มูลค่าการใช้สิทธิFTA- GSPพุ่ง ชี้ปี'62ส่อโตทะลุ8หมื่นล้านเหรียญ

ข่าวเศรษฐกิจ 20 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้า ต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP)ว่า ในช่วง 2 เดือน ของปี 2562 (มกราคม - กุมภาพันธ์) มีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ รวมอยู่ที่ 11,572.79 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.38% มีอัตราการใช้สิทธิประโยชน์ฯ อยู่ที่ร้อยละ 76.25 ของมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ทั้งหมด นอกจากนี้ต้องดูปัจจัยเสี่ยงเรื่อง ค่าเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ คำสั่งซื้อชะลอลง แต่กรมยังมั่นใจว่าอัตราการขยายตัวมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ จะยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากการส่งออกของไทยที่มีแนวโน้มการขยายตัวไปในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ และการพัฒนาระบบการให้บริการของกรม เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ที่เพิ่มขึ้น เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการส่งออกในช่วง 2 เดือน ปี 2562 ที่ขยายตัว เพิ่มขึ้น 5.91% โดยแบ่งเป็นมูลค่าการ ใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) มูลค่า 10,776.53 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.52% คิดเป็นอัตราการ ใช้สิทธิร้อยละ 77.80 ของมูลค่าการส่งออกที่ได้รับสิทธิภายใต้ FTA และมูลค่าการ ส่งออกภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) มูลค่า 796.26 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.60% คิดเป็นอัตราการใช้สิทธิ 60.00% ของมูลค่าการส่งออกที่ได้รับสิทธิ GSP

"ในปี 2562 กรมได้ประมาณการเป้าหมายอัตราการขยายตัวมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ประมาณ 81,025 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9% แต่ยังคงต้องจับตามองแนวโน้มการส่งออกของไทยที่คาดว่าอาจจะชะลอตัว เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากภาวะการค้าโลกและอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่ยังคงมีความผันผวน และการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ส่งผลให้ราคาสินค้าส่งออกมีแนวโน้มลดลงจากปีที่ผ่านมา" นายอดุลย์ กล่าว

สำหรับรายการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ภายใต้ FTA ทั้ง 12 ฉบับ (ยังไม่รวมความตกลงอาเซียน-ฮ่องกง ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ภายในครึ่งปีแรก) พบว่า ตลาดส่งออกที่ไทยมีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) อาเซียน (มูลค่า 4,013.59 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) (2) จีน (มูลค่า 2,704.21 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) (3) ญี่ปุ่น (มูลค่า 1,407.44 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) (4) ออสเตรเลีย (มูลค่า 1,332.96 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) และ (5) อินเดีย (มูลค่า 696.68 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) และเมื่อพิจารณาอัตราการขยายตัวของมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ พบว่าในทุกตลาดมีอัตราการขยายตัวของมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ เพิ่มขึ้น ยกเว้นตลาดออสเตรเลียและชิลีที่มีอัตราการขยายตัวลดลง

สำหรับตลาดที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุด คือ เปรู ซึ่งมีอัตราการขยายตัว 32.02% รองลงมาคือ ญี่ปุ่น ซึ่งมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 17.64% และจีน มีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 9.41%


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ