำหรับอาการ "ท้องร่วงหรือท้องเสีย" ไม่ใช่เกลือแร่สำหรับผู้เสียเหงื่อจากการ ออกกำลังกาย) เพื่อป้องกันการขาดน้ำและเกลือแร่

ขณะปวดท้องหรือคลื่นไส้ อาเจียน ไม่ควรกินอาหาร หรือดื่มน้ำเพราะอาการจะรุนแรงขึ้น แต่เมื่ออาการบรรเทาลง ควรรับประทาน อาหารอุ่นๆ ที่อ่อนย่อยง่ายและมีรสจืด เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก หรือน้ำซุปครั้งละน้อยๆ ก่อน

ไม่ควรกินยาหยุดถ่ายท้อง เพราะการที่ท้องเสียจะช่วยขับเชื้อและสารพิษออกจากร่างกาย

หลีกเลี่ยงการดื่มนมและผลิตภัณฑ์จากนม อาหารรสจัด กาแฟ แอลกอฮอล์และเครื่องดื่ม อื่นๆ ที่จะก่อให้เกิดการสูญเสียน้ำยิ่งกว่าเดิม

หากมีอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยมากกว่าเดิม เช่น มีไข้สูง อุจจาระเป็นเลือด ปัสสาวะไม่ออก ต้องรีบพบแพทย์ทันที

ช่วงอากาศร้อนให้ระมัดระวังเรื่องอาหารให้มากเป็นพิเศษ ด้วยการเลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ผลไม้ควรปอกใหม่หรือปอกเอง หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ ไม่กินอาหารที่มีแมลงวันตอม ควรกินอาหารให้หมดภายในครั้งเดียวเพราะการเก็บข้ามมื้อหรือค้างคืน จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้ หรือถ้าจำเป็นจะต้องกินอาหารที่เก็บข้ามมื้อจริงๆ ก็จะต้องนำไปอุ่นร้อนก่อนทุกครั้ง รวมทั้งใช้ช้อนกลาง การล้างมือทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ เพื่อสุขอนามัยที่ดี เพียงเท่านี้ คุณก็จะห่างไกลภัยที่เกิดจากอาหารเป็นพิษได้อย่างสบายๆ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ