ข่าวอินโฟเควสท์
18:00 นายกฯ อังกฤษเตรียมนำเสนอข้อตกลง Brexit ที่ดีกว่าเดิมให้รัฐสภาพิจารณา   นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุในบทความในหนังสือพิมพ์เดอะซันเดย์ไ…
17:50 จีนเผยยอดขายรถมือสองเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือนเม.ย.   สมาคมผู้ค้ายานยนต์ของจีน (CADA) รายงานว่า ยอดขายรถมือสองของจีนเพิ่มขึ้น 4.3% ในเดือนเม.ย. …
16:15 โพลล์เผยชาวญี่ปุ่น 61% หนุน "อาเบะ" พบผู้นำเกาหลีเหนือแบบไม่มีเงื่อนไข   ผลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดเปิดเผยว่า ชาวญี่ปุ่นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 61.…
15:18 จีนเตือน 4 เมืองควบคุมราคาบ้าน หลังพุ่งสูงตลอดสามเดือน   กระทรวงที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเขตเมือง ชนบทของจีน ประกาศเตือนให้เทศบาลเมืองฝอซาน ซูโจว…
14:21 ปธน.อิรักพบทูตอิหร่าน ขณะสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด   นายบาร์ฮาม ซาลีห์ ประธานาธิบดีอิรัก ได้พบกับนายอิราจ มาสเจดี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจ…

ชี้การเมืองไม่ชัด'ครัวเรือน'ระมัดระวังจับจ่าย

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 17 เมษายน 2562 00:00:07 น.

มีรายงาน สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม แจ้งว่า ในช่วงการหาเสียง เลือกตั้งที่ผ่านมา สศอ. ได้ติดตาม การแถลงนโยบายของพรรคการเมือง ทั้งพรรคใหญ่ และพรรคเล็ก ซึ่งทุกพรรคมีแนวนโยบายที่ดีแตกต่างกันไป โดยมี อุดมการณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งภาค อุตสาหกรรมถือเป็นกำลังสำคัญส่วนหนึ่งที่จะผลักดันให้นโยบายเหล่านี้บรรลุผลสำเร็จ ดังนั้น มุมมองและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของพรรคการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศในอนาคตจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ทั้งนี้พรรคการเมืองหลักส่วนใหญ่ มีพื้นฐานแนวคิดด้านการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมที่มีความคล้ายคลึงกันและเป็นไปในทิศทางเดียวกับยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของภาคเอกชน ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุน ทั้งภายในและภายนอกประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้พัฒนาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ เช่น Big Data ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นต้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น การปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยและไม่จำเป็น การปฏิรูปบทบาทภาครัฐให้เอื้อประโยชน์ ต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน และการพัฒนาทักษะกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ หรือระบบการศึกษาทวิภาคี

ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วงไตรมาสที่ 2/2562 ยังเผชิญหลายปัจจัยกดดัน ทั้งในเรื่องสถานการณ์ภัยแล้งที่คาดว่าจะกระทบต่อรายได้ครัวเรือนเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ ประเด็นทางการเมืองที่ยังคลุมเครืออาจส่งผลให้ครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ชุดใหม่ในระยะเวลาข้างหน้า

ส่วนดัชนีภาวะเศรษฐกิจ และการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเดือนมีนาคม 2562 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มาอยู่ที่ระดับ 45.9 อานิสงส์จากกิจกรรมการหาเสียงในช่วงก่อนการเลือกตั้งช่วยหนุนการใช้จ่ายภายในประเทศ ส่งผลดีทำให้ครัวเรือนผู้ประกอบการ ขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น

พร้อมดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนช่วงอีก 3 เดือน ข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) มาอยู่ที่ระดับ 47.0 ในการสำรวจช่วงเดือนมีนาคม 2562 สะท้อนให้เห็นว่า ครัวเรือนไทยมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อสภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของตนเอง ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า หลังทิศทางการเมืองภายในประเทศมีความไม่แน่นอน มากยิ่งขึ้น โดยประเด็นที่ครัวเรือนมี ความกังวลเพิ่มขึ้น คือ เรื่องค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้) และระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง