ทอท.ลุย'ดิวตี้ฟรี'ขายซองประมูลแล้ว/ชี้ไม่เข้าพรบ.PPP

ข่าวเศรษฐกิจ 19 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการ PPP) ประชุมครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติรับทราบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายและเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการ PPP เรื่องกิจการเกี่ยวเนื่องที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการดำเนินกิจการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะตามมาตรา 7(3) ท่าอากาศยาน การขนส่งทางอากาศแห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้ความเห็นชอบต่อไป โดยมีกิจการเกี่ยวเนื่องที่จำเป็นสำหรับกิจการ ท่าอากาศยาน จำนวน 12 กิจการ และกิจการการขนส่งทางอากาศจำนวน 1 กิจการ

ส่วนกิจการให้บริการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) ไม่จำเป็นต้องเข้าข่าย PPP เนื่องจากไม่เป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่อง หรือมีความจำเป็นสำหรับกิจการท่าอากาศยาน หลังจากนี้ จึงเตรียมเสนอให้ครม. พิจารณาอนุมัติ พร้อมกำชับให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ควบคุมและกำกับดูแลให้บริการดิวตี้ฟรีเป็นตามหลักเกณฑ์

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ได้ชี้แจงที่ประชุมเกี่ยวกับความคืบหน้าเปิดขายซองคัดเลือกผู้ให้บริการดิวตี้ฟรี ไม่จำเป็นต้องเข้าในโครงการ PPP เนื่องจากไม่เข้าข่ายบริการสาธารณะ หรือไม่เกี่ยวเนื่องหรือจำเป็นกับการบริหารทางการบิน เช่น สนามบินเชียงราย ไม่ได้ให้บริการดิวตี้ฟรี ยังสามารถให้เครื่องบินขึ้นลงได้ แสดงว่าธุรกิจดิวตี้ฟรี ไม่จำเป็นเสนอคณะกรรมการ PPP พิจารณาเป็นไปตามการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา

โดยเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 ทอท.ได้เปิดขายซองให้บริการค้าปลีกและดิวตี้ฟรีของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังจากนั้นวันที่ 22 เมษายน จะพิจารณา คุณสมบัติของผู้สมัคร ยืนยันว่า สรุปรายชื่อผู้ประกอบการดำเนินการ ดิวตี้ฟรีได้ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2562

มีรายงานแจ้งว่า ทอท.ดำเนินโครงการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร โดยจะมีการแยกสัญญาเป็น 2 สัญญา คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1 สัญญา และท่าอากาศยานภูมิภาค 1 สัญญา (ท่าอากาศยานภูมิภาค ประกอบด้วย ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่)โดยให้กำหนดกรอบแนวทางในการ คัดเลือกให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ (Brand Name) สามารถแข่งขันกับธุรกิจเดียวกันในตลาดโลกได้ และผลประโยชน์ตอบแทนรวมของทั้งสองสัญญาจะต้องไม่ต่ำกว่าที่ ทอท. ได้รับอยู่ในปัจจุบัน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ